วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2565

Update ร้านเปิดใหม่ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ รวบรวมร้านอาหารถูกใจสายกินฟินได้ตั้งแต่กลางวันยันกลางคืน ช้อปจุใจกับร้านเด็ดแบรนด์ดัง พร้อมเตรียมตื่นตาตื่นใจกับร้านเปิดใหม่รัว ๆ อีกเพียบ

 


สายกินต้องร้องว้าว ปักหมุดเช็คอินแทบไม่ทัน เพราะที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีหลากหลายร้านอาหารยอดนิยมยกขบวนกันมาเปิดร้านใหม่กันรัว ๆ แถมบางร้านเปิดให้บริการแบบจุใจสายกิน ตั้งแต่กลางวันถึงกลางคืน ส่วนร้านค้าใหม่ ๆ ก็มีร้านดังแบรนด์ชั้นนำตอบโจทย์สายเกา สายบิวตี้ สายสปอร์ต สายแฟชั่น จะมีร้านอะไรบ้างนั้น พร้อมแจกพิกัด ตามมาชิมมาช้อปกันได้เลย


ลิ้มเหล่าโหงว ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาในตำนาน   

ลิ้มเหล่าโหงว ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาในตำนาน สร้างสรรค์ความอร่อยมากว่า 80 ปี การันตีด้วยรางวัล MICHELIN BIB GOURMAND ปีซ้อน ด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คัดสรรวัตถุดิบเปี่ยมด้วยคุณภาพผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันจนได้ลูกชิ้นปลาที่มีความอร่อย เหนียวนุ่ม กรอบเด้ง ส่วนบะหมี่เส้นสดทำเอง เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มชวนลิ้มลองได้ที่ ชั้น G โซน B

 

NOVA kitchen พร้อมเสิร์ฟอาหารหลากหลายสไตล์ ทั้งอาหารไทย อีสาน จีน  

ให้ทุกมื้อเป็นมื้อพิเศษของครอบครัวกับร้าน โนว่า คิทเช่น (NOVA kitchenThai&Chinese Cuisine พร้อมเสิร์ฟอาหารหลากหลายสไตล์ ทั้งอาหารไทย อาหารอีสาน อาหารจีน ก็มีเมนูอาหารที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนพิเศษ ซึ่งร้านอาหาร โนว่า คิทเช่น เพิ่งย้ายที่ตั้งของร้านมาอยู่ชั้น G โซน B พร้อมทั้งปรับโฉมใหม่บรรยากาศชวนน่านั่งสุด ๆ

 

mamemi น้ำนมถั่วเหลืองคั้นสดใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ดีต่อสุขภาพ   

ร้านน้ำนมถั่วเหลืองคั้นสด mamemi (มามีมี่) สาขาใหม่ล่าสุดที่ชั้น โซน B จุดเด่นอยู่ที่ “นมถั่วเหลือง” ที่ใส่ใจคัดสรรวัตถุดิบและกรรมวิธีที่สดใหม่แบบวันต่อวัน จึงได้รสกลมกล่อมแบบต้นตำรับที่คุ้นเคย มีให้เลือก 4 รสชาติ ทั้งสูตรต้นตำรับ ไม่หวาน ขิง และงาดำ พร้อมเมนูสุขภาพอื่น ๆ ทั้งพุดดิ้ง น้ำสมุนไพรที่มีเนื้อท็อปปิ้งเคี้ยวเพลิน ยังมีปาท่องโก๋ชิ้นโตกรอบนุ่ม เบเกอรี อาทิ ครัวซองต์ ครอฟเฟิล เนยแท้หอมมันจากฝรั่งเศส ขนมปังไส้แน่น พายอบกรอบไส้กะหรี่ไก่ ผักโขมแฮม ทูน่า และเมนูอื่น ๆ  ให้เลือกอีกเพียบ

 

ฮองมิน อาหารจีนต้นตำรับ บรรยากาศแบบ New Modern Chinese Style    

ชวนมาสัมผัสรสชาติความอร่อยของอาหารจีนต้นตำรับที่เสิร์ฟความอร่อยเคียงคู่คนไทยมาตลอด 25 ปีของร้าน “ฮองมิน” (HONGMIN) ที่ย้ายมาอยู่ชั้น โซน A และปรับโฉมใหม่ทันสมัยในคอนเซ็ปต์ New Modern Chinese Style พร้อมสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มใหม่เฉพาะสาขาเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้แก่ อู่หลงโรเช่ อู่หลงเลมอน ลาเวนเดอร์ อู่หลงยูซุ เก็กฮวยโบราณวุ่นเก๋ากี้ ส่วน

เมนูอาหารการันตีความอร่อยกับหลากหลายเมนูให้เลือก อาทิ เป็ดปักกิ่ง เป็ดหนังกรอบทานคู่กับเนื้อแป้งสำหรับห่อเป็ดแสนนุ่ม ราดด้วยน้ำซอสสูตรเฉพาะของร้าน ขาห่านอบบะหมี่ ขาห่านเนื้อแน่นตุ๋นอย่างดี คลุกเคล้าบะหมี่ด้วยพริกไทยดำ รากผักชี และเครื่องปรุงรสสูตรเฉพาะ เพื่อให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ถูกปากมากที่สุด ยังมีเมนูของทานเล่นที่สามารถซื้อกลับไปทานที่บ้านได้อีกด้วย

 

บรรยากาศดี อาหารอร่อยที่ร้าน ป้อน (ponn)

                      ป้อน” (ponn) ร้านอาหารไทยที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารรสมือแม่แสนอร่อย เปิดให้บริการสาขาใหม่ล่าสุดที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น โซน B ในบรรยากาศอบอุ่นโทนสีเขียวพาสเทล พื้นที่ปลอดโปร่ง ตกแต่งด้วยต้นไม้ประดับสบายตา มีหลากหลายเมนูอาหารรสชาติไทยแท้ อาทิ ข้าวคลุกกะปิเคย ครบเครื่อง ข้าวเมล็ดสวยกับกะปิเคยอย่างดี หอมและสะอาด ผัดใหม่ ๆ ทุกครั้งที่มีออเดอร์ เครื่องเคียงเพียบ ทั้งหมูหวาน ไข่ฝอย กุนเชียง มะม่วง กุ้งแห้ง จัดเต็ม ผัดไทยกุ้งสด น้ำซอสผัดไทยสูตรเฉพาะของทางร้าน เครื่องดื่มก็มีเมนู สเปเชียลพลัมกรีนแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลเขียวคั้นสด ๆ ตัดรสชาติด้วยมะนาวสด และบ๊วยเค็มได้รสกลมกล่อมสดชื่นชุ่มคอ นอกจากนี้ยังมีมุมเค้กจาก ซีเคร็ท เรซิพี (Secret Recipe) ถูกใจสายหวาน

 

เอาใจคนรักเส้น ชวนอร่อยที่ร้าน KYUSHU JANGARA Ramen 

สายเส้นถูกใจสิ่งนี้ ไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่นก็สามารถมาลิ้มลองความอร่อยได้ที่ร้าน KYUSHU JANGARA Ramen (คิวชู จังกะระ ราเมน) ราเมงสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่น รสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ คัดสรรจากวัตถุดิบชั้นเลิศ เส้นอุด้งเหนียวนุ่ม น้ำซุปสูตรดั้งเดิมเข้มข้นกลมกล่อม หมูชาชูแผ่นหนานุ่มละลายในปาก พร้อมเมนูหลากหลายให้เลือก ชวนมาฟินกันได้ที่ชั้น G โซน B

 

Jib Jib สังขยา&นมสด แคลน้อยอร่อยมาก    

สายหวานที่รักสุขภาพถูกใจสิ่งนี้ JipJip สังขยา&นมสด ชั้น โซน B ที่มีการนำหญ้าหวานมาใช้ในการให้ความหวานแทนน้ำตาล พบกับหลากหลายเมนูความอร่อย อาทิ สังขยาทำสดใหม่ทุกวันมีให้เลือกหลากหลายรสชาติ ทั้งสังขยาใบเตย สังขยานมสด  สังขยาชาไทย สังขยาเผือก สังขยาฟักทอง สังขยามันหวาน สังขยาทุเรียน นมโคแท้ 100% ที่ใช้กรรมวิธีตุ๋นแบบโบราณ เพื่อคงความหอมมันส์ และเบเกอรี่อีกมากมาย ในบรรยากาศร้านตกแต่งโทนสีพาสเทลหวานละมุนตาน่านั่งและถ่ายรูปอวดโซเชียล

 

 

 

สัมผัสความบันเทิงกับ Flagship store แห่งแรกในเมืองไทยของ Maidreamin   

Maidreamin (เมดดรีมมิน) ร้าน Maid Cafe อันดับ จากญี่ปุ่นที่มีสาขาอยู่ที่ชั้น 7 เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ล่าสุดขยายสาขาใหม่ที่ถือเป็น Flagship store แห่งแรกในเมืองไทยอยู่ที่ชั้น โซน A โดยเปิดให้ได้สัมผัสความบันเทิงมากมายจากเหล่าน้องเมดตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ ในเวลา 11.30 น. – 23.00 น. พบกับความพิเศษของพื้นที่ขนาดใหญ่กว้างขวาง มีโซนที่นั่งทั้งแบบ indoor และ outdoor โดยโซน Outdoor ตกแต่งด้วยต้นซากุระสำหรับถ่ายรูปชิค ๆ รับลมธรรมชาติ เหมาะเป็นเดสทิเนชันพบปะสังสรรค์สุดฮิปใจกลางเมืองแห่งใหม่สำหรับทุกคน จะมาแบบรวมกลุ่มชาวแก๊ง  หรือมาแบบเดี่ยวก็มีมุมที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ให้เลือกชิล และช่วง HYPER TIME ในเวลา 20.00 น. - 23.00 น. จัดเต็มบุฟเฟต์เครื่องดื่มสุดพิเศษ พร้อมความบันเทิงสุดน่ารักจากน้องเมด

นอกจากนี้ยังสามารถมาเติมความสดชื่นกับชานมไข่มุกเจ้าดัง Fresh me ชั้น โซน B ที่มีเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย อาทิ ชาผลไม้ ชานม ชาเขียว ช็อกโกแลต และบราวน์ซูก้าร์ ส่วนชาวแก๊งทั้งหลายขอแนะนำแหล่งสังสรรค์นั่งชิลดื่มด่ำกับอาหารและบรรยากาศได้เต็มที่กับร้านที่เปิดจนถึง 23.00 น. บริเวณชั้น 2 โซน ได้แก่ ร้าน Oppa Daek ร้านอาหารเกาหลีในราคาคนไทย Secret Chamber บรรยากาศดีให้ฟิลเหมือนอยู่ต่างประเทศ ถ่ายรูปเก๋ ๆ เพลิดเพลินและครึกครื้นกับวงดนตรีสด วาไรตี้เมนูอาหารไทยและนานาชาติ แนะนำเมนูเย็นตาโฟหม้อไฟ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และเมนู Signature อย่างหม้อไฟเนื้อวากิว และ ข้าวทองเอก ส่วนสายหิวช่วงดึก ๆ แวะมาได้ที่ สุกี๋ตี๋น้อย ทางร้านพร้อมให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 05.00 น. ชั้น โซน C

 

ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยกับแบรนด์เสื้อผ้าลิขสิทธิ์แท้จากการ์ตูนและตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่ร้าน DOSH

สาวกซูเปอร์ฮีโร่ห้ามพลาดแวะมาช้อปร้าน DOSH แบรนด์เสื้อผ้าลิขสิทธิ์แท้จากการ์ตูนและตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ อาทิ SUPERMAN, BATMAN, WONDER WOMAN, MY LITTLE PONY, THE SIMPSONS และอีกมากมาย มีสินค้าตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ โดยร้านเป็นรูปแบบโอเพ่น ช้อป อยู่บริเวณชั้น โซน B ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

 

ช้อปเพลินกับบิวตี้ไอเท็มยอดนิยมที่ EVEANDBOY  

สาว ๆ ถูกใจสิ่งนี้ บิวตี้ไอเท็มยอดนิยมรวบรวมมาไว้ให้แล้วที่ อีฟแอนด์บอย (EVEANDBOYช้อปเพลินกับสินค้าละลานตา ทั้งเครื่องสำอางเคาน์เตอร์ เครื่องสำอางเกาหลี สกินแคร์ เมคอัพ น้ำหอม สินค้าความงามอีกมากมาย พร้อมโปรโมชั่นพิเศษอีกเพียบ ร้านอยู่ชั้น G โซน C

 

SUPERSPORTS FACTORY STORE ศูนย์รวมรองเท้าและเสื้อผ้ากีฬาราคาสบายกระเป๋า  

สายสปอร์ตห้ามพลาด ! ศูนย์รวมรองเท้าและเสื้อผ้ากีฬาราคาสบายกระเป๋าที่ SUPERSPORTS FACTORY STORE เปิดสาขาใหม่อยู่ที่ชั้น 3 โซน A จะมาทางรถไฟฟ้าบีทีเอสลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติก็สะดวกสุด ๆ ผ่านทางเดินสกายวอล์คมาขึ้นลิฟต์แก้วกดไปที่ชั้น เปิดมาก็พบกับร้านเลย ภายในคับคั่งด้วยสินค้าแบรนด์ดัง อาทิ  adidas, Nike,  Fila, asics, New Balance, Skechers, Reebok และอีกมากมาย ในราคาสุดปัง ลดจุก ๆ  คุ้มจริง ๆ

 

พร้อมตื่นตาตื่นใจกับร้านใหม่ ๆ ที่เตรียมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบอีกมากมายในเร็ว ๆ นี้ อาทิ At First ชั้น โซน A พบกับสินค้าแฟชั่นหลากหลายแบรนด์ในเครือสหพัฒน์ อาทิ ลาคอสท์ (LACOSTE) กีลาโรช (Guy Laroche) แอร์โรว์ (ARROW) แอล (ELLE) แด็กซ์ (DAKS) เป็นต้น ซึ่งตอนนี้เปิดแบบ Soft Opening ให้ได้เข้าไปชมไปช้อปกั Gangnam Mart มินิมาร์ทเกาหลีที่นำเข้าหลากหลายสินค้ารวบรวมไว้ในที่เดียว ทั้งเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ไอศครีม เครื่องใช้ เครื่องปรุง เป็นต้น


เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ศูนย์กลางการใช้ชีวิตคูล ๆ แหล่งรวมความพิเศษเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ และเตรียมพบประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวรายละเอียดร้านค้าเปิดใหม่ กิจกรรมต่างๆ และโปรโมชั่นที่น่าสนใจได้ที่ www.mbk-center.co.th และ www.facebook.com/mbkcenterth

##

#MBKCENTER #MBKMBCOOL #Mamemi #LimLaoNgow #NovaKitchen #ฮองมิน #Eveandboy #SUPERSPORTS

“ไทยเวียตเจ็ท” ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สุวรรณภูมิ - สิงคโปร์ เดินหน้าฟื้นการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

 


(กรุงเทพฯ, 28 เมษายน 2565) –  สายการบินไทยเวียตเจ็ทจัดพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เส้นทางบินระหว่างประเทศเส้นทางใหม่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - สิงคโปร์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติชางงีสิงคโปร์

ผู้โดยสารกลุ่มแรกบนเที่ยวบินปฐมฤกษ์ได้รับการต้อนรับด้วยการแสดงพิเศษจากพนักงานต้อนรับของไทยเวียตเจ็ท ชุด “ฟลาย ฟอร์ เลิฟ” (Fly For Love) พร้อมรับของที่ระลึกจากสายการบินฯ โดยเที่ยวบิน VZ620 จากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เดินทางถึง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติชางงีสิงคโปร์อย่างปลอดภัย โดย นายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ สิงคโปร์ นางสาวพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ นาย ลิม ชิง เกียต กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาศูนย์กลางการบิน บริษัท ชางงี แอร์พอร์ต กรุ๊ป และ นายเลือง เชือง อัน รองประธานกรรมการบริหาร สายการบินไทยเวียตเจ็ท ให้การต้อนรับ

นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า “การเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างสุวรรณภูมิและสิงคโปร์ของสายการบินไทยเวียตเจ็ทในวันนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของสายการบินฯ ที่แสดงถึงปณิธานของสายการบินในการยกระดับการเชื่อมต่อทางอากาศในระดับภูมิภาค เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้สยายปีกขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศ เชื่อมต่อไทยและสิงคโปร์ด้วยเที่ยวบินตรง พร้อมมอบโอกาสการเดินทางแก่ผู้โดยสารของทั้งสองประเทศ รวมทั้งการเดินทางเชิงท่องเที่ยวและการเดินทางเพื่อธุรกิจ เราเชื่อมั่นว่าเส้นทางบินใหม่นี้จะมีส่วนอย่างมากในการเชื่อมต่อประชาชนระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อความต้องการการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นหลังจากที่ตลาดการบินซบเซาไปเป็นระยะเวลานาน อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19”

นาย ลิม ชิง เกียต กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาศูนย์กลางการบิน บริษัท ชางงี แอร์พอร์ต กรุ๊ป กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับสายการบินไทยเวียตเจ็ทสู่ครอบครัวสนามบินชางงีสิงคโปร์ เคียงคู่กับสายการบินเวียตเจ็ท (เวียดนาม) การให้บริการของสายการบินไทยเวียตเจ็ทมอบโอกาสการเดินทางระหว่างสิงคโปร์และประเทศไทย ด้วยเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยคือตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของท่าอากาศยานนานาชาติชางงีสิงคโปร์ และยังคงติดอันดับต้น ๆ 1 ใน 10 อันดับแรก แม้ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยในเดือนเมษายนนี้ มีจำนวนผู้เดินทางจากประเทศไทยเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์เพิ่มขึ้นถึง 36% ท่าอากาศยานนานาชาติชางงีสิงคโปร์พร้อมให้การต้อนรับผู้โดยสารจากประเทศไทยกลับสู่ประเทศสิงคโปร์อีกครั้ง หลังจากมีสัญญาณที่ดีว่าอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง”

ในช่วงแรก เที่ยวบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สู่ ท่าอากาศยานนานาชาติชางงีสิงคโปร์ จะเริ่มให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ทุกวันอังคาร พฤหัสและอาทิตย์ ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 25 นาที ดังตารางเที่ยวบินต่อไปนี้


หมายเลขเที่ยวบิน

ต้นทาง

ปลายทาง

เวลาออกเดินทาง

เดินทางถึงปลายทาง

วันให้บริการ

VZ620

กรุงเทพฯ

สิงคโปร์

09:45

13:10

อังคาร/พฤหัสบดี/อาทิตย์

VZ621

สิงคโปร์

กรุงเทพฯ

14:10

15:30

  

 ทั้งนี้ สายการบินจะปรับเพิ่มความถี่เที่ยวบินเป็นสัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน และวันะ 1 เที่ยวบิน ภายในเดือนมิถุนายน 2565 ผู้โดยสารสามารถศึกษาข้อมูลตารางบินได้ที่ www.vietjetair.com

พร้อมกันนี้ สายการบินไทยเวียตเจ็ทเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินอย่างต่อเนื่อง ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและเส้นทางบินระหว่างประเทศ พร้อมให้บริการด้วยอากาศยานที่ทันสมัย เน้นย้ำความเป็นเลิศด้านการบริการของสายการบินฯ อย่างแท้จริงด้วยรางวัล “สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุด” (Most Passenger-Friendly Cabin Crew 2021)’ จากนิตยสารอินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ แมกกาซีน (International Finance Magazine) กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร พร้อมด้วยค่านิยมหลักของสายการบินฯ ทั้ง ‘ความสนุกสนานและเป็นมิตร’ ‘ความตรงต่อเวลา’ และ ‘ราคาที่เข้าถึงได้’

‘จุรินทร์’ เผย ผลสำเร็จการประชุม JTC ไทย-ภูฏาน ขยายความร่วมมือการค้าการลงทุน ดันส่งออกสมุนไพรและยาแผนโบราณไทย ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 3,600 ล้านบาท ในปี 68

 


นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย-ภูฏาน (ระดับรัฐมนตรี) ครั้งที่ 4 ร่วมกับนายลินโป ล็อกนัท ชาร์มา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ หัวหน้าคณะผู้แทนภูฏาน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 ณ โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยมีนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายณรงค์ วุ่นซิ่ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม  

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประเทศภูฏานมีประชากรประมาณ 800,000 คน มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับภูฏานในปี 2564 มีมูลค่ารวม 2,100 ล้านบาท เป็นการส่งออกจากประเทศไทยไปภูฏานเกือบทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยได้ดุลการค้าเกินดุลกับภูฏานประมาณ 2,096 ล้านบาท +28.68% สินค้าที่ไทยส่งออกไปภูฏาน ประกอบด้วย สิ่งทอ ผ้าผืนใหญ่สังเคราะห์ และเครื่องนุ่งห่ม มีมูลค่ารวมกันประมาณ 70% ของการส่งออกทั้งหมด สินค้าอื่นๆ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลไม้สด ผลไม้แช่เย็นแช่แข็ง และผลไม้แห้ง สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ประเทศภูฏานส่งออกมาไทย คือ ผลิตภัณฑ์อาหาร อาทิ กาแฟ ชา เครื่องเทศ เยลลี่ผลไม้ และโลหะ ผลิตภัณฑ์จากโลหะซึ่งเป็นรูปหล่อขนาดเล็กทำด้วยทองแดง โดยนักธุรกิจไทยไปลงทุนภาคบริการในภูฏานหลายราย ทั้งกิจการโรงแรม ที่พัก สปาและร้านอาหาร  

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ไทยได้หยิบยก 6 ประเด็น เพื่อหารือกับท่านรัฐมนตรีภูฏาน ดังนี้  

ประเด็นที่หนึ่ง ควรปรับเป้าหมายการค้าร่วมกันจากเดิมปี 2564 มูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็นมูลค่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 หรือคิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท เป็น 3,600 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากเดิมประมาณสามเท่า โดยใน 2-3 ปีที่ผ่านมา อัตราการค้าระหว่างกัน เพิ่มขึ้น 15-20% มาโดยลำดับ 

        ประเด็นที่สอง ขอให้ภูฏานสนับสนุนการส่งออกสมุนไพรและยาแผนโบราณของไทย ทั้งการขึ้นทะเบียน การเปิดตลาดและการอำนวยความสะดวกในการนำเข้า ซึ่งจะเป็นเป้าหมายใหม่ในการส่งออกและถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ของสมุนไพรไทยและยาไทยแผนโบราณ 

ประเด็นที่สาม ไทยมี MOU ด้านหัตถกรรมกับภูฏาน ซึ่งได้หมดอายุเมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว จึงได้ขอให้ต่ออายุอีก 5 ปีนับจากวันที่หมดอายุ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมหัตถกรรมชุมชนหรือสินค้าชุมชนของสองประเทศทั้งการผลิตและการค้า 

        ประเด็นที่สี่ ไทยมี MOU ด้านการท่องเที่ยวกับภูฏานฉบับปัจจุบัน ซึ่งใช้มา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2560 - มิ.ย. 2565 ซึ่งได้ขอให้ต่ออายุออกไปอีก 5 ปี โดยจากเดิมทำ MOU ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับสภาการท่องเที่ยวภูฏาน จึงได้ขอเพิ่มหน่วยงานของไทย คือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. และเสนอขอให้ภูฏานจับมือกับประเทศไทยทำเป็นแพคเกจทัวร์ โปรแกรมท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งหากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาภูฏานสามารถมาที่ประเทศไทยได้ด้วย และนักท่องเที่ยวมาไทยสามารถไปที่ภูฏานได้ในแพคเกจเดียวกันหรือรายการทัวร์เดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ระหว่างการท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ ได้ขอให้ภูฏานกับไทยจับมือกันส่งเสริม Soft Power เป็นจุดขายสำคัญอีกจุดระหว่างกันเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งจะเน้นศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิตทั้งเรื่องอาหาร และหัตถกรรม โดยเป็นการดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกมายังสองประเทศ 


ประเด็นที่ห้า ไทยได้เชิญนักธุรกิจภูฏานผ่านท่านรัฐมนตรี ล็อกนัท ชาร์มา เข้าร่วมงาน THAIFEX -ANUGA Asia 2022 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียของประเทศไทย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 พ.ค.นี้ และขอเชิญเข้าร่วมงาน The Marche by STYLE Bangkok ที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่น ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ค. นี้ รวมทั้งขอให้ช่วยสนับสนุนการจับคู่เจรจาการค้าระหว่างนักธุรกิจไทยกับภูฏานที่กระทรวงพาณิชย์จะจัดขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. นี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน  

ประเด็นที่หก ได้สอบถามทางภูฏานถึงช่วงเวลาในการผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยว เพื่อประกอบการดำเนินการของนักธุรกิจไทยที่เดินทางไปลงทุนด้านโรงแรม อาหาร สปา และอื่นๆ ซึ่งจะกำหนดแผนงานในการดำเนินธุรกิจได้ล่วงหน้า โดยท่านรัฐมนตรีภูฏานสนับสนุนความเห็นของไทยทั้ง 6 ประเด็น 

นายจุรินทร์ เพิ่มเติมว่า ท่านรัฐมนตรีล็อกนัท ชาร์มา ได้หยิบยก 2 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ ประเด็นแรก ภูฏานประสงค์จะขอทำการจัดทำความตกลงสิทธิพิเศษทางการค้า (Preferential Trade Agreement: PTA) ไทย – ภูฏาน ซึ่งเป็นการทำข้อตกลงการค้าเฉพาะด้านสินค้า ซึ่งปัจจุบันภูฏานมี PTA กับประเทศบังกลาเทศ เพียงประเทศเดียว และประเด็นที่สอง ภูฏานประสงค์จะส่งออกผลไม้สำคัญ 3 รายการ คือ แอปเปิ้ล ส้ม และมันฝรั่ง มาไทย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังพิจารณาการทำผลการวิเคราะห์การปราศจากศัตรูพืชของผลไม้รายการเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมการร่วมมือด้านการค้าระหว่างกัน ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งพิจารณาเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าสินค้าที่จำเป็นของภูฏานมายังประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคไทยต่อไป ทั้งนี้ ภูฏานทำการเกษตรวิถีใหม่เป็นการเกษตรปราศจากการใช้สารเคมี และการประชุม JTC ครั้งที่ 5 ประเทศภูฏานจะเป็นเจ้าภาพต่อไป 

        ถือว่าการประชุมครั้งนี้ ได้ประโยชน์อย่างยิ่งเป็นโอกาสสำคัญในการที่จะนำสินค้าสมุนไพรไทยและยาแผนโบราณของไทยไปภูฏาน นายจุรินทร์ เสริม 

TCMA ผนึกมหาดไทยส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดินหน้า ‘MISSION 2023’ ใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ช่วยลดโลกร้อน ตามมาตรฐานกรมโยธาธิการฯ

 


นายชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) นำคณะผู้บริหาร เข้าประชุมหารือนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) เพื่อส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนช่วยลดโลกร้อนตามนโยบายภาครัฐ ด้วยการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกทุกงานก่อสร้าง ตามมาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมตอกย้ำความพร้อมของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ รวมทั้งเร่งนำปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Low Carbon Cement) เข้าแทนที่ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ทั้งหมดโดยเร็ว เพื่อร่วมกันลดโลกร้อน สนับสนุนยกระดับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยมุ่งสู่ Thailand Net Zero

 

นายชนะฯ กล่าว่า การประชุมหารือในวันนี้ เป็นการขับเคลื่อนสำคัญของกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในสังกัด ที่ให้ความสำคัญต่อการลดก๊าซเรือนกระจกสาเหตุการเกิดโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน ภายหลังจากที่กระทรวงฯ ได้สนับสนุนร่วมประกาศ ‘MISSION 2023’ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 ผนึก 25 ภาคีร่วมดำเนินการ ทั้งภาครัฐ ภาควิชาชีพ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อย 1,000,000 ตัน CO2 ในปี พ.ศ. 2566

 

TCMA ขอบคุณกระทรวงมหาดไทย และกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่สนับสนุนร่วมดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจก ในสาขากระบวนการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์ มาอย่างต่อเนื่อง ระยะที่ผ่านมา กรมโยธาธิการฯได้ปรับปรุงมาตรฐานวิศวกรรมงานก่อสร้าง มยผ. 1101-2564 ถึง มยผ. 1106-2564 ให้สามารถใช้วัสดุก่อสร้าง ประเภทปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน ในงานโครงสร้างอาคารได้แล้ว 

 

สำหรับวันนี้มีความก้าวหน้าในความร่วมมือดำเนินการขับเคลื่อน ‘MISSION 2023’  เป็นอย่างมาก ที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจากกระทรวงมหาดไทย ผนึกกำลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งสมาคมองค์การ-บริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมองค์การ-บริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.)  โดยความร่วมมือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตอบรับนำปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน ไปใช้ในทุกโครงการก่อสร้าง ตามมาตรฐานกรมโยธาธิการฯ แทนการใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก 1,000,000 ตัน CO2 ในปี พ.ศ. 2566

 

นายชนะฯ กล่าวย้ำว่า ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก” ถูกพัฒนามาเพื่อใช้แทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ โดยกระบวนการผลิตช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน อย่างมีนัยสำคัญ มีคุณลักษณะตาม มอก. 2594 จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองสินค้าเป็นที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) โดยผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทุกรายมีความพร้อมในการนำปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อนให้ผู้ใช้งานได้เข้าถึงโดยง่ายทั่วประเทศ

บางกอก อินโนเวชั่น เฮ้าส์ จับมือ อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส ประกาศความร่วมมือด้านคอร์สออนไลน์พัฒนาทักษะ Upskill Reskill ยกระดับแรงงานไทย ดึงการลงทุนจากต่างชาติใน Smart City และ EEC

 


บริษัท บางกอก อินโนเวชั่น เฮ้าส์ จำกัด หรือ BIH ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและคอร์สออนไลน์ Upskill Reskill สำหรับองค์กรและประชาชนทั่วไปเพื่อตอบโจทย์ Thailand 4.0 ได้มีการลงนามในบันทึกความร่วมมือกับ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด เป็นบริษัทในเครือของบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม อมตะ ซิตี้ ชลบุรี ซึ่งเป็นผู้นำด้านการดูแล พัฒนา และการจัดการในนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ 

ดร. ผาณิต เสรีบุรี CEO บริษัท บางกอก อินโนเวชั่น เฮ้าส์ จำกัด ได้กล่าวถึงความร่วมมือนี้ว่า “ ในสมัยก่อนนั้น ประเทศไทยนับว่าเป็น ประเทศ ที่จัดอยู่ในลำดับต้น ๆ ของประเทศน่าลงทุน มักจะอยู่ในลิสก์ที่ชาวต่างชาติประเมินเพื่อมาลงทุน เสมอ ไม่ว่าจะเป็นข้อได้เปรียบทางด้านที่ตั้ง การสนับสนุนจากภาคต่าง ๆ และ ความสามารถของแรงงานไทย แต่ในช่วงหลัง 3-5 ปี ที่ผ่านมานี้ ประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติให้มาลงทุนในประเทศนั้น ๆ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาประสิทธิภาพ และความสามารถของแรงงาน และบุคลากรต่าง ๆ ในประเทศให้ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้นักลงทุนสนใจและย้ายฐานการลงทุน การผลิต ออกจากประเทศไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปโดยไม่ทำอะไร จากที่เราเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ของการลงทุน อาจทำให้ประเทศไทยหลุดออกจากเป้าหมายการลงทุนของต่างชาติมากขึ้น ซึ่งทาง BIH เองได้เล็งเห็นถึงจุดนี้ และอยากเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่จะพัฒนาบุคลากร รวมถึงแรงงานในประเทศ ความร่วมมือในครั้งนี้กับทางอมตะซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมอันดับต้น ๆ ของประเทศ จะเป็นก้าวกระโดดสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่เป้าหมายหลักและเป็นอันดับต้น ๆ ในเวทีนานาชาติอีกครั้ง ” 

            ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวความร่วมมือสำคัญ ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแรงงานไทยเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติและเพื่อตอบโจทย์ความเป็น Smart city ของ อมตะแล้ว ทาง บางกอก อินโนเวชั่น เฮ้าส์ จะเข้ามาช่วยเสริมในมุมของ Smart Education and Lifelong learning Platform โดย ร่วมกันให้บริการคอร์สออนไลน์ภายใต้แบรนด์ Achieve Plus มุ่งพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะการทำงานยุคใหม่รวมถึงงานที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล Digital HR ครบวงจรสำหรับกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรีและระยอง โดยจะเน้นการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรขององค์กรในนิคมให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Hard skill ต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพด้านการทำงานในปัจจุบัน รวมไปถึง Soft skill เพิ่มศักยภาพของบุคลากร และ ขยายผลไปในส่วนทักษะเพื่ออนาคต Future skill ต่อไป เพื่อรองรับและตอบสนองโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจะเป็นก้าวสำคัญที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดแรงงานของประเทศไทยในพื้นที่ EEC ให้สามารถต่อสู้ในระดับนานาชาติได้ต่อไปในอนาคต 

“ปูนตราเสือ” จับมือ “เอ็ม-150” ผุดแคมเปญ “ฮึดสู้อย่างเสือ หัวใจเกินร้อย ปี2” ต่อยอดความสำเร็จปี 2 ผนึกกำลังความร่วมมือทางการตลาด กระตุ้นตลาดวัสดุก่อสร้างรับวันแรงงาน

 


    แถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับ แคมเปญ “ฮึดสู้อย่างเสือ หัวใจเกินร้อย ปี2” แคมเปญต่อยอด ปีที่ 2 จากความสำเร็จในความร่วมมือทางการตลาดระหว่าง ปูนเสือ จากเครือเอสซีจี และ เอ็ม-150 จากกลุ่มโอสถสภา ในการร่วมกันเข้าถึงกลุ่มลูกค้า รักษาส่วนแบ่งตลาด และกระตุ้นบรรยากาศในช่วงโควิด ซึ่งจากแคมเปญนี้ในปีแรกนั้น ได้รับเสียงตอบรับจากช่างปูน ผู้รับเหมา และร้านค้าวัสดุก่อสร้างใน ดีเกินคาด โดยงานนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณสยามรัฐ สุทธานุกูล Chief Marketing Officer ในธุรกิจ Cement and Green Solution Business และ คุณวรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) มาร่วมเป็นประธานในพิธี นอกจากจะได้รับทราบถึงแนวคิดที่มาของแคมเปญนี้แล้ว ยังได้รับฟังวิสัยทัศน์จากผู้บริหารทั้ง 2 ท่านอีกด้วย โดยมีการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ ยังได้รับชมแฟชั่นโชว์ของพรีเมี่ยมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น “ปูนตราเสือ x M-150” สำหรับแคมเปญในปีนี้ จากแนวคิด Collaborative Design ร่วมกันระหว่าง ปูนตราเสือ และ เอ็ม-150  ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานนี้ครั้งแรก ซึ่งบรรยากาศภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่ให้เกียรติมาร่วมงานอย่างมากมาย ภายใต้มาตรการความปลอดภัย COVID-19 อย่างเคร่งครัด

โดยในปีนี้ ปูนตราเสือ และ เอ็ม-150 ปล่อย แคมเปญ “ฮึดสู้อย่าง เสือหัวใจเกินร้อย ปี2” ต้อนรับวันแรงงาน เพื่อขอบคุณช่างปูน ผู้รับเหมา และร้านค้าวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะ โดยยังมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นตลาดและส่งเสริมการขายปูนซีเมนต์ตราเสือ ด้วยโปรแกรมส่งเสริมการขายกับเครื่องดื่มให้พลังงาน เอ็ม-150 ออริจินัล x ปูนตราเสือ รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น  เข้าถึงกลุ่มช่างปูน ผู้รับเหมา ที่สามารถร่วมกิจกรรมผ่านแพลทฟอร์มไลน์ แต้มเอ็ม เพื่อสะสมแต้มได้ถึง 3 เท่า สามารถนำไปแลกรับหรือแลกซื้อของพรีเมียมคอลเลคชั่นพิเศษสุด โดยมีระยะเวลาส่งเสริมการขาย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ถึง วันที่ 31 สิงหาคม 2565 หรือจนกว่าของแถมจะหมอ นอกจากนี้ยังสามารถร่วมลุ้นรางวัลใหญ่จากแต้มเอ็มได้ตลอดทั้งปี พร้อมส่งกิจกรรมคาราวาน สัมมนา ปูนเสือ X  เอ็ม-150 ทั่วประเทศ เร็วๆนี้ 

คุณสยามรัฐ สุทธานุกูล Chief Marketing Officer ในธุรกิจ Cement and Green Solution Business กล่าวว่า “จากความสำเร็จในความร่วมมือของปูนตราเสือ X เอ็ม-150 ในปี 2564 สามารถกระตุ้นบรรยากาศและช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาดวัสดุก่อสร้าง ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมเข้าถึงข้อมูลผู้ซื้อ ช่างปูน ผู้รับเหมา ที่ร่วมโปรแกรมได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี และ ในปี 2565 ต่อยอดแคมเปญ “ฮึดสู้อย่างเสือ หัวใจเกินร้อย ปี 2”  รับวันแรงงาน โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจกลุ่มโอสถสภา เช่นเดิม  ด้วย “เครื่องดื่มพลังงาน เอ็ม-150 X  ปูนตราเสือ รุ่นพิเศษ” เป็นเครื่องมือส่งเสริมการขายตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2565 พร้อมโปรแกรม CRM และ

 

 

สิทธิประโยชน์สุดพิเศษ ผ่านแพลทฟอร์มไลน์แต้มเอ็ม นับว่าเป็นความพิเศษ สำหรับลูกค้าปูนตราเสือ ที่จะได้รับแต้มเอ็ม X3 เท่า พร้อมโอกาสในการแลกรับของพรีเมียม เสื้อโปโล เสื้อยืด กระเป๋าผลิตจากแบนเนอร์ที่เหลือจากแคมเปญปีก่อน ตามคอนเซ็ป Circular Economy  ให้สามารถสะสมแต้มแลกซื้อได้ หรือใช้ลุ้นรางวัลใหญ่ต่างๆ  โดยตั้งเป้าหมายช่างปูน ผู้รับเหมา จะเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมการขายนี้มากกว่า 10,000 ราย และเป็นการสร้างสีสัน กระตุ้นบรรยากาศ ณ ร้านค้าวัสดุก่อสร้างได้อีกทางหนึ่ง  พร้อมส่งคาราวานสัมนาช่างปูนทั่วประเทศ พร้อมกิจกรรมชงชิม ณ ร้านค้า ไซต์งานก่อสร้าง และสร้างการรับรู้ (Visibility) ทั้งในส่วนร้านค้าวัสดุก่อสร้าง และร้านค้าเครือข่ายจากเอ็ม-150  ที่เกิดจากความร่วมมือกันเป็นอย่างดีทั้งจากปูนตราเสือ และทีมเอ็ม-150 ผลักดันในทุกช่องทาง  นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือในการสร้างมิติใหม่ในวงการตลาด โดยชูจุดแข็งในการทำงานร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย ให้เกิดแนวความคิดและการต่อยอดทางธุรกิจต่อไปในอนาคต  ซึ่งโปรแกรมความร่วมมือทางการตลาดใน แคมเปญ “ฮึดสู้อย่างเสือ หัวใจเกินร้อย ปี2” นี้ ปูนตราเสือ ประมาณการยอดขายสินค้าที่ร่วมรายการ ปูนซีเมนต์ผสม  (เสือ ซีเมนต์ ก่อฉาบเท เสือ ซูเปอร์ และเสือ ฉาบสูตรพิเศษ) สินค้าปูนซีเมนต์สำเร็จรูป เสือ มอร์ตาร์ (เฉพาะฉาบทั่วไป และฉาบอิฐมวลเบา) สินค้าเสือ กาวซีเมนต์ และ สินค้า เสือ เดคอร์ ให้เติบโตรวมราว 8-10% จากปีก่อน” 

 

คุณวรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โอสถสภา กล่าวว่า “ปัจจุบัน ความร่วมมือทางการตลาด ถือเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์ต่างๆ รวมถึงความร่วมมือระหว่างแบรนด์เอ็ม-150 ของโอสถสภา และปูนตราเสือ ของเอสซีจี ซึ่งนับว่าเป็นการผนึกกำลังกันอย่างลงตัวและแข็งแกร่งระหว่างแบรนด์ที่เป็นผู้นำในตลาด ทั้งสองแบรนด์มีความรู้ความเข้าใจในผู้บริโภคเป็นอย่างดี และสามารถออกแบบแคมเปญที่สามารถเข้าถึงและดึงดูดกลุ่มช่างและผู้รับเหมา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แคมเปญฮึดสู้อย่างเสือ หัวใจเกินร้อย ในปีที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี และเราก็มั่นใจว่า แคมเปญฮึดสู้อย่างเสือ หัวใจเกินร้อย ปี 2 ก็จะสร้างความสำเร็จเช่นกัน”


รายละเอียดสินค้าปูนตราเสือที่ร่วมรายการ มีดังนี้

-               เสือ ซีเมนต์ผสม ก่อ ฉาบ เท ทุก 20 ถุง รับฟรี 2 ขวด 

-               เสือ ซีเมนต์ผสม ฉาบสูตรพิเศษ หรือเสือ เดคอร์ งานเทอร์ราซโซ  ทุก 25 ถุง  รับฟรี 2 ขวด

-               เสือ ซีเมนต์ผสม ซูเปอร์ ทุก 25 ถุง  รับฟรี 1 ขวด 

-               เสือ กาวซีเมนต์ ทุกรุ่น/สูตร  ทุก 10 ถุง  รับฟรี 2 ขวด 

-               เสือ มอร์ตาร์ ฉาบทั่วไป หรือฉาบอิฐมวลเบา ทุก 20 ถุง รับฟรี 1 ขวด 

-               เสือ เดคอร์ งานมาร์เบิ้ล เรนเดอร์ สูตรอีซี่มิกซ์ ทุก 50 ถุง รับฟรี 2 ขวด 

-               เสือ เดคอร์ งานกรวดล้าง สูตรอีซี่มิกซ์ ทุก 50 ถุง รับฟรี 2 ขวด 

-               เสือ เดคอร์ งานเทอร์ราซโซ ทุกสูตร ทุก 25 ถุง รับฟรี 2 ขวด 




ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...