วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565

Make Moments Mega ให้เด่นชัดกว่าใครด้วยกล้อง 200MP บน Xiaomi 12T Series

 


ใครๆ ก็คงอยากเก็บช่วงเวลาสำคัญให้ได้ดีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ‘เสียวหมี่’ หนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับกล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน สร้างสรรค์สมาร์ทโฟน Xiaomi 12T Series ที่มีเลนส์ความละเอียดสูงสุด 200 ล้านพิกเซล เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณเก็บทุกรายละเอียดในช่วงเวลาสุดพิเศษให้ชัดยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ ‘Make Moments Mega’

 

แต่จุดเด่นของ Xiaomi 12T Series ไม่ได้อยู่แค่ความละเอียดของกล้องที่ 200 ล้านพิกเซล หรือ 108 ล้านพิกเซลที่ช่วยให้เวลาครอบหรือซูมภาพแล้วไม่ทำให้เสียรายละเอียดเท่านั้น แต่ยังมีการนำซอฟต์แวร์และอัลกอริทึมมาช่วยประมวลผลในลักษณะของ Computational Photography เพื่อเสริมให้ภาพที่ได้มีคุณภาพสูงที่สุดอีกด้วย

 

 

โดยใน Xiaomi 12T Pro ที่มากับกล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ในการถ่ายภาพปกติจะใช้การรวมเม็ดพิกเซล (Pixel Binning) จากเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ถึง 1/1.22 นิ้ว ในสัดส่วน 16 ต่อ 1 ซึ่งทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียด 12.5 ล้านพิกเซลที่มีขนาดเม็ดพิกเซลใหญ่ถึง 2.56 μm ประโยชน์ที่ได้นอกจากรายละเอียดของภาพที่คมชัดขึ้นแล้ว คือการเก็บแสงที่ดีขึ้น ช่วยให้สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถบันทึกช่วงเวลาพิเศษได้ทั้งภาพนิ่งและภาพวิดีโอความละเอียดสูงในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ทำให้การบันทึกความทรงจำที่มีค่ายิ่งใหญ่นั้นชัดขึ้นกว่าเดิม

 

ส่วนถ้าต้องการภาพความละเอียดสูงระดับ 200 ล้านพิกเซล จะต้องถ่ายภาพในโหมด Ultra HD ซึ่งขนาดไฟล์ภาพจะใหญ่ขึ้นและมีรายละเอียดที่มากกว่า ช่วยให้ซูมภาพได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นด้วย เมื่อทำงานร่วมกับ Xiaomi ProCut จะเปลี่ยนภาพถ่ายขนาด 200 ล้านพิกเซลให้กลายเป็นภาพต่างๆ ได้ถึง 5 ภาพที่มีองค์ประกอบแบบที่ต้องการโดยไม่ลดทอนความคมชัดลง

 

นอกจากนี้ ยังมากับความสามารถเพิ่มเติมอย่างการใส่ระบบกันสั่น OIS เพิ่มเติมด้วย Xiaomi ProFocus ระบบโฟกัสอัตโนมัติในภาพเคลื่อนไหว และดวงตา รองรับการถ่ายภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K ที่สามารถบันทึกได้แบบ HDR10+ รวมถึงการซูมภาพแบบ 2 เท่า โดยไม่เสียรายละเอียดสำหรับการถ่ายภาพ Portrait ด้วย และการรันถ่ายภาพขั้นสูงสุดที่ 30 ภาพต่อวินาที

 

 

ในขณะที่ Xiaomi 12T ซึ่งมากับกล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ก็มาพร้อมความสามารถในการรวมเม็ดพิกเซลเช่นเดียวกันในสัดส่วน 9 ต่อ 1 ทำให้ได้ภาพที่มีเม็ดพิกเซลถึง 1.92 μm รวมถึงความสามารถในการโฟกัสอัตโนมัติ ระบบกันสั่น OIS พร้อมทำงานร่วมกับเลนส์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล และเลนส์มาโคร 2 ล้านพิกเซล

 

ทั้งนี้ Xiaomi 12T Pro และ Xiaomi 12T มากับจอแสดงผลแบบ 120Hz CrystalRes AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh ที่รองรับ 120W HyperCharge ให้พร้อมใช้งานใน 19 นาที โดย Xiaomi 12T Pro ทำงานบนชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8+ Gen 1 ในขณะที่ Xiaomi 12T ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8100-Ultra

 

 

Xiaomi 12T Series มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Silver และ Blue โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม

  • Xiaomi 12T Pro รุ่นความจุ 12GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 25,990 บาท
  • Xiaomi 12T รุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 17,990 บาท

 

“ศิริปันนา กรุ๊ป” เปิดตึกโชว์ความสำเร็จโครงการวันเดอร์ เกษตร กวาดยอดขายรวม 80% คอนโดฯ รูปแบบใหม่ New Normal สร้างปรากฏการณ์สุด Unseen “7 ความมหัศจรรย์”

 


กลุ่มทุนอสังหาฯ เชียงใหม่ “ศิริปันนา กรุ๊ป” เตรียมแกรนด์โอเพนนิ่ง โชว์ความสำเร็จหลังเบนเข็มบุกเมืองกรุงครั้งแรกกับโครงการ วันเดอร์ เกษตร มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท กวาดยอดขายแล้ว 80% คอนโดฯ LOW RISE รูปแบบใหม่ New Normal ปรากฏการณ์สุด Unseen “7 ความมหัศจรรย์” สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้กับข้อเสนอสุดพิเศษ! ! ราคาเริ่ม 1.99 ล้านบาท*

 

นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกภูมิทรัพย์ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ในเครือศิริปันนา กรุ๊ป เปิดเผยว่าหลังจากบริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทธุรกิจโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่มาลงทุนที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ครั้งแรกด้วยการเปิดตัว “โครงการ วันเดอร์ เกษตร” (ONEDER KASET) เมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมาขณะนี้โครงการได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเตรียมจัดงาน Grand Opening โครงการในวันที่ 29-30 ตุลาคม 2565 พร้อมกับเปิดให้ลูกค้าที่ซื้อตรวจรับโอนห้องก่อนเข้าอยู่อาศัยได้แล้วเช่นกัน

 

อย่างไรก็ดีเพื่อฉลองโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% และเพื่อเปิดโอกาสให้กับลูกค้าผู้บริโภคมีที่อยู่อาศัยทางโครงการได้จัดโปรโมชันพิเศษ!! เอาใจคนอยู่เองและสำหรับนักลงทุน ให้การันตี Yield  6% เป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมแถมเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished* และเครื่องใช้ไฟฟ้า Electrical Appliance (TV, Refrigerator, Microwave, Washing Machine, Water heater) สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 062-324-2626  หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line: @onedercondo

 

ทั้งนี้ โครงการวันเดอร์ เกษตร ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ งามวงศ์วาน บนเนื้อที่กว่า 4 ไร่ เป็นอาคารชุดพักอาศัย (LOW RISE) มูลค่ารวมกว่า 1,400 ล้านบาทประกอบด้วย 3 อาคาร 8 ชั้น อาคารมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ทั้ง 3 อาคาร สีส้ม แดง แซมด้วยสีน้ำตาล และมีห้องชุดพักอาศัยทั้งสิ้น 585 ยูนิต แต่ละยูนิตมีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 21.50-36.05 ตารางเมตร (ตร.ม.) และ 7 ร้านค้า, มีที่จอดรถประมาณ 35% โดยมีห้องชุดให้เลือก 4 แบบราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* ดังนี้

 • Studio ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 21.50 - 23.55 ตร.ม.

 • Studio Exclusive ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 23.75 – 25.35 ตร.ม.

 • One Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 27.95 – 28.85 ตร.ม.

 • และ One Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 35.00 – 36.05 ตร.ม.

 

“การขยายฐานตลาดออกนอกพื้นที่จากเชียงใหม่มาเมืองกรุงครั้งแรกของ ศิริปันนา กรุ๊ป เราถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จลูกค้าให้การตอบรับดี มียอดขายไปแล้ว 80% โดยกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ ที่ต้องการอยู่อาศัยจริง และกลุ่มคนที่ซื้อลงทุนเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่บริษัทฯ วางไว้” นายศุภมิตร กล่าว จุดขายสำคัญของ โครงการประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักๆ ที่ได้กระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า ดังนี้

  

1.       รูปแบบการพัฒนาโครงการที่มีความเป็นยูนีคพรีเมียมเฉพาะตัว สะท้อนความต้องการของคนรุ่นใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์ Feel Evergreen in Wonderland ชวนหลงใหลไปกับการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ New Normal และ “7 ความมหัศจรรย์”

 

 2. ทำเลที่ตั้งโครงการที่ติดถนนใหญ่งามวงศ์วาน เป็นย่านชุมชนเมืองขนาดใหญ่มีครบทั้งแหล่งงาน บ้านพักอาศัย โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย และอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีบางเขนเพียง 200 เมตร, ใกล้รถไฟฟ้า 5 สาย ใช้เวลาเพียง 5 นาทีถึง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ 6 นาทีถึง BTS ม.เกษตร ในอนาคตบนถนนงามวงศ์วานจะเกิดแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม)

 

 3. สิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) ภายในโครงการที่ครบครัน โดยแต่ละอาคารจะมี Facilities เป็นของตัวเอง พื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ และความร่มรื่นของโครงการ โดยเฉพาะพื้นที่สวนขนาด 1 ไร่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 3 ตึก สร้างสรรค์ที่ว่างกลางโครงการด้วยเส้นสาย รูปทรงเรขาคณิตพื้นที่สีเขียวรวมเข้ากับทางเดินโค้งเชื่อมต่อกัน และอุโมงค์ต้นไม้ (Flow of Space) ให้ความรู้สึกมีเสน่ห์น่าหลงใหล แต่ยังคงลึกลับน่าค้นหา (Hide&Seek) อีกทั้งยังได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางชั้นบน ให้คุณได้วิ่งชมสีสันท้องฟ้าและวิวเมืองทุกวันบน Sky Running และ Sky Garden เชื่อมต่อกับทุกอาคาร

 

การันตีคุณภาพด้วยรางวัลความสำเร็จ จาก Thailand Property Awards 2021  จำนวน 2 รางวัล คือรางวัล The Winner Best Condo Landscape Architectural Design และ The Highly Commended: Best Boutique Developer  ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จที่บ่งบอกว่า ONEDER KASET เป็นหนึ่งในโครงการที่ดีที่สุดของการออกแบบ

 

พร้อมกันนี้ นายศุภมิตร ยังได้ขยายความเพื่อตอกย้ำถึงรายละเอียดในโครงการที่ทำให้ดูน่าค้นหายิ่งขึ้นผ่านความมหัศจรรย์ 7 Wonder I like about “ONEDER KASET” ซึ่งประกอบไปด้วย

 • Wonder of wonder: โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 • Wonder of location: ติดถนนใหญ่งามวงศ์วาน ตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน โรงพยาบาลวิภาวดี

 • Wonder of transport: ที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต สถานีบางเขน 200 เมตร เชื่อมต่อกับถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต ทางด่วนศรีรัช และดอนเมืองโทลเวย์

 • Wonder of lifestyle: แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ แหล่งงาน ร้านค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ 24 ชั่วโมง

 • Wonder of facility: พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่เกือบ 2 ไร่ ที่รู้ใจ New Generation พื้นที่สวน 1 ไร่ ถูกออกแบบให้เหมือนอยู่ใน Wonderland

 • Wonder of space: ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม คำนึงเรื่องฟังก์ชัน และพื้นที่การใช้งานในทุกรายละเอียด

 • Wonder of furnishing: เฟอร์นิเจอร์ครบ จบที่เดียว

 

“นับตั้งแต่ที่คิดจะมาบุกตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ และได้ที่ดินแปลงนี้มาเราคิดและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพราะต้องการสร้างดีเอ็นเอของ ศิริปันนา กรุ๊ป ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งโครงการวันเดอร์ เกษตร ก็สะท้อนภาพได้ชัดเจน” นายศุภมิตรกล่าวย้ำในตอนท้าย

หลอนสุดขีดขวัญผวาผีไทยต้อนรับฮาโลวีน MBK HAUNTED HOUSE…มาเล่นกันเถอะ เข้าฟรี - 31 ต.ค. ท้าความกล้าพิสูจน์ความหลอนกับ บ้านผีสิงไอดอล ชั้น 4 โซน A เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

 


พร้อมเปิดให้ได้กรี๊ดกันสุดเสียง ท้าพิสูจน์ความกล้าชวนมาขนหัวลุกกับบ้านผีสิงสุดหลอน MBK CENTER HAUNTED HOUSE…มาเล่นกันเถอะ ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนกับกองทัพผีไอดอลที่กลับมาสร้างความสะพรึงเขย่าขวัญกระตุกต่อมกรี๊ดของทุกคนอีกครั้งที่ ชั้น 4 โซน A ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ – วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2565

 

เรียกว่าหลอนตั้งแต่ทางเข้า ทั้งกลิ่น ทั้งบรรยากาศชวนวังเวง โดย MBK CENTER HAUNTED HOUSE…มาเล่นกันเถอะ จำลองบรรยากาศบ้านเรือนไทยร้างกับ 6 โซนสุดระทึก กองทัพผีไทยที่มีศิลปินไอดอล ทั้งเกิร์ลกรุ๊ปและบอยแบนด์ จาก Idol Exchange ร่วมแปลงโฉมสุดสยองเซอร์ไพรส์ทุกคน นำทีมโดย สาว ๆ ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป BERRY BERRY, ROSE QUARTZ และ ศิลปินไอดอลอีกมากมายที่จะมาร่วมสร้างความเซอร์ไพรซ์ในแต่ละวัน ซึ่งการันตีความสะพรึง โดยการเปลี่ยนลุคหนุ่ม ๆ สาว ๆ ศิลปินไอดอลสุดน่ารักเป็นลุคหลอนสยองขวัญ โดยช่างแต่งหน้ามืออาชีพ คุณต้น ภานุเดช แสงแข Makeup Artist ให้กับงานแฟชันวีค รวมถึงแต่งหน้าศิลปินดาราในกองถ่ายต่าง ๆ

 

นอกจากจะได้สัมผัสประสบการณ์ความหลอนสุดสะพรึง ในบางโซนยังซ่อนเกมให้ได้ลุ้นรับของรางวัลมากมาย อาทิ เกมเสี่ยงเซียมซีซ่อนเลขเด็ดรับโชค ลุ้นรับ MBK Gift Voucher หรือ แผ่นทองท้าวเวสสุวรรณ จากวัดจุฬามณี เครื่องรางเสริมสิริมงคลมอบให้กลับไปบูชาที่บ้าน แต่ที่ไม่ต้องลุ้นได้รับแน่ ๆ สำหรับทุกคนที่เข้าไปท้าความกล้าในบ้านผีสิงจะได้รับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์กลับไปเสริมดวงเสริมสิริมงคลที่บ้าน

 

โดยในวันเปิดตัวบ้านผีสิง MBK CENTER HAUNTED HOUSE…มาเล่นกันเถอะ มีเจ้าพ่อเรื่องผี ป๋อง กพล ทองพลับ นำทีม The Shock Radio ร่วมท้าพิสูจน์ความหลอน และเล่าประสบการณ์ความหลอนเรื่องสยองขวัญ

 

ด้าน จริงจัง ศิลปินไอดอลหญิงวง Berry Berry ที่มาร่วมแปลงโฉมสุดสยองเป็นผีเซอร์ไพรส์ทุกคน กล่าวว่า ตื่นเต้นมากเลยค่ะ ขนาดตอนซ้อม แค่เห็นตัวเองยังรู้สึกกลัวเลยค่ะ กลับไปนอนไม่หลับเลยค่ะ อยากให้ทุกคนมาสนุก ร่วมสร้างประสบการณ์ความหลอนครั้งใหม่ไปด้วยกันนะคะ ในแต่ละวันจะมีศิลปินไอดอลหมุนเวียนกันมาร่วมสร้างความหลอน จริงจังมา 3 วันค่ะ แต่ละวันก็จะมีลุคที่แตกต่างกันไป จะเป็นผีอะไรบ้างต้องมาดูกันนะคะในงาน MBK CENTER HAUNTED HOUSE…มาเล่นกันเถอะ วันที่ 27-31 ตุลาคมนี้เท่านั้นนะคะ

 

ส่วนสาว จีจี้ ศิลปินไอดอลหญิงวง Berry Berry กล่าวว่า จีจี้มาร่วมงาน MBK CENTER HAUNTED HOUSE…มาเล่นกันเถอะ เป็นครั้งแรกค่ะ แต่ก็พร้อมหลอนไปกับทุกคน อยากให้ทุกคนเตรียมใจกันมาก่อนเลย รับรองหวีดสยอง ขวัญผวาแน่ ๆ ค่ะ ที่สำคัญบ้านผีสิงไอดอลแห่งนี้มีความพิเศษไม่เหมือนที่ไหนในโลก ศิลปินไอดอลมาร่วมแปลงโฉมเป็นผี และทุกคนยังสามารถร่วมกิจกรรมถ่ายรูปกับผีไอดอลได้ที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย มาสนุกกับการหลอนครั้งนี้กันเยอะ ๆ นะคะ มีแค่ 5 วันเท่านั้น ห้ามพลาดนะคะ

 

ปักหมุดไฮไลท์!! ในวันฮาโลวีน วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2565 กองทัพผีไอดอลจะมารวมตัวกันมากที่สุดถึง 24 ตน ยกขบวนความหลอนแบบจัดเต็ม เตรียมมากรี๊ดกันให้สุดเสียงสัมผัสประสบการณ์ความหลอนสุดขีดกันได้

 

สำหรับบ้านผีสิง MBK CENTER HAUNTED HOUSE…มาเล่นกันเถอะ เปิดให้หลอนฟรี ! ตั้งแต่วันนี้ - วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2565 เวลา 13.00 น. – 21.00 น. ชั้น 4 โซน A เพียงแสดงใบเสร็จที่มียอดใช้จ่าย ทุก 300 บาท + MBK Point 1 คะแนน รับตั๋วเข้าชม 1 ใบ (สามารถรวมใบเสร็จได้) หรือ แสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษา + ใบเสร็จมูลค่า 100 บาท + MBK Point 1 คะแนน รับตั๋วเข้าชม 1 ใบ นอกจากนี้หากใครแต่งแฟนซีผีมาร่วมชม รับฟรี MBK Gift Voucher มูลค่า 100 บาท

...มาเล่นกันเถอะ

##

 

#MBKCENTER #MBKMBCOOL #มาMBKCENTERกัน #MBKCENTERHAUNTEDHOUSEมาเล่นกันเถอะ

#IdolExchange #BERRYBERRY #ท้าความกล้าพิสูจน์ความหลอน

 

‘ผู้ชมไกลๆ’ เพลงใหม่จาก ไอซ์ ธมลวรรณ ถ่ายทอดความรู้สึกของคนแอบรักเพื่อน บอกสิ่งที่อยู่ในใจก็ไม่ได้...เก็บไว้ต่อไปก็คงไม่ดี

 


หลังจากปล่อยให้ซิงเกิลก่อนหน้าอย่าง ‘ยังเป็นฉันหรือเปล่า’ เล่นงานกับหัวใจคนที่เจ็บปวดเต็มๆ จากความสัมพันธ์แบบครึ่งๆ กลางๆ พร้อมกับยอดผู้ชมมิวสิกวิดีโอกว่า 2.6 ล้านครั้ง! วันนี้ ไอซ์ ธมลวรรณ ศิลปินสาวเจ้าของเสียงร้องสุดเท่และมีเสน่ห์แห่งค่าย YES i AM พร้อมแล้วที่จะส่งซิงเกิลใหม่ของตัวเอง ‘ผู้ชมไกล’ เพลงเพราะของคนที่แอบรักเพื่อน..และเป็นได้มากที่สุดแค่เพื่อนรักที่คอยเฝ้ามองเธอมีความสุขอยู่ไกลๆ

โดยเพลงนี้ ไอซ์ ยังคงได้ แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม ผู้ดูแลค่าย YES i AM มารับหน้าที่เป็น Executive Producer ค่อยดูแลในทุกๆ ขั้นตอนของงานเบื้องหลัง จนออกมาเป็นอีกหนึ่งเพลงที่โดดเด่นด้วยเนื้อร้องที่สัมผัสสวยงาม ซาวด์ดนตรีที่ขยี้อารมณ์ให้คนเศร้าอินขั้นสุด และจะเป็นอีกเพลงที่บรรดาคนแอบรักเพื่อนทั้งหลายต้องเก็บไว้ในเพลลิสเพื่อเยียวยาหัวใจ

 

สำหรับเพลง ‘ผู้ชมไกลๆ’ คือเพลงที่ ไอซ์ หยิบเอาความรู้สึกของการแอบรักเพื่อนมาถ่ายทอด และเชื่อว่าคงเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับที่หลายคนเคยเจอ เมื่อความรักเกิดขึ้นในใจ แต่ก็ต้องเก็บทุกอย่างเอาไว้เงียบๆ คนเดียวเพราะคำว่าเพื่อนมันค้ำคอ หรือถ้าบอกไปแล้วไม่สมหวัง สถานะเพื่อนก็คงไม่หลงเหลือ

 

“เพลงนี้ตั้งใจเอาใจคนแอบรักโดยเฉพาะเลยค่ะ เพราะไอซ์เชื่อว่าน่าจะมีหลายคนที่เคยเจอกับเหตุการณ์ หรือเคยมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นในใจแล้วไม่สามารถพูดออกไปได้ทั้งหมด เพราะติดตรงที่คำว่าเป็นเพื่อนกัน จนกลายเป็นความอึดอัด ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเหมือนห่างไกลกันออกไป สุดท้ายก็กลายเป็นแค่เพื่อนเธอคนหนึ่งที่คอยมองอยู่ไกลๆ ในฐานะผู้ชมธรรมดาๆ เท่านั้น เป็นเพลงที่ไอซ์ตั้งใจมากๆ อยากให้ทุกคนฟังแล้วชอบค่ะ”

 

สามารถติดตามฟังและชมมิวสิกวิดีโอเพลง ‘ผู้ชมไกลๆ’ ซิงเกิลใหม่จาก ไอซ์ ธมลวรรณ ได้แล้ววันนี้บน YouTube : Ice Tamonwan และทุกบริการ Music Streaming หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ ไอซ์ ได้ทาง Facebook : tamonwan.koblaptanakul / Instagram : icetamonwan รวมถึงช่องทาง Official ของ YES i AM

 

Link MV : https://youtu.be/Rntow5W_ATw

อาชีพในฝันเป็นจริงแล้ว! รามาดา บาย วินด์แฮม เปิดรับสมัคร Chief Eats Officer เพื่อช่วยค้นพบและแบ่งปันความสุขในการทำอาหารทั่วโลก เฟ้นหาแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านวัฒนธรรมอาหาร พร้อมเงินกว่า 10,000 ดอลลาร์

 


รามาดา บาย วินด์แฮม เฟ้นหาและรับสมัคร Chief Eats Officer (“CEO”) คนแรกของโลก ซึ่งเป็นงานแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมกับเงินค่าตอบแทนกว่า 10,000 ดอลลาร์

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 28 ตุลาคม 2565 – นักชิมอาหาร เป็นหนึ่งในอาชีพที่ทุกคนใฝ่ฝัน เพราะเป็นงานที่เปิดโอกาสให้เราได้ลิ้มรสอาหารแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นทาโก้ข้างถนนที่ร้อนระอุของเม็กซิโก สูดกลิ่นหอมของกาแฟตุรกี ชิมชิมิชูรี่ที่เปรี้ยวที่สุดในอาร์เจนตินาและสัมผัสรสแสบร้อนของเครื่องต้มยำรสเผ็ดของประเทศไทย และวันนี้อาชีพนั้นอาจตกเป็นของคุณ รามาดา® บาย วินด์แฮม หนึ่งในแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก กำลังค้นหา Chief Eats Officer (“CEO”) คนแรก ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ที่จะดึงดูดผู้ที่สนใจเพียงคนเดียวจากทั่วทั้งมุมโลก ที่จะมาร่วมเฟ้นหาและแบ่งปันอาหารเลิศรสและวัฒนธรรมที่น่ารื่นรมย์อันเป็นที่สุดของที่สุด เหนือสิ่งอื่นใด งานนี้มาพร้อมกับเงินค่าตอบแทน 10,000 ดอลลาร์ รวมไปถึงสิทธิในการเป็นเจ้าของงานที่ชวนน้ำลายสอมากที่สุดในโลก

รามาดา เป็นเครือโรงแรมที่ได้รับรางวัลมากมายในกว่า 63 ประเทศทั่วโลก ซึ่งตำแหน่ง “ซีอีโอ” ที่ได้รับแต่งตั้งในครั้งนี้ จะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ค้นหาและตีแผ่วัฒนธรรมและอาหารของทั้ง 5 ทวีปทั่วโลก อย่างสร้างสรรค์บนโซเชียลมีเดียและช่องทางการตลาดของแบรนด์ ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับตำแหน่งจะได้รับเงินจำนวน 10,000 ดอลลาร์ และ 150 ดอลลาร์เป็นค่าเดินทางรายวัน เพื่อช่วยสนับสนันและผลักดันการผจญภัยรอบโลกให้พิเศษยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น “CEO Comp Package” ยังรวมไปถึงบริการที่พักและค่าเดินทางทางอากาศ การอัปเกรดเป็นสมาชิก Wyndham Rewards Diamond และประสบการณ์การเดินทางแบบพิเศษสุดที่หาที่ไหนไม่ได้

 

"อาหารเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่วัฒนธรรมใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ รามาดา บาย วินด์แฮม ให้ความสำคัญเสมอมา เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเดินทางและเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั่วโลก" สเตฟานี เคนดริก หัวหน้าแบรนด์และรองประธานฝ่ายปฏิบัติการของรามาดา บาย วินด์แฮม กล่าว “ซีอีโอผู้โชคดีของเราจะมีโอกาสได้ดื่มด่ำไปกับโรงแรมเครือรามาดาที่ดีที่สุดและจุดหมายปลายอันน่าตื่นตาตื่นใจทางมากมาย พร้อมมาร่วมแบ่งปันในทุกช่วงเวลาของการผจญภัยที่เติมชีวิตชีวาของพวกเขาออกสู่สายตาของผู้ชมทั่วโลก”

 

ตำแหน่ง CEO:

ความรับผิดชอบของ Chief Eats Officer นั้นรวมถึงการเดินทางไปทั่วโลกนานถึงสามสัปดาห์ และจัดทำลิสท์อาหารที่ห้ามพลาดลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเนื้อหาและประสบการณ์จากความคิดสร้างสรรค์ของ CEO จะถูกนำเสนอบนเว็บไซต์แบรนด์และช่องทางโซเชียลมีเดียของ รามาดา เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเดินทางคนอื่น ๆ ได้เดินทางและลิ้มลองความแปลกใหม่ไปพร้อม ๆ กัน

 

หน้าที่รับผิดชอบ:

  • เดินทางเยี่ยมชม 8 ประเทศ ภายในเวลา 3 สัปดาห์
  • บันทึกการเดินทางและการทำอาหารแบบเรียลไทม์ด้วยรูปภาพ วิดีโอ และเนื้อหาอย่างสร้างสรรค์และน่าตื่นตาตื่นใจ
  • สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

 

คุณสมบัติ:

 

สิทธิพิเศษที่จะได้รับ:

  • เงิน 10,000 ดอลลาร์
  • ค่าเดินทาง 150 ดอลลาร์ต่อวัน นานสูงสุด 3 สัปดาห์
  • บัตรโดยสารไปกลับในชั้นประหยัด
  • ค่าที่พัก ณ โรงแรมรามาดาบายวินด์แฮม สูงสุด 3 สัปดาห์
  • อัปเกรดเป็นสมาชิกระดับ Diamond Rewards® Diamond เป็นเวลาหนึ่งปี

 

วิธีการสมัคร:

  • โพสต์วิดีโอสาธารณะลงใน TikTok และติดแท็ก @RamadabyWyndham และ #RamadaCEO พร้อมอธิบายว่าอะไรทำให้คุณเป็นผู้สมัครในอุดมคติสำหรับงานนี้ โดยวิดีโอควรมีความยาวอย่างน้อย 2 นาที และแสดงถึงความหลงใหลของผู้สมัครเกี่ยวกับอาหารและการเดินทาง ตลอดจนทักษะการเล่าเรื่องและความรอบรู้ในสังคม ทั้งนี้ผู้สมัครที่สมัครผ่าน TikTok จะต้องติดตาม @RamadabyWyndham จึงจะได้รับการพิจารณา หรือสามารถส่งอีเมลวิดีโอไปได้ที่ makemeceo@ramada.com
  • โปรดระบุประเทศที่อยู่อาศัยในวิดีโอ หรือหากสมัครทางอีเมล โปรดระบุบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวที่ใช้งาน ซึ่งจะต้องเป็นบัญชีสาธารณะเท่านั้น จึงจะได้รับการพิจารณา
  • ผู้สมัครต้องส่งใบสมัครภายในเวลา 23:59 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (Eastern Time) ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เป็นภาษาอังกฤษ โดยผู้ใหญ่อายุ 21 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องพร้อมสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศเป็นเวลา 3 สัปดาห์ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2566 ตามกฎอย่างเป็นทางการในการเดินทางเข้าประเทศ

 

รามาดา บาย วินด์แฮม จะเลือก “CEO” ที่ชนะภายในหรือประมาณสัปดาห์ของวันที่ 2 ธันวาคม 2565 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงกฎเกณฑ์อย่างเป็นทางการ สามารถเข้าไปดู ได้ที่ www.ramada.com/ceo และ https://www.wyndhamhotels.com/content/dam/assets/common-authored/pdf/Ramada_CEO_Official_Rules_Thai.pdf

ทีเอ็มบีธนชาต ชวนคนรุ่นใหม่สาย Tech และ Data ร่วมยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยให้ดีขึ้น กับโครงการ Financial Well-being Hackathon for Thais

 


กรุงเทพฯ, 28 ตุลาคม 2565 – วิกฤตการณ์โควิด-19 เป็นจุดเปลี่ยนของใครหลายคนที่มีสถานะทางการเงิน คุณภาพชีวิตด้านการเงินเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น หนี้ครัวเรือนของไทยสูงขึ้นถึงร้อยละ 91 ของ GDP อัตราค่าครองชีพสูง รวมไปถึงปัญหาการกู้ยืมหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะ GEN Z ที่มีสถิติเป็นหนี้เพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว คนสูงวัยก็ไม่มีเงินเก็บออมหลังวัยเกษียณและอีกหลายกลุ่มยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นข้อท้าทายของประเทศไทย เพราะทำให้คนไทยเริ่มห่างไกลจากการมี “Financial Well-being” หรือ “ชีวิตทางการเงินที่ดี” ซึ่งเป็นที่มาให้ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดงาน “Financial Well-being Hackathon for Thais” การแข่งขันเพื่อค้นหาโซลูชันทางการเงินเพื่อคนไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีและฐานข้อมูล (Tech & Data) มาเป็นพื้นฐานในการแก้ปัญหา รวมทั้งมีการรวมพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยให้เติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น

 

นายนริศ สถาผลเดชา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้า ttb analytics ได้พูดถึงโจทย์ของการแข่งขันครั้งนี้ว่า “เราจะยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยให้ดีขึ้นได้อย่างไร โดยนำ Tech & Data มาประยุกต์ใช้ให้ถูกจุด คือ ‘การเลือกปัญหาที่ใช่ ที่เราจะแก้ไข’ (Problem Worth Solving) เราต้องเข้าใจปัญหาของคนที่เราจะแก้ไขปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาจะเป็นแนวทางหลักในการตัดสินผลงานของผู้เข้าแข่งขัน Hackathon ในครั้งนี้ ซึ่งทีเอ็มบีธนชาตเล็งเห็นถึงความสำคัญที่ต้องแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเร็วที่สุดและต้องทำทันที เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยให้ดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต”

 

งาน “Financial Well-being Hackathon for Thais” มีนักศึกษา คนรุ่นใหม่ ร่วมกันส่งแนวคิดเพื่อช่วยยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยกว่า 100 โครงการ ครอบคลุมปัญหาทางการเงินของคนไทย ตั้งแต่ GEN Z คนทำงาน SME เกษตรกร ผู้สูงวัย เพื่อไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สะท้อนให้เห็นมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อการเงินและการจัดการปัญหาทางการเงิน โดยมีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ (Mentor) จากทีเอ็มบีธนชาต และที่ปรึกษาจากบริษัทภายนอกหลากหลายสาขามาช่วยขัดเกลาไอเดียและต่อยอดให้ครอบคลุม 3 แกนหลัก ได้แก่ แผนธุรกิจ (Business), Tech และ Data ในการร่วมกันสร้างโซลูชันทางการเงินอย่างแท้จริง

 

1. Business ที่มีเคสที่น่าสนใจอย่าง ทีทีบี ออลล์ฟรี ที่เข้ามาแก้ปัญหาทางการเงินให้กับลูกค้า เช่น ปัญหาที่ว่าคนไทยกว่า 70% ไม่ทำประกัน เพราะมองว่าการทำประกันคือการสิ้นเปลือง แล้วจะแก้ปัญหานี้อย่างไร? ทีเอ็มบีธนชาตจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้หันมาสนใจทำประกันกันมากขึ้นด้วยการมอบวงเงินประกันให้กับลูกค้าฟรี และช่วยลดค่ารักษาพยาบาล ซึ่งการแก้ปัญหาที่ตรงจุดเริ่มจากการมองหาความต้องการของลูกค้า ศึกษาปัญหาของลูกค้า เพื่อสร้างสรรค์โซลูชันที่เข้าใจง่ายและได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

 

2. Tech เช่น การแก้ปัญหาด้วยการนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในประเทศไทย เริ่มต้นจากปัญหาที่เกษตรกรนำเงินทุนจากโรงงานผู้ผลิตน้ำตาลไปใช้ไม่เพียงพอ บ้างก็นำไปใช้ในด้านอื่นแทนการนำไปลงทุนปลูกอ้อย ทำให้เกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ คือ เกษตรกรมีเงินทุนไม่พอ ทำให้ปลูกอ้อยได้น้อยหรือคุณภาพต่ำ ส่งผลให้โรงงานผลิตน้ำตาลได้น้อย เสียโอกาสทางการค้า จึงออกแบบโซลูชัน ‘แอปพลิเคชัน’ ที่ช่วยให้โรงงานสามารถติดตามการทำงานของเกษตรกรได้ ในขณะเดียวกันเกษตรกรก็จะสามารถรับเงินทุนสนับสนุนจากโรงงานผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นโซลูชันเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคนั้น ธนาคารต้องศึกษาและสังเกตจากประสบการณ์สถานที่จริงเพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง ผ่านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เหมาะสม

 

และ 3. Data ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากมายที่นำเอาข้อมูลมาใช้พัฒนาบริการ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทยในด้านของการเกษตรให้ดีขึ้น เช่น การนำเอาข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาช่วยในการคาดการณ์การเพาะปลูก และพยากรณ์สภาพอากาศเพื่อให้เกษตรกรได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาพัฒนาโซลูชันแบบ Personalization หรือ แบบปัจเจกบุคคล ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนได้อย่างตรงจุด

 

ทั้งนี้ งาน “Financial Well-being Hackathon for Thais” จะจัดกิจกรรม “Hack Day” ขึ้นในวันที่ 29 - 30 ตุลาคมนี้ โดยมี 15 ทีมสุดท้ายที่ผ่านการคัดเลือกมานำเสนอโซลูชันทางการเงินต่อคณะกรรมการ และจะประกาศผลรางวัลแก่ทีมผู้ชนะ เพื่อคว้ารางวัลรวมมูลค่ากว่า 280,000 บาท  พร้อมกับโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโซลูชันกับทีเอ็มบีธนชาต รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ https://www.ttbbank.com/ttbfb-hackathon2022

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...