วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

พญ.ฐานิสร และ มาดามจอย แห่งรมย์รวินท์ ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ My BEST VERSION

 


พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล แพทย์ผู้อำนวยการ และ มาดามจอย-ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ แห่ง รมย์รวินท์ คลินิก (Romrawin Clinic) ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมงานสุเอ็กซ์คลูซีฟ My BEST VERSION  จากบริษัท Allergan Aesthetics Thailand  แบรนด์เวชศาสตร์ความงามระดับพรีเมียมจากสหฐัอเมริกา ซึ่งรมย์รวินท์เป็นหนึ่งใน 12 คลินิกจากทั่วประเทศที่ได้เข้าร่วมผ่านการเป็น Top Spender  งานนี้ทั้งคู่ถึงกับยิ้มแก้มปริ!!! พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนและไว้วางใจรมย์รวินท์ คลินิกมาโดยตลอด

 

เกี่ยวกับรมย์รวินท์

รมย์รวินท์ คลินิก ผู้นำด้านความงามสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เน้นมอบความงามอย่างเป็นธรรมชาติ (FOR THE BETTER YOU) มีวิสัยทัศน์การเป็นที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านความงามอย่างเป็นธรรมชาติสำหรับคนไทยรุ่นใหม่ที่มุ่งหวังให้ดูดีและปลอดภัยด้วยการบริการที่ใส่ใจคุณภาพของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านความงามที่ดีที่สุดในทุกวัน

พันธกิจ ประการ คือ

·        การยกระดับการบริการด้านความงามที่ทันสมัยสะดวกสบาย

·        นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อความงามของคนไทย

·        นำเสนอนวัตกรรมที่ทันสมัย และปลอดภัย

·        ให้การดูแลด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดมุ่งเน้นการเอาใจใส่ลูกค้าอย่างเพื่อนสนิท

fintips by ttb ชวนปรับเปลี่ยนมุมคิดกับ 5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการซื้อ “ประกัน”

 


แม้ช่วงโควิด-19  จะทำให้คนไทยสนใจทำ “ประกัน” มากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนมองว่าประกันไม่ใช่สิ่งจำเป็น!

 

โลกทุกวันนี้มีความเสี่ยงอยู่รอบด้าน การมีประกัน จึงถือเป็นเครื่องมือทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ช่วยเราบริหารความเสี่ยงในชีวิตเราได้ ทำให้เป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ไม่ติดขัด  และที่สำคัญการมีประกันที่พอดีกับชีวิตของเรา เหมาะสมกับตัวเองในแต่ละช่วงวัยก็จะทำให้ชีวิตการเงินของเราราบรื่นตามแผนที่วางไว้ได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน  

 

วันนี้ fintips by ttb เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จึงชวนทุกคนที่สนใจที่จะทำประกันมาเช็กไปพร้อม ๆ กัน ว่ายังมีความเชื่อใดที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประกันอยู่บ้าง เพื่อชวนปรับเปลี่ยนมุมคิดกับ 5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการซื้อ “ประกัน”เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น


1.      อายุน้อย ไม่มีภาระทางบ้าน ไม่ต้องซื้อประกันชีวิตเดี๋ยวไม่คุ้ม!

การซื้อประกันชีวิตเป็นการป้องกันความเสี่ยง จึงไม่ควรมุ่งเน้นเรื่อง “ความคุ้มค่า” เพียงอย่างเดียว ประกันชีวิต จำเป็นสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะอายุยังน้อย หรือไม่ได้เป็นเสาหลักของบ้าน แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันย่อมส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้การซื้อประกันตั้งแต่อายุน้อยนับว่าเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัว และตนเองได้เช่นกัน เพราะถ้าซื้อไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย ค่าเบี้ยประกันก็จะถูกกว่าตอนที่อายุมากขึ้นแล้ว

 

ส่วนเรื่องภาษีนั้น เป็นความเข้าใจผิด ที่คิดว่าประกันชีวิตทุกชนิดจะสามารถหักกับรายได้เพื่อลดหย่อนภาษีได้ ความจริงแล้ว ประกันที่สามารถหักรายได้เพื่อลดหย่อนภาษีได้ต้องเป็นประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองมากกว่า 10 ปีขึ้นไป


 

2.      ไม่ต้องทำประกันบำนาญ รอให้ลูกหลานดูแลวัยเกษียณ

ไม่ว่าจะโสด หรือมีครอบครัว ในวัยหลังเกษียณก็ควรต้องดูแลการเงินของตัวเองให้ได้ การวางแผนเกษียณจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน หากเตรียมพร้อมทำประกันบำนาญไว้อย่างรอบคอบ จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้ แม้วันที่ไม่มีรายได้ก็สามารถมีเงินใช้จ่ายได้อย่างไม่ลำบาก

 

3.      ประกันสวัสดิการที่ได้จากบริษัท ยังไงก็พอ!

ประกันสังคม  ประกันที่ได้จากบริษัท หรือที่นายจ้างทำให้ ความคุ้มครองเหล่านี้จะมีผลตอนที่เราทำงานอยู่กับบริษัทเท่านั้น หากวันใดลาออก หรือตกงาน ชีวิตของเราก็แทบไม่มีหลักประกัน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับอนาคต  พนักงานที่ได้รับเงินเดือนจึงควรซื้อประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุของตัวเองไว้บ้าง แม้ในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝันก็ยังมีประกันที่เราซื้อไว้รับความเสี่ยงแทน

 

4.      ทำประกัน เลือกแบบจ่ายเบี้ยประกันสั้น ๆ แค่ลดหย่อนภาษีได้ก็พอ

การซื้อประกันโดยมีจุดประสงค์เพื่อลดหย่อนภาษีไม่ใช่เรื่องผิด แต่อย่ามองข้ามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการทำประกันชีวิต ซึ่งก็คือ “การคุ้มครองความเสี่ยง” ดังนั้น ในการทำประกันจึงควรพิจารณาถึงวัตถุประสงค์หลักก่อน โดยดูว่ามีความเสี่ยงด้านใดบ้าง และอยากได้ความคุ้มครองในด้านใดบ้าง  เช่น

  • ความเสี่ยงในการจากไปก่อนวัย ควรเลือกเน้นความคุ้มครองชีวิต (แบบตลอดชีพชั่วระยะเวลา)
  • ปิดความเสี่ยงที่จะมีเงินไม่แน่นอนในอนาคต ควรเลือกประกันชีวิตแบบเน้นออมเงิน

 

5.      ประกันรถยนต์ คุ้มครองเฉพาะรถเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น

ไม่จริงเสมอไป ประกันรถยนต์บางประเภทยังคุ้มครองรถจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไฟไหม้ การโจรกรรม ต้นไม้ล้ม และความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม รวมถึงให้ความคุ้มครองคนขับและผู้โดยสารอีกด้วย

 

นี่คือ ความเชื่อเกี่ยวกับ “ประกัน” ที่คนมักเข้าใจผิด เมื่อสำรวจตัวเองเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องประกันที่ถูกต้องแล้ว และมาเริ่มต้นปรับเปลี่ยนความคิด และนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการเลือกประกันที่เหมาะสมกับตัวเองก็จะช่วยทำให้มีชีวิตการเงินที่ดีขึ้นและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน

 

เพิ่มเติมข้อมูลความรู้ และเคล็ดลับทางการเงินดี ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมาย และสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ทั้งวันนี้และอนาคต ได้ที่ “fintips by ttb”  เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจคลิก https://www.ttbbank.com/th/fintips-043 

หรืออ่านบทความเต็มได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/fintips-protectionbelief

 

* * * * * *

#fintipsbytttb

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น  #ttb #MakeREALChange

“ออริจิ้น” ฉลองความสำเร็จ จัดโปรปิดตึก “ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว” ราคาเดียวทุกชั้น เริ่ม 3.49 ล้าน* พร้อมรับ Macbook Air M2 วันเดียวเท่านั้น...!

 


ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ฉลองความสำเร็จก่อนปิดโครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว” (The Origin Ratchada-Ladpraoคอนโดใหม่! พร้อมอยู่ กับโอกาสสุดท้ายที่จะให้คุณได้จับจองเป็นเจ้าของ ด้วย “โปรปิดตึก” พบกับห้องชุด ทุกชั้น ทุกห้อง ทุกมุม ทุกวิว ราคาเดียว! พร้อมรับของขวัญสุดพิเศษ อยู่ฟรีนาน 1 ปี* และฟรี! ทุกค่าใช้จ่าย ณ วันโอน เริ่มเพียง 3.49 ล้านบาท* พิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน ณ สำนักงานขายโครงการดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว รับเพิ่ม Macbook Air M2* เปิดจองวันที่ 6 สิงหาคม 2565 วันเดียวเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมที่  Tel. 020 300 000  Add LINE @theoriginratchada หรือ https://lin.ee/9PivqxJ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าhttps://bit.ly/3zqtdfs 

 

สำหรับโครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว เป็นคอนโดใหม่! พร้อมอยู่…สุดไพรเวท ด้วยห้องชุดเพียง 208 ยูนิต  หรูหราด้วยการสถาปัตยกรรมสไตล์ Classic Heritage ให้การอยู่อาศัยทุกวันของคุณเสมือนการพักผ่อน หนึ่งเดียวใจกลางรัชดา-ลาดพร้าว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วย Co-Working SpaceAuto Parking รวมพื้นที่จอดรถมากถึง 51% , Smart Living ด้วยเทคโนโลยี Home Automation เชื่อมต่อ Interchange Station รถไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ สายสีน้ำเงิน และสายสีเหลือง ใกล้ MRT ลาดพร้าว เพียง 400เมตร 

 

หมายเหตุ: *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด 

ทีเคพาร์ค ชวนคิดทะลุกรอบ ออกแบบพื้นที่เรียนรู้ที่ไม่ต้องอยู่แค่...ในห้องเรียน

 


   กรุงเทพฯ – สถาบันอุทยานการเรียนรู้ หรือ ทีเคพาร์ค  ร่วมกับ TED Circles by TEDxCharoenkrung ชวนคนรุ่นใหม่ออกแบบพื้นที่เรียนรู้ในแบบที่อยากเห็นกับการเวิร์กช็อป ในกิจกรรม “สร้างสรรค์พื้นที่เรียนรู้ที่ไม่ต้องอยู่แค่...ในห้องเรียน” พบกับ กิจกรรมหลักประกอบด้วย

1.      ฟังเสวนา ในหัวข้อ “เปิดพรมแดนการเรียนรู้ยุคใหม่ที่ไม่จำกัดอยู่ในห้องเรียน” วิทยากรโดย จุมพฏ ศรียะพันธ์ สมาชิก ชุมชนการเรียนรู้แบบอิสระเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมสำหรับเด็ก (CoderDojo Thailand)  อรุณี อธิภาพงศ์ ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม  Ari Around และ วันใหม่ นิยม แอดมินเพจ ธนบุรี มี คลอง และ 3C Project

2.      ร่วมระดมสมองผ่านกระบวนการ Design Thinking ที่เอาความต้องการของผู้คนเป็นจุดเริ่มต้นในการออกแบบ  ในประเด็นตามที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสนใจ เช่น ด้านศิลปะ ดนตรี งานอดิเรก ธรรมชาติ หนังสือ coding ชุมชน ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น หรือการใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางสร้างชุมชนการเรียนรู้ ด้วยเครื่องมือ LEGO Power Ideation

3.      สนุกกับ การเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ (learning by doing) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สร้างสรรค์ต้นแบบพื้นที่เรียนรู้ร่วมกับสมาชิกในทีม โดยมีโค้ชที่มีประสบการณ์ให้คำแนะนำในการทำงาน พร้อมวงเงินสนับสนุนทีมละ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังได้ลงสนามทดสอบต้นแบบกับตัวอย่างกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนาต้นแบบให้ดียิ่งขึ้น

                  ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ในวันที่ 6 และ 20 สิงหาคม 2565 ณ โรงแรมสยามแอ็ทสยาม ดีไซน์ โฮเต็ล เปิดสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่
28 กรกฎาคม 2565 จำนวนจำกัด 30 คนเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติม 
www.tkpark.or.th  สอบถามโทรศัพท์ 086-557-6596

5 ข้อชวนรู้จัก “แอดมิน OpenChat” Community Creator ผู้ขับเคลื่อนเบื้องหลังโลกออนไลน์ในทุกวงการ!

 


มาดู ข้อชวนรู้! ของ Community Creator ที่ชื่อว่า “แอดมินโอเพนแชท”

 

1.         ผู้ควบคุมกุมบังเหียนคอมมูนิตี้

แอดมินโอเพนแชทจะมีบทบาทในการคอยดูแลความเรียบร้อย คัดกรอง และสนับสนุนเหล่าผู้ใช้งานและเพื่อนสมาชิกในห้อง เพื่อให้โอเพนแชทนั้นเป็นคอมมูนิตี้ที่แข็งแรงและปลอดภัย แอดมินโอเพนแชทเป็นเจ้าของคอมมูนิตี้ ที่มีสิทธิ์ในการบริหารจัดการ พื้นที่ของตัวเอง ได้อย่างอิสระและจัดการสมาชิกได้ง่ายด้วยฟังก์ชันที่ตอบสนองการใช้งานของแอดมิน ขณะเดียวกันก็สามารถแต่งตั้งผู้ช่วยแอดมินเพื่อช่วยดูแลห้องได้เช่นกัน อ่านรายละเอียด คู่มือแอดมินโอเพนแชท ได้ที่https://notice2.line.me/SQUARE/web/document/notice?documentId=20165620&lang=th

 

2.         สนใจเรื่องไหน ก็ “ตั้งวง” สร้างกรุ๊ปได้เรื่องนั้น

เป็นที่รู้ดีสำหรับชาวออนไลน์ ว่าในโอเพนแชทนั้นตอบโจทย์แทบจะทุกหัวข้อความสนใจพูดคุย โดยแบ่งออกเป็น 21 กลุ่มหลัก โดยตั้งแต่ต้นปี 2564 จนถึง ต้นปี 2565 มีแอดมินเข้ามาเปิดห้องโอเพนแชทมากขึ้นกว่า 100% (ปัจจุบันรวม 420,888 ห้อง)  ในหลายๆหมวดหมู่ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น หมวดการศึกษา 106% หมวดอาหาร 103%  หมวดเกม และหมวดสัตว์เลี้ยง 100% นอกจากนี้ยังมีกรุ๊ปเพื่อแฟนคลับ คู่จิ้น การเงินการลงทุน แฟชันและความงาม การท่องเที่ยว ดนตรี กีฬา รวมถึงมีกรุ๊ปที่ตั้งขึ้นสำหรับความสนใจย่อย ครอบคลุมหลากหลาย Sub-culture ดังนั้นเมื่อตั้งกรุ๊ปโอเพนแชทสำหรับ “ความชอบ” หรือความสนใจของตัวเองเรื่องใด ก็มีแนวโน้มที่จะมีคนตามกันเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในสิ่งเดียวกันแน่นอน

 

3.         เหล่าเซเลป คนดังก็เป็นแอดมิน

สมาชิกโอเพนแชทโดยเฉพาะกรุ๊ปประเภทแฟนคลับจะรู้ดีว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงศิลปินดาราที่ชื่นชอบได้ง่ายๆ จากการเข้าร่วมกลุ่มโอเพนแชทนั้นๆ เพราะเหล่าเซเลปดาราต่างมารับบทเป็น “แอดมินร่วม” เพื่อพูดคุยกับแฟนคลับตัวยงอย่างใกล้ชิดซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกสนิทสนมกันมาก เพราะโอเพนแชทเป็นแพลตฟอร์มบทสนทนาแบบเรียลไทม์ สามารถแชทกับศิลปินดาราคนนั้นได้จริง ตัวอย่างที่เป็นที่เลื่องลือในโลกโซเชียล เห็นจะเป็น หนุ่มบิวกิ้น พุฒิพงศ์ ที่มาเป็นแอดมินคอยพูดคุยทักทายแฟนคลับในกรุ๊ปอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นกระแสขอให้แอดมินขยายห้องเพื่อรองรับสมาชิกที่รอเข้ากลุ่มอีกมากมาย

 

4.         จิ๊กซอว์ตัวสำคัญของการเป็นคอนเทนต์ ครีเอเตอร์

เหล่าคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ชื่อดังบนโลกออนไลน์ ยังหันมาเพิ่มช่องทางสร้างกรุ๊ปโอเพนแชท เป็นแอดมินเพื่อให้ผู้ติดตามสามารถเข้าถึงคอนเทนต์และตัวตน นำเสนอคอนเทนต์ไปพร้อมๆกับขับเคลื่อนบทสนทนาระหว่างกันจนเกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง การเปิดโอเพนแชทของเหล่าครีเอเตอร์จึงเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่จะมาทำให้การนำเสนอคอนเทนต์ของเหล่าครีเอเตอร์นั้นสมบูรณ์ โดยเฉพาะในยุคที่ชาวออนไลน์ต้องการความรู้สึกว่าตัวเองสามารถเข้าถึงในสิ่งที่ตัวเองสนใจได้จริงๆ ตัวอย่างครีเอเตอร์ดังที่มาเป็นแอดมินโอเพนแชทได้แก่ ปานระพี IT24Hrs , แบไต๋ไฮเทคกินไปเหอะซุง สตาร์วินมินตัน,เอแคลร์ จือปากเบนซ์ อาปาเช่บันเทิงหน้าตุ๊ด, KP ตะลอนแหลก และ Gluta Story  ฯลฯ

 

5.         ดันห้องดีๆ อวยยศเป็นแอดมิน Super OpenChat พร้อมรับสิทธิพิเศษก่อนใคร

เมื่อเหล่าแอดมินโอเพนแชทดูแลจัดการกรุ๊ปจนได้รับความนิยม มีการพูดคุยสม่ำเสมอ มีสมาชิกถึง 1,000 คนขึ้นไป กรุ๊ปนั้นก็จะได้รับการอวยยศเป็น Super OpenChat ยิ่งไปกว่านั้นหากกรุ๊ปนั้นมีสมาชิกมากถึง 10,000 คน แอดมินก็จะได้รับโล่ที่ระลึก Gold Super OpenChat Trophy (หากถึง 5,000 คนจะได้ Silver Super OpenChat Trophy) พร้อมปรากฏสัญลักษณ์รูปตัว ที่อยู่ที่หน้าชื่อกรุ๊ปและได้รับการโปรโมทกรุ๊ปบนช่องทางของไลน์และโอเพนแชท สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ในอนาคตที่จะปล่อยออกมาได้ก่อนใคร พร้อมร่วมเทรนเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อการบริหารจัดการกรุ๊ปโอเพนแชทจากโค้ชมืออาชีพ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการการันตีศักยภาพและความภูมิใจในการเป็นแอดมินโอเพนแชทกรุ๊ปนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะคุณคือ “ผู้รันคอมมูนิตี้ออนไลน์ตัวจริง” โดยแคมเปญนี้ จะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เป็นการฉลองครบรอบ 3 ปี LINE OpenChat พอดิบพอดี


ติดตามรายละเอียดกิจกรรม ได้ที่ LINE OpenChat Official Account : https://lin.ee/DWCxV3j/gyjp/sppr

 

สมัครร่วมเป็นแอดมิน Super OpenChat ได้ตั้งแต่ 31 ก.ค. เป็นต้นไป https://lin.ee/rAgh7S3/dxju/sppr

ประเทศไทยเริ่มใช้ยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสม AZD7442 (LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้า) เพื่อป้องกันโควิด-19 ในผู้ป่วยกลุ่มแรก

 


แอสตร้าเซนเนก้า ส่งมอบยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสม AZD7442 (LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้า) ชุดแรกจำนวนกว่า 7,000 โดส ให้กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ต้นสัปดาห์นี้ เพื่อนำไปจัดสรรและใช้ป้องกันโรคโควิด-19 ในกลุ่มประชาชนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องในประเทศไทย โดยในวันนี้ กรมควบคุมโรคได้เริ่มใช้ LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้า กับกลุ่มเป้าหมายโดยเริ่มที่ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายเป็นกลุ่มแรก

 

แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งมอบยา AZD7442 จำนวน 257,500 โดส ให้กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตามสัญญาการจัดซื้อที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับประชากรกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงต่อโควิด-19 โดยเฉพาะ “กลุ่ม 607” ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มี 7 โรคประจำตัว ซึ่งอาจมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ไม่เพียงพอ เนื่องจากภาวะทางสุขภาพจากโรคประจำตัว การได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือไม่สามารถรับวัคซีนได้ โดยประชาชนกลุ่มนี้หากติดเชื้อจะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรครุนแรงจากโควิด-19

 

นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ประชาชนกลุ่มเปราะบางจำนวนมากยังคงวิตกกังวลจากโควิด-19 จึงมีความจำเป็นต้องแยกห่างจากสังคมและคนใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านของโควิด-19 ไปสู่โรคประจำถิ่น (Endemic) ที่มาตรการป้องกันต่างๆ ได้ถูกยกเลิกหรือผ่อนปรนแล้ว เพราะตระหนักว่าร่างกายของตนมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนได้ไม่ดีเท่ากับคนทั่วไป การเริ่มต้นใช้ยาแอนติบอดีในวันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างกำลังใจให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่จะเอาชนะความกลัวในการใช้ชีวิตท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 และยังเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการร่วมมือกันต้านภัยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย”

 

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด1 แอนติบอดีดังกล่าวสามารถลบล้างฤทธิ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในประเทศไทย และสายพันธุ์อื่นๆ ที่มี ณ ปัจจุบัน นอกจากนั้นผลการศึกษาระยะที่ พรูฟเวนท์ (PROVENT) ในการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine ยังระบุว่า AZD7442 (LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้า) สามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 แบบมีอาการได้ 77% จากการวิเคราะห์เบื้องต้น และ 83% จากการวิเคราะห์มัธยฐานที่ระยะเวลา เดือน2

 

AZD7442 (LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้า) ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาในสหภาพยุโรป และขึ้นทะเบียนตำรับยาแบบมีเงื่อนไขจากหน่วยงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (MHRA) ของสหราชอาณาจักร เพื่อใช้สำหรับการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉินในประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ถูกส่งมอบให้กับอีกหลายประเทศ โดยขณะนี้ บริษัทกำลังดำเนินการขอขึ้นทะเบียนยา AZD7442 ในหลายประเทศทั่วโลกเพื่อการอนุมัติใช้ทั้งในแง่ของการป้องกัน และการรักษาโควิด-19 

 

AZD7442 หรือ LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้า

AZD7442 (LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้า)  เป็นยาแอนติบอดีแบบผสม ซึ่งมีส่วนผสมระหว่างแอนติบอดีสองชนิด ได้แก่ tixagevimab (AZD8895) และ cilgavimab (AZD1061) มาจากบีเซลล์ที่ได้รับการบริจาคจากผู้ที่เคยป่วยจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งถูกค้นพบโดยศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิวท์ และได้อนุญาตให้แอสตร้าเซนเนก้านำมาพัฒนาต่อเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2563 โมโนโคลนอลแอนติบอดีของมนุษย์ ตัวนี้จะมีความจำเพาะที่ต่างกัน เพื่อจับกับโปรตีนหนามของเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ SARS-CoV-2 ในคนละจุด3 และถูกพัฒนาต่อโดยแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อขยายระยะเวลาครึ่งชีวิต(half-life) เพื่อเพิ่มความยืนยาวของแอนติบอดี และปรับให้มีการจับกันของ Fc Receptor และ Complement ชนิด C1q ที่ลดลง4 โดยการขยาย half-life นั้น สามารถเพิ่มความยืนยาวของแอนติบอดี้ได้มากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับแอนติบอดี้ทั่วไป5-7 จากข้อมูลของการทดลองในระยะที่ แสดงให้เห็นว่าระดับของแอนติบอดีที่สามารถยับยั้งการเพิ่มจํานวนของไวรัส (neutralizing antibody) คงอยู่ได้เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า เดือน6 และการปรับให้มีการจับของ Fc Receptor ที่ลดลงนั้นสามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะ antibody-dependent enhancement (ADE) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่แอนติบอดี้ของเชื้อไวรัสเข้าไปกระตุ้นแทนที่จะยับยั้งการติดเชื้อ8  ในหลายงานวิจัยพบว่า LAAB ของแอสตร้าเซนเนก้าสามารถลบล้างฤทธิ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 รวมถึงไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.23-7 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดทั่วโลกอยู่ในขณะนี้2

เปิดคลิปวิดีโอ “นาดะ โซโซ” บทเพลงสะท้อนความอาลัย “ชินโซ อาเบะ” ผลงานวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันยาวนาน ไทย-ญี่ปุ่น

 


สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมไว้อาลัยให้กับนายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ด้วยการขับร้องเพลง“นาดะ โซโซ” ซึ่งเป็นหนึ่งในบทเพลงที่ชาวญี่ปุ่นได้นำมาใช้เพื่อร่วมไว้อาลัยให้กับนายชินโซ อาเบะ โดยในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภา สจล. รศ. ดร.คมสัน มาลีสี รักษาการแทนอธิการบดี ผศ. ดร.พิทักษ์ ธรรมวาริน คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต  รศ. ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ผศ. นิดา ลาภศรีสวัสดิ์ ประธานหลักสูตรสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น คณะศิลปศาสตร์ พร้อมด้วย นักศึกษาจากสถาบันโคเซ็นแห่ง สจล. และนักศึกษาชมรมคอรัส ได้เป็นตัวแทนของ สจล. ร่วมร้องเพลงดังกล่าว

·       เปิดความหมายสุดซึ้ง จากบทเพลง “นาดะ โซโซ”

เพลง “นาดะ โซโซ” ซึ่งมีความหมายว่า “น้ำตาไหลริน” เป็นเพลงภาษาญี่ปุ่นที่สื่อความหมายถึงความรู้สึกของจากลาอย่างไม่มีวันหวนกลับ เพลงนี้ถูกแต่งในปี 1998 ทำนองโดยวงบีกิน (BEGIN) และแต่งเนื้อร้องโดย เรียวโกะ โมริยาม่า (Ryoko Moriyama) โดยเธอได้ปล่อยเพลงนี้มาพร้อมกับอัลบั้ม Time is Lonely ในปี 1998 และในปี 2001 เพลงนี้ได้ถูกนำกลับมาเรียบเรียงใหม่ และขับร้องโดย ริมิ นัทสึกาว่า (Rimi Natsukawa)

·       วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ผสานดนตรีไทย สู่การไว้อาลัยอย่างซาบซึ้ง

วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ได้จัดทำเวอร์ชันใหม่เพื่อไว้อาลัยให้ “ชินโซ อาเบะ” โดยเฉพาะ ซึ่งมีการผสมผสานท่วงทำนองด้วยเสียงทุ้มต่ำของซออู้ อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และเผยถึงความเป็นไทย พร้อมทั้งแสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่น และ สจล. ที่มีมาอย่างยาวนานอีกด้วย ทั้งนี้มีอาจารย์สมโภช  มั่งสาคร ครูใหญ่ โรงเรียนเวลอาร์ท (WAS) สถาบันศิลปะและดนตรี ผู้ที่มีความสามารถด้านการเล่นซออู้ระดับประเทศ ให้เกียรติมาร่วมบรรเลงซออู้ พร้อมทั้ง ผศ. ขจรศักดิ์ กิตติเมธาวีนันท์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ให้เกียรติร่วมบรรเลงเปียโนในบทเพลงดังกล่าว

·       เปิดความสัมพันธ์ สจล. และประเทศญี่ปุ่นยาวนานกว่า 40 ปี

สจล. เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งหนึ่งของไทยที่มีความสัมพันธ์แนบแน่น และยาวนานกับประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 40 ปี โดยรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ของญี่ปุ่น ได้ร่วมสนับสนุนในการก่อสร้างอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีนักศึกษา และบุคลากรจำนวนมากของ สจล. ได้รับการสนับสนุนในการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชั้นนำในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีการทำบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ มีการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกันมาโดยตลอด รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมด้วย โดยนอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในการจัดตั้งสถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KOSEN-KMITL)

รศ. ดร.คมสัน มาลีสี รักษาการแทนอธิการบดี สจล. กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันโคเซ็นแห่ง สจล. ถือเป็นการสนับสนุนและความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2561 โดยเป็นสถาบันการศึกษาที่มีเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยและภูมิภาค โดยที่ผ่านมารวมถึงในสมัยที่นายชินโซ อาเบะ ได้บริหารประเทศนั้น รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความสนับสนุนในด้านการศึกษาการวิจัยการแลกเปลี่ยนบุคลากรและทุนการศึกษาแก่นักศึกษาและอาจารย์ ของ สจล. ด้วยดีมาโดยตลอด

โดย สจล. ได้จัดงานไว้อาลัยแก่อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ โดยมี รศ. ดร.คมสัน มาลีสี รักษาการแทนอธิการบดี และ รศ. ดร.อนุวัฒน์ จางวนิชเลิศ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สจล. เป็นตัวแทนกล่าวไว้อาลัย ทั้งนี้ยังมีอดีตอธิการบดี สจล. และ นายทาเคชิ อุจิดะ (Takeshi Uchida) เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย รวมถึงคณาจารย์ ศิษย์เก่าผู้ที่เคยได้รับทุนการศึกษาและเรียนต่อในประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยในนามของผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่าของสจล. ขอแสดงความความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว รัฐบาลญี่ปุ่น และประชาชนชาวญี่ปุ่นสำหรับความสูญเสียในครั้งนี้

ทั้งนี้สามารถรับชม เพลง นาดะ โซโซ” ในเวอร์ชันไว้อาลัย “ชินโซ อาเบะ” โดยวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=IVLfuKV__OM

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล. ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/imsekmitl เว็บไซต์ http://imse.kmitl.ac.th หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกิจกรรมภายในสถาบันได้ที่เว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th เพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/kmitlofficial

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...