วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566

ไอคอนสยาม และ ไอซีเอส ต้อนรับซัมเมอร์ให้สดชื่น ชวนเช็คลิสต์คลายร้อน กับเมนูซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยเลื่องชื่อ

 


ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา และ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ แห่งใหม่ย่านฝั่งธนบุรี ชวนเติมความสดชื่นต้อนรับซัมเมอร์นี้ พร้อมลิ้มรสเมนูคลายร้อนสุดฮิตที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ขึ้นชื่อของไทย จากร้านอาหารยอดนิยม ท่ามกลางบรรยากาศสุดเบิกบานใจ ตลอดฤดูกาลร้อนนี้  

 

เติมความสดชื่นให้ร่างกายได้รีเฟรช จากร้านอาหารชื่อดังในไอคอนสยาม 


          ซัมเมอร์นี้ ไอคอนสยาม ชวนสดชื่นคลายร้อนกับเมนูซัมเมอร์จากร้านอาหารชั้นนำ เริ่มต้นด้วยร้าน “Baan Khanitha The Heritage”  ชั้น 4  ร้านอาหารไทยโบราณ ตกแต่งร้านสวยงามแบบไทยโคโลเนี่ยลร่วมสมัย ฤดูร้อนนี้ทางร้านได้จัดเมนู “ข้าวแช่ชาววัง” เมนูต้นตำรับชาววังแท้ๆ ตัวน้ำข้าวแช่ลอยด้วยน้ำลอยดอกมะลิ และดอกกุหลาบออแกนิค และอิ่มเอมไปกับเครื่องเคียงวัตถุดิบชั้นเลิศทั้ง 7 อย่าง อาทิ ลูกกะปิ, หอมแดงสอดไส้หน้าปลาแห้ง, พริกหยวกสอดไส้หมูสับกับกุ้ง, หมูฝอย, ปลายี่สนผัดหวาน และหัวไชโป๊วผัดหวาน มาพร้อมกับผักแกะสลัดสุดประณีตอย่าง กระชาย, ดอกจำปี, ต้นหอมม้วน, มะม่วงเปรี้ยว และแตงกวา โดยสามารถมาลิ้มรสความอร่อยที่ครบเครื่องได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจัดราคาสุดพิเศษ! รับประทานที่ร้าน (Dine in) ราคาเซตละ 490++ บาท/ท่าน และ ซื้อกลับบ้าน (Take-away) ราคา 490+ บาท/ชุดกล่องธรรมดา และ ราคา 690+ บาท/ ชุดชะลอมไม้ไผ่ (1 ชุด สำหรับ 1 ท่าน) สอบถามรายละเอียดหรือสำรองโต๊ะโทร. 081-141-6080, 02-2880414 

 

          อร่อยกันต่อกับร้าน“รส’ นิยม” ชั้น G โซน The Veranda ร้านอาหารไทยสตรีทฟู้ด รสชาติเด็ด มาพร้อมการตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยผสมผสานความเป็นโมเดิร์นเข้าไป ซัมเมอร์นี้ทางร้านพร้อมเสิร์ฟเมนูมะยงชิดเปรี้ยวหวานสดชื่นที่ใครได้ทานก็ต้องว้าว ได้แก่ มะยงชิดปั่นพริกเกลือ ราคา 155.- บาท และ มะยงชิดลอยแก้ว ราคา 109.- บาท โดยสามารถมาลิ้มรสกันได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าสินค้าจะหมด 

 

            ชวนแซ่บรับซัมเมอร์กับร้าน “Zaab Eli Very Thai” ชั้น G โซน The Veranda ร้านอาหารอีสานรสชาติสุดจี๊ด ใครได้ทานก็ว่าอร่อย ทางร้านชวนคลายร้อนด้วยเมนูสุดสดชื่นอย่าง “ตำเบอร์รี่อัลมอนด์” ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ระหว่างสตรอว์เบอร์รี มะม่วงสุก โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์ สอบถามรายละเอียดโทร. 063–217-9777 

 

 

          ต่อมากับร้าน “กับข้าว’ กับปลา” ชั้น 5 ร้านอาหารไทยสไตล์ Home made ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารรสชาติจัดจ้าน เข้มข้นตามแบบอาหารไทยที่คุ้นเคย ซัมเมอร์นี้ทางร้านเสิร์ฟเมนูคลายร้อนยอดนิยม “มะยงชิด” สุดชื่นใจ หลากหลายเมนู อาทิ ส้มตำมะยงชิด ราคา 385.- บาท, มะยงชิดลอยแก้ว ราคา 109.- บาท, มะยงชิดสมูทตี้ ราคา 155.- บาท, ไอศกรีมมะยงชิด ราคา 89.- บาท/1 สกู๊ป และ มะยงชิดชีสเค้ก ราคา 195.- บาท/ชิ้น ราคา 1,650.- บาท/3 ปอนด์ สอบถามเพิ่มเติมผ่านช่องทาง Line official : @kubkaokubpla 

 

            ส่วนสายสุขภาพขอแนะนำร้าน “Ginger Farm Kitchen” ชั้น 6 โซนอลังการ ร้านอาหารพื้นบ้านออแกนิคสไตล์ล้านนา ส่งตรงความอร่อยจากเชียงใหม่สู่ไอคอนสยาม กับตำนานมิชลิน 4 ปีซ้อน! (รางวัลบิบ กูร์มองด์) ทางร้านต้อนรับซัมเมอร์ด้วยเมนู "มะยงชิดลอยแก้ว" หวานเย็นชื่นใจ และ "มะยงชิดโยเกิร์ตสมูทตี้" รสชาติละมุนลิ้นที่จะมาช่วยคลายร้อนตลอดทั้งเดือนนี้ พร้อมอาหารจานเด็ดจากท้องถิ่นในเชียงใหม่อีกหลายจานที่ห้ามพลาดสอบถามรายละเอียดโทร. 095-032-0132 


ลิ้มรสความสดชื่น รีเฟรชคลายร้อนรับซัมเมอร์นี้ กับเมนูเลื่องชื่อจากร้านอาหารชั้นนำในไอซีเอส 


            เริ่มต้นความสดชื่นกับ เทศกาลมะม่วงหลากสายพันธุ์ จาก “Lotus’s Privé” ชั้น B1 พรีเมียมไฮเปอร์มาร์เก็ต มาพร้อมกับคอนเซปต์ “พรีเมียมที่จับต้องได้” ต้อนรับหน้าร้อนนี้ด้วยความอร่อยคลายร้อนกับมะม่วงคุณภาพดี อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงกิมหงษ์ มะม่วงแก้วสุก และอีกหลากหลายสายพันธุ์ เริ่มต้นกิโลกรัมละ 65.- บาท ตั้งแต่วันนี้ – 19 เมษายน 2566 เปิดให้บริการทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 08:00 น. - 22:00 น. 

 

           ร้านเบอร์เกอร์สไตล์ญี่ปุ่น ร้าน “Mos Burger” ชั้น G ชวนมาเติมความอร่อย สดชื่นกันต่อกับเมนูคลายร้อน  ไอศกรีมSoft Serve นมสดแท้100% ในราคาเพียง 20 บาท ที่เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ละมุน กลิ่นหอมหวาน

ดับร้อนและเย็นชื่นใจ พร้อมรับประกันความอร่อย 

 

            สายชาเลิฟเวอร์ ท้าให้ลองความสดชื่นแสนอร่อยจากชาสูตรดั้งเดิม ร้าน “ชาตรามือ” ชั้น G ฤดูร้อนนี้แนะนำเมนูดับกระหายร้อนอย่าง ชาไทยส้มยูสุ (Yuzu Thai Tea) ราคา 65.- บาท ผสมผสานความอร่อยระหว่างชาไทยที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ และน้ำส้มยูสุรสเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วจะสัมผัสได้ถึงความสดชื่น เข้มข้น หอม กลมกล่อม, ชาเขียวส้มยูสุ (Yuzu Green Tea) ราคา 65.- บาท เพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวาด้วยน้ำชาเขียวหอมๆ พร้อมน้ำส้มยูสุรสเปรี้ยวอมหวาน ทำให้มีความสดชื่นหอมผ่อนคลาย ดื่มง่ายอร่อยลงตัว, ชากุหลาบส้มยูสุ (Yuzu Rose Tea) ราคา 65.- บาท ผสมผสานความหอมอร่อยระหว่าง "ราชินีชากุหลาบสุดฮิต" กับ "ของดีสามสัญชาติ" เพิ่มความอร่อยด้วยมุกบุกรสธรรมชาติ ตอบโจทย์ความหอมอร่อย เข้มข้น โดนใจสาวกชากุหลาบ 

 

          ด้านสาวกชาไข่มุกแนะนำร้าน  “ชานมกระบอกมีความสุข” ชั้น G  ซัมเมอร์นี้พบกับ 2 รสชาติใหม่ กับเมนู Earl grey Lemonade Apple Sparking กลิ่นหอมๆ จากชาอังกฤษ ตามมาด้วยความเปรี้ยวสดชื่นจากเลมอน ไข่มุกหนึบหนับให้เคี้ยวเพลินๆ พร้อมเสริมให้ตื่นตัวขึ้นไปอีกกับแอปเปิ้ลโซดา และสำหรับใครที่ไม่ใช่สายเปรี้ยว แนะนำเมนู Peach Smoothie Whipped Cheese ความหอมหวานของเนื้อพีชปั่น อมเปรี้ยวนิดๆจากน้ำเลมอน และรสชาติเฉพาะตัวของวิปชีส ที่จะทำให้คุณต้องหลงรักเมนูนี้ สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 เมษายน 2566 เท่านั้น  

 

            สดชื่นกันต่อกับร้าน “o-li-no” Crepe & Tea ชั้น G ร้านชารสชาติดีและเครปสดแบบนุ่มๆ อากาศร้อนๆ แบบนี้โอลิโนะพารับองศาความสดชื่นกับเมนูใหม่ต้อนรับซัมเมอร์ Tubtim Starry Sparkling Tea (ชาทับทิม สตาร์รี่ สปาร์คกลิ้ง) ให้ความหอมจากชาเขียวระดับพรีเมียม ความซ่าจากโซดาที่ให้รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยว อร่อยสดชื่น พร้อมทั้งบุกทับทิมคริสตัล หนุบหนึบนุ่มนิ่ม ยิ่งกินยิ่งเพลิน ผสมผสานความกลมกล่อมและสดชื่นอย่างลงตัวไม่เหมือนใคร 

 

            ปิดท้ายด้วยการเลือกอร่อยกับเค้กและเครื่องดื่มยอดฮิตจาก ร้าน “Bake A Wish” ชั้น G  เสนอเมนู
ชาพีช/ชามะนาว 
เครื่องดื่มยอดฮิต รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทานแล้วสดชื่นคลายร้อนสุดๆ ราคาเพียง 55.- บาทเท่านั้น 
Cream Cone แป้งนุ่มๆ ฉบับขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น สอดไส้วนิลาครีมสุดพิเศษ สัมผัสนุ่ม ละมุน ราคาชิ้นละ 45.- บาทเท่านั้น เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ - 30 เม.ย. 2566 เท่านั้น สอบถามรายละเอียดโทร. 02-427-9622, 094-129-2281 

 

          ลิ้มรสชาติความอร่อย และสดชื่อรีเฟรชในแบบที่ชอบ กับร้านอาหารชั้นนำรับซัมเมอร์ที่จะถึงนี้  ที่  “ไอคอนสยาม” และ “ไอซีเอส” ถนนเจริญนคร สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟฟ้าสายสีทอง ลงสถานีเจริญนคร G2 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM และ ICS 

ซอสห่านบิน X โอ้กะจู๋ สร้างสรรค์เมนูรับฤดูร้อน อร่อยจัดจ้าน มีประโยชน์ และช่วยส่งเสริมเกษตรกร

 


สัมผัสรสชาติแห่งฤดูร้อนในเมนูสร้างสรรค์ เลิศรส ปรุงจากวัตถุดิบชั้นดี มีคุณค่าทางโภชนาการ และยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทย

ฤดูร้อนนี้ ซอสพริกศรีราชาตรา “ห่านบิน” ร่วมกับ "โอ้กะจู๋" แนะนำอาหารจานพิเศษเพื่อต้อนรับซัมเมอร์และสร้างความสุขสุดแซ่บให้กับคนไทยในแคมเปญ “ห่านบินบินกลับไทย Summer landing ห่านบินชวนกินผัก ทำความดี กับ โอ้กะจู๋”. 2 เมนูใหม่จาก ห่านบิน X โอ้กะจู๋ คือ …

 

“สเต็กปลาหิมะซอสห่านบินเสิร์ฟคู่พาสต้าเส้นสด”

ปลาหิมะหมักด้วยซอสมิโซะผสมซอสพริกศรีราชาตราห่านบินย่างไฟอ่อน ๆ หอม ๆ รสสัมผัสนุ่มละมุนลิ้นด้วยไขมันที่แทรกในเนื้อปลา รสชาติเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น มาพร้อมกับพาสต้าเส้นสดในซอสครีมเข้มข้นผสมซอสพริกศรีราชาที่แสนจะเข้ากันอย่างลงตัว

นอกจากจะอร่อยแบบตะโกนแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพจากเนื้อปลาหิมะที่เต็มไปด้วยโปรตีน ไขมันดี วิตามินดี สารต้านอนุมูลอิสระ และโอเมก้า-3 อีกทั้งโพรไบโอติกส์จากซอสมิโซะยังช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหารและการทำงานของลำไส้ให้ดีขึ้น

 

“สลัดนาโชส์อะโวคาโดเต้าหู้สดซอสศรีราชาห่านบิน”

สลัดผักออร์แกนิคมากกว่า 5 ชนิด เสิร์ฟพร้อมธัญพืช ข้าวโพด ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วลูกไก่ เต้าหู้ รับประทานคู่กับชิพส์นาโชส์ ราดด้วยซอสพริกศรีราชาตราห่านบินเพิ่มความอร่อยเข้มข้น เป็นเมนูให้ความสดชื่น กรุบกรอบเคี้ยวเพลิน

ทั้ง 2 เมนูช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับมื้ออาหารในฤดูร้อนนี้สมบูรณ์แบบ แถมกินแล้วยังหุ่นดี ผิวสวย และสุขภาพดี โดยเฉพาะ “พริก” ส่วนผสมในซอสพริกศรีราชาตราห่านบิน ซึ่งไม่ได้มีดีแค่ “เผ็ด” แต่ยังเต็มไปด้วยวิตามินซีที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยลดน้ำหนัก ทำให้เจริญอาหาร ป้องกันโลหิตจาง ควบคุมน้ำตาลในเลือด ควบคุมคอเสลเตอรอล ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง-โรคหัวใจ เป็นต้น

นอกจากจะได้อิ่มอร่อยได้ประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ลูกค้าทุกท่านที่สั่ง 2 เมนูนี้จะได้ร่วมกันทำดีกับ “คู่เพื่อนพริกและผัก” - ห่านบินและโอ้กะจู๋ โดยทุกออเดอร์จะหักรายได้ 10 บาทเพื่อมอบให้กับกลุ่มเกษตรกรปลูกพริกปลอดสาร ในโครงการการจัดทำระบบน้ำหยดอำเภอแม่สาย, อำเภอแม่จันทร์ และ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

พิเศษสุดสำหรับท่านที่ถือบัตร KTC สามารถสแกน QR Code เข้าไปเล่นเกมรับรางวัลใน Line official: @Sriracha_Th ได้

 

 

อาหารจานพิเศษซึ่งทำให้อิ่มท้องและอิ่มใจทั้ง 2 เมนูพร้อมเสิร์ฟที่ร้านโอ้กะจู๋ ระหว่าง 1 เม.ย. - 30 มิ.ย. นี้ อย่าพลาดความอร่อยเด็ดซึ่งจะมาเพิ่มความสดชื่นให้กับฤดูร้อนของทุกคน

 

เกี่ยวกับซอสพริกศรีราชาตราห่านบิน

ห่านบิน (Flying Goose) ซอสระดับพรีเมียมที่ผลิตจากวัตถุดิบสดใหม่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะพริกและสมุนไพรซึ่งปลูกในประเทศไทยหลายชนิด ด้วยส่วนผสมของเนื้อพริกถึง 61% จึงเป็นซอสที่เข้มข้นที่สุดในตลาด

นอกจากซอสพริกศรีราชาแล้ว ยังมีมากกว่า 30 รสชาติให้เลือก ซอสห่านบินช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร และด้วยความใส่ใจผู้บริโภคจึงพัฒนาสูตรสำหรับคนรักสุขภาพ เป็นซอสที่ปราศจากกลูเตน เหมาะสำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติ วีแกน และฮาลาล ผลิตจากโรงงานที่มีมาตรฐาน จึงมั่นใจได้ว่า ซอสห่านบินปลอดภัยและเป็นมิตรกับผู้บริโภค

กำเนิดจากความตั้งใจที่จะยกระดับมาตรฐานของซอสไทยเมื่อ 24 ปีที่แล้ว ปัจจุบันห่านบินได้การยอมรับในระดับสากล เป็นตัวแทนความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ที่ส่งออกไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ด้วยมียอดจำหน่ายมากกว่าหนึ่งล้านขวดต่อเดือน

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามในตลาดโลก จึงได้เวลาที่ “ห่านบินบินกลับไทย” เพื่อมาสร้างความสุขสุดแซ่บให้กับทุกคน

ซอสห่านบินได้ร่วมกับเชฟบ้านนอกเข้ากรุงจัด Chef's Table เพื่อเปิดประสบการณ์อาหารท้องถิ่นโคราชอร่อยแปลกใหม่ด้วยรสมือแม่ พร้อมด้วยเมนูสุดพิเศษที่มีซอสพริกศรีราชาตราห่านบินเป็นส่วนประกอบ

และกับแคมเปญ “ห่านบินบินกลับไทย Summer landing ห่านบินชวนกินผัก ทำความดีกับ โอ้กะจู๋” ซึ่งนำเสนออาหารสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ให้อิ่มสุขต้อนรับหน้าร้อน เป็นแคมเปญดี ๆ ที่เกิดขึ้นได้เพราะทั้งซอสห่านบินและโอ้กะจู๋ต่างมีเป้าหมายเหมือนกันในการช่วยเหลือเกษตรกรไทย

นอกจากจะพบกับซอสห่านบินได้บนโต๊ะอาหารร้านโอ้กะจู๋แล้ว สามารถติดตามทำความรู้จักกับซอสห่านบินให้สนิทสนมมากยิ่งขึ้นตามช่องทางเหล่านี้

 

Shopee: Flying Goose Store  Lazada: Flying Goose Store

Line official: @Sriracha_Th  IG: sriracha_Th

TikTok: Flying Goose_official FB: Flying Goose Thailand

 

ฤดูร้อนนี้ … ห่านบินบินกลับไทยเพื่อตอกย้ำว่า “ซอสห่านบินกินกับอะไรก็อร่อย” และ “เป็นได้มากว่าซอสพริก” #ซอสห่านบิน #ศรีราชาต้องห่านบิน #FGxOhkajhuXKTC @sriracha_th


ไฮเออร์เปิดตัวภาพยนตร์ไวรัลในคอนเซ็ปต์ Inspire Future Dreams ทีมเทคโนโลยีที่พาชีวิตเราไปให้สุด ดึง บอย-ปอป้อ นำเสนอเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำ

 


14 มีนาคม 2566 กรุงเทพฯ ประเทศไทย - ไฮเออร์เปิดตัวภาพยนตร์ไวรัลชุดใหม่ในคอนเซ็ปต์ Inspire Future Dreams ทีมเทคโนโลยีที่พาชีวิตเราไปให้สุด ชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า นำแสดงโดย บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และ ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย แบรนด์แอมบาสเดอร์ ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งของไฮเออร์ในปีนี้

 

ภาพยนตร์ชุดใหม่นี้ นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ Inspire Future Dreams ทีมเทคโนโลยีที่พาชีวิตเราไปให้สุด  เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่หยุดที่จะคิดค้นและพัฒนาผลิตภันฑ์พร้อมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อยู่เสมอ โดยมี บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พระเอกหนุ่มมากความสามารถ ผู้ครองตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นปีที่ 5 และ ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักกีฬาแบดมินตันดีกรีแชมป์โลก ประเภทคู่ผสม นำแสดงภาพยนตร์ไวรัลชุดนี้ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ไฮเออร์ (ประเทศไทย) โดยมีกำหนดออกอากาศวันที่ 14 มีนาคม 2566

 

“ภาพยนตร์ชุดนี้มาพร้อมแนวคิดที่ว่า ไฮเออร์พร้อมที่จะสนับสนุนให้ผู้คนก้าวไปสู้เป้าหมายอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะทุกความสำเร็จล้วนแล้วแต่มีทีมเวิร์กอยู่เบื้องหลังเสมอ โดยเราได้คุณบอย ปกรณ์ และคุณปอป้อ ทรัพย์สิรี เข้ามาเสริมภาพลักษณ์ความเป็นคนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจเลือกนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะกับตนเอง ไฮเออร์ขอเป็นอีกหนึ่งทีมเวิร์กที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มีเพียงแค่ดีไซน์สวย แต่ยังอำนวยความสะดวกด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น” มร.จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

 

ไฮเออร์ ภูมิใจนำเสนอนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศรุ่น UV Cool Smart New Generation 2023 มาพร้อมเทคโนโลยี UVC Sterilization ที่สามารถกำจัดเชื้อโรคและไวรัสได้มากถึง 99.99% เครื่องซักผ้าฝาหน้าพร้อมถังซักขนาดใหญ่ 525 มม. และเครื่องอบผ้าที่ช่วยอบผ้าในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ทำลายเนื้อผ้า หรือตู้เย็น IOT ที่สามารถควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน Haismart ได้อย่างอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังมี ตู้แช่ โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ช่วยอำนวยความดวกทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งานและการดูแลสุขภาพที่ดี

 

เครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์มีวางจำหน่ายทั้งในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตัวแทนจำหน่ายไฮเออร์ทั่วประเทศ และบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

 

ติดตามชมภาพยนตร์ไวรัลของแบรนด์แอมบาสเดอร์คู่ซี้คู่ใหม่ ได้ที่ Facebook, Instagram และ YouTube : Haier Thailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.haier.com/th หรือโทร 1789


ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ส่ง Digital Team หนุนภาคพลังงานเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

 


ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้าในการพัฒนาประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “Digital Team” ด้วยการรวมบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในเทคโนโลยีและมีศักยภาพในด้านดิจิทัลจากหน่วยธุรกิจต่างๆ ของบริษัทฯ โดย Young Talent กลุ่มนี้จะมาทำงานเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเพื่อสนับสนุนลูกค้าของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ให้ขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจไฟฟ้าไปสู่ความเป็นดิจิทัลตามทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

ดร. วรวุฒิ วรุตตมพรสุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า Digital Team ของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ จะเข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการไฟฟ้าโดยให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะในภาพรวม ตลอดจนช่วยวาง Roadmap หรือ แผนการดำเนินงาน ที่จะนำไปสู่เป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้กับองค์กร ผ่านกระบวนการศึกษาและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงปัญหา ความจำเป็น และความเร่งด่วนของลูกค้าแต่ละรายที่แตกต่างกัน เพื่อออกแบบวางแนวทางแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาแต่ละองค์กรได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 


“การจัดตั้ง Digital Team มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนลูกค้าของเราในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลบนพื้นฐานความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี (Partnership) โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกัน ความร่วมมือระหว่างกัน (Collaboration) ผ่านหัวใจสำคัญคือ การเรียนรู้และสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-Learning and Co-Creation) เพื่อช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้ออกมาเป็นรูปธรรม นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งทางฝั่งลูกค้าและฝั่งฮิตาชิด้วย” ดร.วรวุฒิ กล่าว

 

สำหรับการทำงานนั้น ดร. วรวุฒิอธิบายว่า เนื่องจากดิจิทัลมีความหมายกว้าง ความสำคัญของทีมดิจิทัลของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ประเทศไทย คือจะช่วยหาโซลูชั่นที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย และทำการปิดช่องโหว่ต่างๆ เพื่อกำหนดแผนงานนำไปสู่การปฏิบัติ โดยอาจทำเป็นระยะต่างๆ ตามความพร้อมและความเหมาะสม ซึ่งจะนำเสนอทั้งในรูปแบบการบริการผลิตภัณฑ์สินค้าและการบริการให้คำปรึกษา โดยในการทำงานนอกจากจะมีทีมดิจิทัลของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ประเทศไทย แล้ว ทีมงานยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทีมผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่ ทั้งในเรื่องเทคโนโลยี องค์ความรู้ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  

 

image.png

 

มุ่งดิจิทัลตอบโจทย์ทิศทางพลังงานโลก

ดร.วรวุฒิกล่าวว่าปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานได้นำระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในกิจการมากขึ้น นอกจากนั้น สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในช่วงสามปีที่ผ่านมายังเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเร็วขึ้น โดยในภาคพลังงาน แม้จะมีการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการควบคุมระบบไฟฟ้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่ชัดเจนขึ้นขณะนี้ คือ มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพิ่มเติมเข้ามามากขึ้นและก้าวหน้ากว่าทศวรรษที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจุบันได้มีการนำระบบดิจิทัลมาใช้ลงไปถึงระดับอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้า เช่น มีการนำระบบ Machine Learning & Artificial Intelligence (AI) มีการใช้ Fiber Optic ในการส่งสัญญาณ รวมถึงระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ สำหรับการตรวจวัดและพยากรณ์สุขภาพของอุปกรณ์ แทนที่จะใช้อุปกรณ์ทั่วไป โดยมีการนำมาติดตั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้จำนวนสถานีไฟฟ้าที่เป็น Digital Substation มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคพลังงาน

 

ดร. วรวุฒิขยายความเพิ่มเติมว่า บางองค์กรได้ดำเนินการโครงการนำร่องด้านดิจิทัลร่วมกับฮิตาชิ  เอนเนอร์ยี่ เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่ได้พัฒนาโครงการ Digital Substation โดยมีการดำเนินการติดตั้งเซ็นเซอร์ที่หม้อแปลง อุปกรณ์วัดระดับแก๊ส อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ และอุปกรณ์การเปิด-ปิดต่างๆ รวมถึงโครงการ Microgrid ที่ อ. เบตง จ.ยะลา  ซึ่งจากการติดตั้งระบบดิจิทัล ทำให้สามารถประมวลผลอุปกรณ์ต่างๆ ในโรงไฟฟ้าเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น อุปกรณ์มีประสิทธิภาพการทำงานอย่างไร มีอายุการใช้งานเหลือยาวนานเพียงใด มีความจำเป็นต้องทำการบำรุงรักษาอย่างไร หรือเมื่อใด จึงทำให้สามารถคาดการณ์ ป้องกันเหตุไม่คาดคิดได้ก่อนเวลาที่จะเกิดปัญหา และสามารถตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ ได้ทันท่วงที ซึ่งนำไปสู่ความมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการผลิตที่เพิ่มขึ้น และผลประกอบการทางธุรกิจที่เติบโตขึ้น

 

“มีการคาดการณ์ว่าไฟฟ้าจะกลายเป็นพลังงานหลักของระบบพลังงานในอนาคต โดยแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปัจจุบันในอีก 20-30 ปีข้างหน้า จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีสถานีไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 2 เท่าเช่นกัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่จะเติบโตขึ้นดังกล่าว ดังนั้น ดิจิทัล จึงเป็นโซลูชั่นที่เข้ามาจัดการเพื่อเตรียมความพร้อมกับแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้ทันเวลา” ดร. วรวุฒิ กล่าว

 

โดยนอกจากการนำดิจิทัลมาใช้เป็นอุปกรณ์ต่างๆ ในโรงไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นแล้ว ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV และการจัดการสถานีชาร์จไฟฟ้า (Charging Station) ก็มีการใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางฮิตาชิเองก็มีโซลูชั่นในส่วนนี้เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า

 

Digital Team หนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero

ประเทศไทยได้มีการประกาศเป้าหมายสำคัญหลังเข้าร่วมประชุม COP26 คือ ประเทศไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 ซึ่งในภาคพลังงานรัฐบาลกำหนดทิศทางโดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน สนับสนุนน EV ผลักดันนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงลด Carbon Footprint ในการผลิตพลังงานและการใช้พลังงานทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero จะต้องมี Digitalization เข้ามาเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญด้วย

 

ดร.วรวุฒิ อธิบายว่า การสนับสนุนธุรกิจไฟฟ้าให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล เท่ากับช่วยผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจไฟฟ้าสามารถดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ เช่น หากมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ที่ตัวอุปกรณ์ ก็สามารถประมวลผลทราบสถานการณ์ของตัวอุปกรณ์ สภาพ และเงื่อนไขต่างๆของตัวอุปกรณ์ได้ โดยสามารถยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ซึ่งเราอาจไม่จำเป็นต้องทำการบำรุงรักษามากเกินความจำเป็น เพราะสามารถตรวจวิเคราะห์การใช้งานได้ว่าสามารถใช้ได้ต่อเนื่องอีกยาวนานเท่าใด ซึ่งการใช้งานได้ต่อเนื่องนานขึ้นและจัดการได้มากขึ้น เท่ากับลดเวลาและลดความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ทำให้การใช้ Material ต่างๆ น้อยลง สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยลง นอกจากนั้น ระบบดิจิทัล ยังช่วยลดการใช้กำลังคนลงได้ ทำให้ลดความจำเป็นในการเคลื่อนย้ายคนและการเดินทางไปที่ไซต์งานเพื่อแก้ปัญหา จึงช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากยานพาหนะ และ Footprint ต่างๆ ใน Value Chain ทั้งหมดก็ลดลงด้วย

 

“การที่ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ประเทศไทย มี Digital Team เป็นทีมเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาด้านดิจิทัล จะช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต” ดร.วรวุฒิกล่าวสรุป

 

ติดต่อทีมดิจิทัลของบริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัดได้ที่อีเมลล์ : th-digitalteam@hitachienergy.com

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566

DeeMoney เปิดตัวทีมผู้บริหารชุดใหม่ ตั้งเป้าทะยานสู่ FinTech อันดับ 1 บริการการโอนเงินระหว่างประเทศ

 


DeeMoney FinTech สัญชาติไทยผู้ให้บริการการโอนเงินระหว่างประเทศ ในรูปแบบ Neo-Bank  ชูอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์และเป้าหมาย แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ยกระดับความแข็งแกร่งให้กับบริษัทซึ่งการจัดทัพผู้บริหารทั้งหมดในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ DeeMoney เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายสำคัญที่จะผลักดัน  FinTech ไทยไปสู่มาตรฐานระดับโลก ตามที่ อัศวิน พละพงศ์พานิช ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DeeMoney ได้กล่าวไว้

 

ภายใต้การกุมบังเหียนของสองหัวเรือใหญ่อย่าง อัศวิน พละพงศ์พานิช ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO,  รัศเมฆ ศรีเศรษฐี ผู้ร่วมก่อตั้งและ MD บริษัท DeeMoney ร่วมเปิดโผผู้บริหารใหม่ โรบิน คลาร์ต Chief Technology Officer ฟันเฟืองคนสำคัญด้านเทคโนโลยี ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีของโรบินและเคยรั้งตำแหน่ง CTO ของ Omise ทำให้โรบินมีความเชี่ยวชาญพร้อมที่จะนำประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีมาร่วมออกแบบนวัตกรรมที่จะช่วยส่งเสริมให้ DeeMoney พัฒนาระบบการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น บทบาทสำคัญของโรบินคือการใช้เทคโนโลยีเสริมความแกร่งให้กับ DeeMoney ดีไซน์เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า สร้างแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยสูง

 

อีกคนที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการเข้ามาร่วมงานในตำแหน่ง Chief Operations Officer ของ ยูสเทส โลโบ ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปี ในแวดวงโทรคมนาคม ระบบการชำระเงิน และการโอนเงินระหว่างประเทศ ที่เชี่ยวชาญตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจ การขาย ระบบการปฏิบัติการ และ การตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่ Western Union กับการให้บริการในอเมริกาสู่เอเชียใต้ ที่ ยูสเทส สามารถกระตุ้นยอดขายให้เติบโตขึ้นมากกว่าสิบเท่า โดยการสร้างเครือข่ายเพื่อให้เกิดคอมมิวนิตี้ มาร์เก็ตติง และแน่นอนว่าการมาร่วมงานในครั้งนี้ ยูสเทส เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในด้านระบบการปฏิบัติการของ DeeMoney เพื่อผลักดัน User Experience (UX) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

เพื่อสร้างชื่อเสียงขององค์กรและปลุกปั้นแบรนด์ให้เติบโต DeeMoney จึงแต่งตั้ง ธนิท รุจนันท์ธนา นั่ง CMO หรือ Chief Marketing Officer เพื่อสร้างภาพลักษณ์และผลักดันให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดย ธนิท คร่ำหวอดในแวดวงการตลาดและการสร้างแบรนด์มามากกว่า 20 ปี ทั้งธุรกิจด้านการเงิน การธนาคาร โทรคมนาคม เทคโนโลยีด้านการเงิน และอื่นๆ เช่น dtac, KTC, KBank, และ JKN Global Group ธนิทมีความชำนาญในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและเชี่ยวชาญในการนำข้อมูลเชิงลึกมาประยุกต์ใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะเชื่อมโยงเทคโนโลยี สินค้าและบริการ ให้เข้ากับไฟแนนเชียลไลฟ์สไตล์ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภค 

 

ผู้บริหารคนสำคัญถัดมา ได้แก่ ปกรณ์ มโนรมย์ภัทรสาร รั้งตำแหน่ง Chief Sales Officer ทำหน้าที่ผลักดันยอดขาย พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แบบ One-Stop-Service รวมทั้งมอบสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ส่งผลต่อการลดต้นทุน เพิ่มผลกำไรให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ที่ผ่านมา ปกรณ์ มีความเชี่ยวชาญในการบริหารช่องทางการขายในธุรกิจโทรคมนาคม อย่าง dtac รวมถึง บริษัทสตาร์ทอัพ ต่างๆมากมาย ปกรณ์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพฝ่ายขายให้เดินหน้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อนำเสนอโซลูชั่นสำหรับกลุ่มลูกค้าทั้ง B2B และ B2C

 

ทรัพยากรบุคคล เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ DeeMoney จึงแต่งตั้ง วันดี พงศ์ปรีดิ์เปรม ขึ้นตำแหน่ง Chief People Officer ผู้เชี่ยวชาญด้านการคัดสรรบุคลากรคุณภาพ จากประสบการณ์การทำงานกับ Nike, Minor Group และบริษัทสตาร์ทอัพอย่าง T&B Media Global, Tree Roots Entertainment Group วันดี มุ่งมั่นที่จะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกและพัฒนาบุคลากรเพื่อเข้าร่วมเส้นทางแห่งการเติบโตไปพร้อมกับองค์กร โดยส่งเสริมวัฒนธรรม “สไมล์ คัลเจอร์” เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคม DeeMoney

 

และอีกหนึ่งท่านที่สำคัญได้แก่ จตุพร พิมพ์เงิน Head of Business Strategy & Market Intelligence  จตุพร ถือเป็นบุคคลที่คร่ำหวอดในโลก FinTech  อย่างแท้จริง มีความเชี่ยวชาญด้านการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า เพื่อนำไปสู่การสร้างเป็นโมเดลธุรกิจที่มั่งคั่ง และเติบโตแบบยั่งยืน จตุพร มีประสบการณ์ในด้านการพัฒนาธุรกิจให้กับสถาบันการเงินหรือแวดวงทางการเงิน การธนาคารที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิเช่น  Mastercard, ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ อย่าง Ascend Corporation (TrueMoney) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ เช่น KBank เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้ จตุพร ยังมีบทบาทในฐานะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายงานสัมมนา อีกทั้งยังเป็นผู้บรรยายวาระการประชุมระดับนานาชาติ เช่น Asia Leadership Conference และเป็นสมาชิกของ TEPA หรือ สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ไทย จึงมั่นใจว่า จตุพรจะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ DeeMoney ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีกลยุทธ์ตามแผนงานที่วางไว้

 

และสุดท้ายได้แก่ ธริศรา อริยาวรกุล ในตำแหน่ง Head of Compliance ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมดูแลการดำเนินธุรกิจของ DeeMoney ให้เป็นไปตามกฎระเบียบของการประกอบธุรกิจภายใต้กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกำหนดไว้ เช่น การระบุและพิสูจน์ทราบตัวตนของลูกค้า (KYC/ CDD) การทำ Transaction Monitoring, Fraud Monitoring, การบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงกฎเกณฑ์ของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการประกอบธุรกิจของบริษัทอื่น เช่น การปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ธริศรา ยังมีประสบการณ์ในบริษัทที่ให้บริการทางการเงิน การชำระเงิน กระเป๋าเงิน และ ดิจิทัล เทคโนโลยี เช่น LianLian Pay

 

ผู้บริหารชุดใหม่ที่มากด้วยประสบการณ์อันแข็งแกร่งทั้งหมดนี้ จะเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันให้ DeeMoney ขึ้นแท่นเป็น FinTech อันดับ 1 ของไทย ในด้านการให้บริการการโอนเงินระหว่างประเทศ ภายใต้ 3 จุดแข็ง “เรทดี ไวดี ง่ายดี”

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...