กรุงเทพฯ
– บริษัท
ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีเอ็ด”
ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา
(สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ทุกระดับชั้น ภายใต้สังกัดการอาชีวศึกษาที่จะได้เข้ามาฝึกงานในส่วนงานต่างๆ
โดยผู้เชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีรายได้เสริมในช่วงปิดภาคเรียน
ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อตัวนักเรียน นักศึกษา โดยการฝึกงานนี้ จะยังสามารถนำผลการทำงานมาคิดเป็นผลการเรียนภาคปฏิบัติ
หรือชั่วโมงฝึกงานได้อีกด้วย
เมื่อปี
พ.ศ. 2560 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด
(มหาชน) ร่วมกันลงนาม MOU เพื่อจัดการการเรียนการสอนอาชีวศึกษา
โดยมีจุดประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนอาชีวศึกษา ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ของซีเอ็ด
ให้กับนักศึกษา ระบบทวิภาคี สังกัด สอศ. ในสาขาวิชาธุรกิจค้าปลีก
และสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท ในโครงการนี้ มีนักศึกษาเข้าร่วมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
กับร้านหนังสือซีเอ็ดสาขาต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 33 คน
จากสถานศึกษา
โครงการนี้ช่วยให้นักเรียนและนักศึกษา
ได้ฝึกปฏิบัติและพัฒนาทักษะอาชีพจริงในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ
ซีเอ็ด การทำงานในสถานประกอบการจริง
ช่วยเสริมสร้างความเชี่ยวชาญและความชำนาญในงานของนักศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
ได้รับโอกาสเรียนรู้และทดลองปฏิบัติในงานจริงของสาขาต่างๆ
ช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในด้านที่นักศึกษาสนใจและต้องการพัฒนาต่อไป
ได้สัมผัสประสบการณ์ทำงานจริง
รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรและระบบการทำงานของภาคธุรกิจ
ทั้งยังได้เรียนรู้การสื่อสารระหว่างบุคคลภายในองค์กร การทำงานร่วมกับผู้อื่น
เป็นประสบการณ์ที่มีค่าที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในสถานประกอบการจริงในอนาคต
ซึ่งระยะเวลาของ MOU
ดังกล่าว ได้สิ้นสุดลงเมื่อ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.
2564 ที่ผ่านมา
ในครั้งนี้
จะเป็นการสานต่อโครงการดังกล่าวอีกครั้ง จึงนำมาสู่ความร่วมมือในการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงาน
โดยได้รับเกียรติจาก นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท
ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) และนายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เป็นผู้ร่วมลงนาม เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566
ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
นายสง่า
แต่เชื้อสาย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กล่าวว่า “ ในนามของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับซีเอ็ด
ในการบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออีกครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน
นักศึกษาในส้งกัดอาชีวศึกษา ได้เข้าร่วมฝึกงานเพื่อสร้างประสบการณ์ในวิชาชีพ
ในรูปแบบจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเรียน
นักศึกษาได้ทำงานพิเศษระหว่างปิดภาคเรียน
จากการดำเนินงานความร่วมมือฯ ที่ผ่านมา
นับว่าเป็นประโยชน์และเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีเป็นอย่างยิ่งต่อการยกระดับการเรียนการสอนและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการค้าปลีกของอาชีวศึกษา
อันจะส่งผลเชื่อมโยงต่อเนื่อง
ไปยังตลาดแรงงานของประเทศที่มีฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ
ส่งผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถประเทศชาติ
ทางคณะกรรมการอาชีวศึกษาขอขอบคุณบริษัทฯ
ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนช่วยผลักดันความร่วมมือในครั้งนี้
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์
และประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ตั้งไว้ ”
นางสาวนาถสุดา
สิทธิพรรณโยธา ผู้อำนวยการ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ซีเอ็ด
กล่าวเพิ่มเติมว่า “
ทางบริษัทจะจัดโปรแกรมการเรียนการสอน ให้ความรู้ ฝึกอบรมวิชาชีพ
และทักษะประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ให้แก่นักศึกษา รวมทั้งจัดทำแผนการเรียนการสอน
แผนการฝึกทักษะวิชาชีพ ร่วมกับสอศ. และสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
กรอบความร่วมมือที่ซีเอ็ดได้ทำข้อตกลงกับสถาบันการศึกษา บริษัทฯ ได้จัดโปรแกรมการฝึกงานวิชาชีพให้แก่นักเรียน
นักศึกษาที่สนใจเข้ามาฝึกงานกับบริษัทฯ เป็นระยะเวลา 1 ปี รวมถึงการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนในช่วงระยะเวลาสั้น
ๆ สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่สนใจ เช่น ช่วงปิดภาคเรียน เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ทางด้านวิชาชีพ
นอกจากนี้ บริษัทฯ จะสนับสนุนสวัสดิการต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาการเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
ได้แก่ ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง ประกันชีวิต ค่ารักษาพยาบาล
ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก เป็นต้น“
ดังนั้น
ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงถือเป็นแนวทางที่สำคัญ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างประสบการณ์ที่ดี ก่อให้เกิดความชำนาญด้านทักษะให้แก่นักเรียน
นักศึกษาอาชีวะ ถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญร่วมกัน นักเรียน นักศึกษาจะตระหนักเห็นถึงคุณค่าทักษะวิชาชีพของตนเอง
พร้อมนำโอกาสที่ได้รับต่างๆ เหล่านี้มาพัฒนาทักษะฝีมือและความสามารถ
เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา และขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม
และตลาดแรงงานในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น