อินดีมฯ มีเป้าหมายจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปีจากนี้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เราจึงตั้งใจรีแบรนด์ใหม่ทั้งหมด ภายใต้แนวคิด Better Indeem Better You ด้วยการต่อยอดจุดแข็ง เดิมของอินดีมฯ ซึ่งเป็น MLM ที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้มีระบบหลังบ้านที่ดีและแพลตฟอร์มใช้งานง่าย พร้อมสร้างจุดแข็งใหม่ ด้วยการเพิ่มไลน์อัพผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากขึ้น จากเดิมที่มีเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มเติมขึ้นมา และจะทยอยเปิดตัวภายในปีนี้ ประกอบด้วย 6 กลุ่ม ได้แก่
● กลุ่มอาหารเสริม อาทิ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ที่มีงานวิจัยที่เป็นที่ยอมรับรองรับ เช่น น้ำมันเมล็ดงาดำสกัด, ถังเช่าสกัดออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการดูแลน้ำหนัก
● กลุ่มสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายและเส้นผม (Personal care) โดยจะชูจุดเด่นในเรื่องผลิตภัณฑ์ ที่เป็นออร์แกนิกและลดการใช้พลาสติก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
● กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร
● กลุ่มสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งสินค้าเพื่อสุขภาพ และกลุ่มดูแลตัวเอง
● กลุ่มเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
● กลุ่มเครื่องปรุง
“สำหรับกลุ่มเครื่องปรุง ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของอินดีมฯก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมา ธุรกิจ MLM จะไม่มีสินค้ากลุ่มนี้ แต่เรามองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดีมานด์ เป็นสินค้าที่ทุกครัวเรือนได้ใช้ ที่สำคัญ เรายังมีแต้มต่อสำคัญ จากการมี NRF หรือ บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารและเครื่องปรุงรสชั้นนำมาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ ยังมี บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY เข้ามาเสริมทัพ โดยสบายมีความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีที่หลากหลาย ทำให้อินดีมมีความได้เปรียบในแง่ช่องทางการจัดจำหน่าย สามารถกระจายสินค้าให้เข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ”
นอกจากนี้ นายสมภพ ระบุด้วยว่า ปีนี้ เรายังเตรียมเปิดตัวบัตรสมาชิกอัจฉริยะ ให้กับสมาชิกนักธุรกิจ ซึ่งในอนาคตจะต่อยอดให้สามารถนำไปใช้ซื้อสินค้าที่ตู้ Vending ของ SABUY ได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีแคมเปญใหญ่เพื่อตอบแทนสมาชิกนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญแจกรถไฟฟ้าเทสลา เมื่อจำนวนยอดขายถึงเป้าที่วางไว้ ตลอดจนทริปท่องเที่ยว ล่องเรือสำราญในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และโปรแกรมสะสม INDEEM Reward ที่ได้จากการสั่งซื้อสินค้าอินดีมฯทุกครั้ง เพื่อนำไปแลกรางวัลและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
สำหรับเป้าหมายในอนาคต นายสมภพ คาดว่า จากกลยุทธ์ทั้งหมด จะผลักดันอินดีมฯสู่รายได้เป้าหมาย 300 ล้านบาท และทำให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายใน 3 ปีจากนี้
“ผมมองว่า ถ้าเราสามารถพาบริษัทไปถึงจุดนั้นได้ นอกจากจะส่งผลดีต่อบริษัท ยังส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อธุรกิจ MLM และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้ที่อยู่ในอาชีพนี้ ไม่ต้องถูกมองในแง่ลบ แต่สามารถเป็นกระเป๋าที่สองหรือสามของคนยุคนี้ได้ ด้วยเงินลงทุนหลักพันก็สามารถก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองได้” นายสมภพทิ้งท้าย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น