กลิชี, 15 ธันวาคม 2565 – ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal Group) และมิโครฟีต์ (Microphyt) บริษัทด้านไบโอเทคจากฝรั่งเศส ประกาศการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกัน โดยกองทุนบีโอแอลดี (BOLD: Business Opportunities for L’Oréal Development: โอกาสทางธุรกิจเพื่อการพัฒนาสำหรับลอรีอัล) ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนของลอรีอัล เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยในมิโครฟีต์
การเป็นพันธมิตรครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์เพิ่มเติมที่ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมของลอรีอัล ซึ่งมุ่งไปสู่วิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Science) และการลงทุนของลอรีอัลในนวัตกรรมของสตาร์ทอัพด้านไบโอเทคในฝรั่งเศสและทั่วโลก แผนกลยุทธ์เชิงรุกนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี พ.ศ.2573 ของลอรีอัล ซึ่งรวมถึงเป้าหมายที่จะทำให้ส่วนผสม 95% มาจากแหล่งชีวภาพ ซึ่งได้มาจากแร่ธาตุจำนวนมาก หรือมาจากกระบวนการที่สามารถหมุนเวียนได้
มิโครฟีต์ ได้ปฏิวัติการพัฒนากระบวนการเพื่อผลิตสาหร่ายขนาดเล็ก ที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านคาร์บอนในระดับต่ำ โดยสาหร่ายขนาดเล็กนี้เป็นสิ่งมีชีวิตในพืชที่มีขนาดจิ๋วซึ่งใช้ในเครื่องสำอางและอื่น ๆ เพื่อทำให้เกิดคุณสมบัติที่ใช้ในการออกฤทธิ์ และคุณภาพในเชิงการทำหน้าที่
ด้วยกระบวนการที่ผ่านการจดสิทธิบัตรแล้ว และการควบคุมตัวกระตุ้นจากธรรมชาติ (เช่น แสง, เกลือ, สารอาหาร, การแปรผันของอุณหภูมิ เป็นต้น) มิโครฟีต์จึงเป็นหนึ่งในบริษัทที่สามารถผลิตสาหร่ายขนาดเล็กหลากหลายสายพันธุ์มากที่สุดในโลกได้ในปริมาณมหาศาล และในรูปแบบที่มีการควบคุม มิโครฟีต์มีแพลตฟอร์มที่ครบวงจรในการเปลี่ยนแปลงสาหร่ายขนาดเล็ก และพัฒนาส่วนประกอบทางธรรมชาติ และส่วนประกอบแบบหมุนเวียนที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของลอรีอัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ลอรีอัล และมิโครฟีต์ จะสร้างแพลตฟอร์มทางด้านเทคโนโลยี และรวมทรัพยากรด้านวัสดุ ตลอดจนทรัพยากรมนุษย์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อที่จะผลิตวัตถุดิบจากชีวมวลสาหร่ายขนาดเล็ก ทั้งสองบริษัทต่างก็มีความปรารถนาที่จะเป็นพันธมิตรในระยะยาวเพื่อการพัฒนาโซลูชั่นใหม่ ๆ ด้านเครื่องสำอาง
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการเป็นพันธมิตรด้านวิทยาศาสตร์เชิงกลยุทธ์กับหลายหน่วยงานของลอรีอัล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมสำหรับความงามที่ลอรีอัลกำลังบุกเบิกอยู่ ซึ่งรวมถึงเวริลี (VERILY) บริษัทขนาดใหญ่ด้านการรักษาแบบแม่นยำ สถาบันวิทยาศาสตร์วัสดุแห่งชาติ (NIMS) ในญี่ปุ่น ศูนย์วิศวกรรมชีววิทยาสิ่งแวดล้อมแห่งสิงคโปร์ (SCELSE) หรือห้องปฏิบัติการเคมีอินทรีย์พอลีเมอร์ (LCPO) ในบอร์โดซ์
“ความปรารถนาของเราคือร่วมมือกับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุดในวงการวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่ไปเปี่ยมด้วยความรับผิดชอบออกมาเป็นจำนวนมาก และทำให้นวัตกรรมเหล่านั้นสามารถเข้าถึงผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือเป็นพันธมิตรครั้งใหม่กับมิโครฟีต์ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเร่งการขับเคลื่อนของเราให้เร็วขึ้นสู่ความงามที่ยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นทางธรรมชาติที่ไม่เหมือนใครที่ได้มาจากสาหร่ายขนาดเล็ก” บาร์บารา ลาเวอร์นอส (Barbara Lavernos) รองซีอีโอฝ่ายวิจัย, นวัตกรรม และเทคโนโลยี ลอรีอัล กรุ๊ป อธิบาย
สำหรับมิโครฟีต์ การเป็นพันธมิตรกับลอรีอัลถือเป็นการสนับสนุนแผนโรดแมพเชิงกลยุทธ์ของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ที่บริษัทได้ประสบความสำเร็จกับการระดมทุนที่มากที่สุดครั้งหนึ่งในวงการนี้กับบีพิฟรองซ์ (Bpifrance) ในปี พ.ศ.2562 ผ่านกองทุนเอสพีไอ (SPI fund) และจากโซฟินโนวา พาร์ทเนอร์ส (Sofinnova Partners) มิโครฟีต์ได้เร่งการพัฒนา รวมถึงทำตลาดส่วนประกอบจากธรรมชาติที่ได้มาจากสาหร่ายขนาดเล็กเพื่อผลิตสารอาหาร และเครื่องสำอาง และในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา มิโครฟีต์ได้เปิดตัวส่วนประกอบที่มีสารออกฤทธิ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ 3 รายการในเครื่องสำอาง รวมทั้งได้เริ่มนำส่วนประกอบที่ได้จดสิทธิบัตรแล้ว 2 รายการที่อยู่ในสารอาหารเข้าสู่ในตลาดอาหารเสริมในอเมริกา
“เรายินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเป็นพันธมิตรกับลอรีอัลครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของมิโครฟีต์ที่จะทำให้ผู้คนจำนวนมากเข้าถึงโซลูชั่นจากธรรมชาติที่ดึงมาจากสาหร่ายขนาดเล็กให้ได้มากที่สุด” แพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีในโหมด ‘ห้องแล็บส่วนขยาย’ เป็นส่วนที่เติมเต็มกิจกรรมต่าง ๆ ของเราเองได้อย่างลงตัว ด้วยลอรีอัล แพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยให้เราเร่งการพัฒนาส่วนประกอบที่ถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเอื้อต่อการขยายขอบเขตกำลังการผลิตของเราด้วยเช่นกัน” วินเซนต์ ยูซาช (Vincent Usache) กรรมการผู้จัดการมิโครฟีต์ กล่าว
เกี่ยวกับมิโครฟีต์
มิโครฟีต์เป็นบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสที่พัฒนา ผลิต และจำหน่ายส่วนประกอบจากธรรมชาติที่ได้มาจากสาหร่ายขนาดเล็ก นับเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่มิโครฟีต์ได้พัฒนาโซลูชั่นที่มีเอกลักษณ์สำหรับอุตสาหกรรมสารอาหาร และอุตสาหกรรมความเป็นอยู่ที่ดี เทคโนโลยีต่างๆของมิโครฟีต์ได้รับการพัฒนาขึ้นภายในองค์กร และจดสิทธิบัตรแล้ว จึงทำให้สามารถผลิตสาหร่ายขนาดเล็กหลากหลายสายพันธุ์ในระดับอุตสาหกรรมแบบยั่งยืนภายใต้การควบคุมได้ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบายยาร์ก ใกล้มองต์เปลิเยร์(34) ปัจจุบัน บริษัทมีพนักงาน 50 คน และมีกลุ่มสิทธิบัตรเดียวกัน 7 กลุ่ม
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.microphyt.eu
เกี่ยวกับลอรีอัล กรุ๊ป
ลอรีอัล กรุ๊ป ในฐานะองค์กรด้านความงามชั้นนำของโลก ทุ่มเทในธุรกิจความงามมายาวนานกว่า 110 ปี เพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาด้านความงามของผู้คนทั่วโลก ภายใต้เป้าหมายในการสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ ลอรีอัลกำหนดทิศทางและมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้านความงามที่ครอบคลุม มีจริยธรรม สร้างความยั่งยืนให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งประกอบด้วย 35 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก และพันธสัญญาเพื่อความยั่งยืนอย่าง L’Oréal for the Future ลอรีอัลมุ่งมั่นมอบสิ่งที่ดีที่สุดด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความงามอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้คน
ลอรีอัล กรุ๊ป มียอดขายผลิตภัณฑ์ 3.228 หมื่นล้านยูโรในปี 2564 มีผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายผ่านทุกช่องทาง ครอบคลุมถึงอีคอมเมิร์ซ ตลาดทั่วไป ห้างสรรพสินค้า เภสัชกรรมและร้านขายยา ซาลอน ร้านค้าปลีก และร้านค้าในสนามบิน และมีพนักงาน 85,400 คนทั่วโลก ลอรีอัลยึดมั่นในกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กรในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องโดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนากว่า 20 แห่งใน 11 ประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยทีมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมากกว่า 4,000 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกว่า 3,000 คน คิดค้นและพัฒนาความงามแห่งอนาคต เพื่อก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ชั้นนำด้าน Beauty Tech ต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.loreal.com/en/mediaroom
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น