กรุงเทพฯ
ประเทศไทย 13 พฤษภาคม 2565 – DJI (ดีเจไอ)
ผู้นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางอากาศ และกล้องระดับโลก เปิดตัว “DJI Mini 3 Pro” โดรนติดกล้องแบบพกพาน้ำหนักเบาที่ทรงพลังที่สุด
ด้วยน้ำหนักไม่ถึง 249 กรัม สอดคล้องกับระเบียบการบินโดรนในหลายพื้นที่และประเทศต่าง
ๆ พร้อมครบครันด้วยสุดยอดฟีเจอร์ขั้นสูง อาทิ ความละเอียดขนาด 4K/60 fps การใช้งานโหมด
ActiveTrack ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบสามทิศทาง
และการหมุนกิมบอล 90° เพื่อถ่ายภาพแนวตั้งแบบคุณภาพสูงสำหรับโซเชียลมีเดีย
และบินได้นานกว่า 30 นาที DJI Mini 3 Pro จึงตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้สามารถบินโดรนได้อย่างสะดวกคล่องตัว
พร้อมสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้จากโดรน
ขนาดมินิที่ทรงพลังเกินตัว
นายเฟอร์ดินาน
วูลฟ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ DJI เปิดเผยว่า “จากการเปิดตัว DJI Mini Series เมื่อปี
2562
เป้าหมายของเราคือการเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนได้เห็นโลกจากมุมมองด้านบนได้เป็นครั้งแรก
ซึ่งจากเรื่องราวและภาพต่าง ๆ ที่เราได้เห็นมา
เราได้ค้นพบว่ากล้องถ่ายทางอากาศขนาดเล็ก
เป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การถ่ายภาพทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง โดยในวันนี้
เราพร้อมเปิดตัว DJI Mini 3 Pro โดรนติดกล้องที่ผสมผสานทั้งความสามารถในการบินอย่างยอดเยี่ยม
ฟังก์ชั่นอัจฉริยะ
และความคล่องตัวในการถ่ายภาพไว้ในกล้องทางอากาศที่น้ำหนักเบาพิเศษ สะดวกในการพกพา
และทรงพลังที่สุด ซึ่งก้าวข้ามขีดความสามารถของโดรนติดกล้องแบบทั่วไป”
ด้วยระเบียบการบินโดรนในหลายพื้นที่และประเทศต่าง
ๆ โดรนที่มีน้ำหนักไม่ถึง 250 กรัมจัดอยู่ในประเภทโดรนที่ปลอดภัยที่สุด ดังนั้น DJI Mini 3 Pro ซึ่งมีน้ำหนักต่ำกว่า
249 กรัมจึงเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญสำหรับเหล่า Content Creator สายนักเดินทางและนักบินโดรนมือใหม่
ที่สามารถพกพา DJI Mini 3 Pro ร่วมเดินทางเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากมินิโดรนที่ทั้งทรงพลังและปลอดภัยสู่สายตาชาวโลกได้อย่างสะดวก
นอกจากนี้ DJI Mini 3 Pro ยังเป็นสุดยอดผลงานออกแบบที่ปรับปรุงประสิทธิภาพหลายด้าน
ทั้งแขนและใบพัดที่ปรับเปลี่ยนเพื่อให้การบินเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น
ช่วยเพิ่มระยะเวลาในการบิน และยังเป็นโดรนติดกล้องรุ่นแรกใน DJI Mini Series ที่มีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบสามทิศทาง
ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ภาพด้านหน้า ด้านหลัง และด้านล่าง โดยเซ็นเซอร์ด้านหน้าและด้านล่างมีขอบเขตการมองเห็นที่กว้างขึ้น
ช่วยให้การวางแผนเส้นทางและการรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมดีอย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้
เซ็นเซอร์มีระบบ Advanced Pilot
Assistance Systems (APAS) 4.0
ซึ่งจะตรวจหาเส้นทางที่อยู่ท่ามกลางสิ่งกีดขวางได้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติในระหว่างการบิน
[[1]]
นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ยังใช้งานชุด FocusTrack แบบครบวงจร
ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกวัตถุที่โดรนจะเล็งไว้ภายในกึ่งกลางเฟรมโดยอัตโนมัติในระหว่างการบิน
ในขณะที่ทำการวางแผนเส้นทางการบินที่ปลอดภัยโดยอัตโนมัติเช่นกัน ซึ่ง DJI Mini 3 Pro เป็นมินิโดรนรุ่นแรกที่รวม
APAS และ FocusTrack ไว้ในตัว
DJI Mini 3 Pro มาพร้อมกับระบบการถ่ายภาพที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด
ทั้งเซ็นเซอร์กล้อง CMOS ขนาด 1/1.3 นิ้ว มี Native ISO แบบคู่
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่เดิมมีเฉพาะในโรงภาพยนตร์และกล้องไมโครเดี่ยวบางรุ่นเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีรูรับแสง f/1.7 และถ่ายภาพได้สูงสุดที่ 48MP และวิดีโอสูงสุดที่ 4K/60fps ที่สามารถถ่ายทำคอนเทนต์คุณภาพสูงและอัปโหลดได้ง่าย
กล้องจะหมุน 90 องศาเพื่อการถ่ายภาพแนวตั้งด้วย True Vertical Shooting รวมทั้งสร้างสรรค์ภาพถ่ายและวิดีโอตามจินตนาการในแนวตั้งโดยไม่ต้องซูมภาพซึ่งทำให้คุณภาพลดลง
เพื่อให้รายละเอียดภาพที่สดใสที่สุด การบันทึกวิดีโอ HDR ให้คุณเลือกอัตราเฟรมได้สูงสุดถึง
30fps และ True Vertical Shooting จะหมุนกล้อง
90 องศาเพื่อถ่ายคอนเทนต์โซเชียลมีเดียคุณภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้
มีโปรไฟล์สีให้ใช้สำหรับการแก้ไขในแอปอย่างรวดเร็ว และ D-Cinelike สำหรับการแก้ไขได้อย่างหลากหลายมากขึ้นในภายหลัง
ช่วงการซูมวิดีโอแบบดิจิทัลสูงสุดถึง 2 เท่ามีให้เลือกในแบบ 4K, 3
เท่า ในแบบ 2.7K และ
4 เท่าในแบบ Full HD นอกจากนี้
ด้วยความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน เรายังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของภาพจาก DJI Mini 3 Pro ด้วยพิกเซลขนาด
2.4μm ที่จับภาพได้ละเอียดมากขึ้น
เหมาะกับการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยและตอนกลางคืน
แม้ DJI Mini 3 Pro จะมีน้ำหนักไม่ถึง
249 กรัม แต่สามารถบินได้นานสูงสุดถึง 34 นาที เพื่อให้สามารถเก็บภาพภูมิทัศน์และจุดหมายปลายทางได้มากขึ้นด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว
นอกจากนี้ เรายังสร้างประวัติศาสตร์ด้วย “Intelligent Flight Battery Plus” แบตเตอรี่สำหรับโดรนที่ช่วยให้บินได้นานสุด
47 นาที ซึ่งเป็นความสามารถที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับโดรนที่มีขนาดเท่านี้ [[2]]
ที่สามารถทำงานควบคู่กันอย่างลงตัวกับระยะเวลาการบินที่นานขึ้น นอกจากนี้ DJI Mini 3 Pro ยังขยายระบบการส่งกำลัง
O3
ซึ่งให้มุมมอง 1080p ที่คมชัดจากระยะไกลสุดถึง 12 กม.[[3]]
ทั้งนี้ DJI Mini 3 Pro สามารถใช้ร่วมกับ
DJI RC รีโมทคอนโทรลน้ำหนักเบาพร้อมหน้าจอสัมผัสในตัวขนาด
5.5 นิ้ว [[4]]
และแอปพลิเคชั่น DJI Fly ทำให้ผู้ใช้ไม่จําเป็นต้องต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับตัวควบคุม
เพิ่มอิสระในการบังคับการบินโดรน รวมทั้งมีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ครบครัน
เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้งานได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ DJI ยังได้ร่วมกับ
SkyPixel ออนไลน์คอมมูนิตี้ชั้นนำระดับโลกของช่างภาพและช่างวิดีโอที่ชื่นชอบการถ่ายภาพทางอากาศ
ได้จัดแคมเปญพิเศษถึง 2 แคมเปญ โดยแคมเปญแรกทาง SkyPixel Product Tryout program จะเป็นผู้คัดสรรนักบินโดรนจากทั่วโลกได้ทดลองบินและถ่ายภาพด้วย
DJI Mini 3 Pro เพื่อถ่ายทอดจินตนาการภาพสู่โลกกว้าง
พร้อมโอกาสชิงรางวัล และแคมเปญที่สอง คือ การประกวด Mini 3 Pro Creative Content Challenge เพื่อเฟ้นหาภาพถ่ายและวิดีโอที่เยี่ยมที่สุดจากการบินโดรนจาก
DJI Mini 3 Pro ชิงรางวัลพิเศษจาก
DJI โดยศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.skypixel.com
ด้าน นายจอห์นนี่
เลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอซูรี อินโนเวชั่น เทคโนโลยี (ประเทศไทย)
จำกัด เปิดเผยว่า “ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชม DJI Mini 3 Pro และสั่งจองล่วงหน้าได้
ซึ่งเราจะสามารถจัดส่งได้เร็วที่สุดจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
หลังจากการเปิดตัวทั่วโลก ที่คนไทยจะเป็นเจ้าของสุดยอดนวัตกรรมโดรนติดกล้อง DJI Mini 3 Pro นำเทรนด์เทคโนโลยีก่อนใคร”
ในประเทศไทย
DJI Mini 3 Pro มีจำหน่าย
2 รุ่น คือ DJI Mini 3 Pro ราคา
25,690 บาท และ DJI Mini 3 Pro พร้อม
DJI RC ราคา
30,990 บาท ซึ่งผู้สนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ทางช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
1.
DJI | Hasselblad ชั้น 3 สยามพารากอน เปิดให้บริการแล้ววันนี้
และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤษภาคม 2565
2.
DJI Experience Store ชั้น 2 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
3.
DJI Experience Store ชั้น 4 เซ็นทรัล
พระราม 9
4.
DJI Official Online Store ทั้ง Shopee Lazada และ JD Central
Shopee : https://bit.ly/3M5LkeB
Lazada : https://bit.ly/3MaTh2g
JD :
https://bit.ly/3PimRop
5.
ร้านค้าพันธมิตรที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ DJI อย่างเป็นทางการ
ลูกค้าสามารถเข้าชมข้อมูลเกี่ยวกับ
DJI Mini 3 Pro ได้ที่
https://www.dji.com/dji-mini-3-pro

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น