เมื่อการเดินทางทั่วโลกต้องหยุดชะงักจากสถานการณ์
Covid-19 แผนการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนที่ชอบออกเดินทาง ก็เป็นอันต้องพับเก็บโครงการกันไปชั่วคราว
แถมเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครบอกได้ว่า การเดินทางทั่วโลกจะกลับมาเป็นปกติอีกเมื่อไร
ระหว่างรอคอยวิถีปกติใหม่
สำนักพิมพ์วิช ขอแนะนำ การเดินทางท่องเที่ยวผ่านตัวหนังสือ ไปกับ “ไต้หวัน สตอรี่
ก้าวย่างนี้มีเรื่องราว” บันทึกสัญจรสิบวันในไต้หวัน โดยคุณเอก เอกชัย สุขวัฒนกูล
หนุ่มออฟฟิศ ผู้หลงรักการเดินทาง และมีหมุดหมายว่าต้องออกเดินทางปีละครั้ง
ได้อาศัยเวลาว่างช่วง Covid-19 นั่งเขียนเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวไต้หวัน เพื่อแบ่งปันเรื่องราวและพาผู้อ่านไปสัมผัสไต้หวันในมุมที่ต่างไป
ความพิเศษของ
“ไต้หวัน สตอรี่ ก้าวย่างนี้มีเรื่องราว” เล่มนี้ อยู่ที่ความเป็นธรรมชาติ ระหว่างการเดินทาง
และเส้นทางที่มีเรื่องราว รวมไปถึงวิธีการเล่าเรื่อง การวางลำดับภาพถ่าย ที่ทำให้อ่านแล้วอิ่มเอมรู้สึกเหมือนกำลังเดินเที่ยวไปในไต้หวัน
พร้อมกับสารพันความรู้ในมิติต่าง ๆ ทั้งเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
สถาปัตยกรรม ที่ตั้งใจเรียบเรียงถ่ายทอดออกมาได้อย่างเพลิดเพลินและลงตัว
โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยคิดว่าจะไปไต้หวันมาก่อน อ่านแล้วยังรู้สึกว่าอยากไป
ตัวอย่างเนื้อหาบางส่วน
Day 1 เมาคง
เมาคงและเรื่องของชา
จากสนามบินเถาหยวนผมใช้บริการแอร์พอร์ต
MRT
เข้าไปยังตัวเมืองไทเป ผมแวะฝากสัมภาระ กับโฮสเทลที่พักสำหรับคืนนี้
ก่อนขึ้น MRT สายสีน้ำตาล (Wenhu Line)
ไปลงสุดสายที่สถานีปลายทาง สวนสัตว์ไทเป
จากนั้นเดินต่ออีกเล็กน้อยไปยังสถานีกระเช้าเมาคง เพื่อที่จะขึ้นไปยังพื้นที่เมาคง
เมาคง
(Maokong)
เป็นเขตพื้นที่เขาสูง ทางตะวันออกค่อนมาทางใต้ของไทเป เคยเป็นแหล่งปลูกชาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทเป
ชาขึ้นชื่อสองชนิดของที่นี่คือชา “เป่าจง” และชา “ทิกวนอิม” หรือ “กวนอิมเหล็ก”
หนึ่งในชาชั้นยอดตระกูลชาอู่หลง
เมาคงยังมีเส้นทางเดินเทรลธรรมชาติยอดนิยมไม่ไกลจากตัวเมืองไทเปอีกด้วย
กวนอิมเหล็ก
ชื่อของชากวนอิมเหล็ก
(Tiekuanyin) อาจฟังดูแปลกไปบ้าง ตามตำนานเล่าว่า ณ มลฑลฝูเจี้ยน
(ฮกเกี้ยน) ประเทศจีน ชาวนาผู้ยากจนคนหนึ่ง
ต้องเดินผ่านวิหารที่ประดิษฐานรูปปั้นกวนอิมที่ทำจากเหล็กอยู่เป็นประจำทุกวัน
เพื่อไปยังไร่ชาของเขา เขาเห็นวิหารขาดการดูแลและเริ่มเสื่อมโทรมลง แต่ด้วยความยากจนจึงทำได้เพียงหาไม้กวาดมาปัดกวาดทำความสะอาด
และจุดธูปสักการะองค์กวนอิม เขาทำอย่างนี้สองครั้งต่อเดือน
เป็นระยะเวลาติดต่อกันหลายเดือน จนกระทั่งในคืนหนึ่งเขาฝันว่าโพธิสัตว์กวนอิมปรากฏกาย ชี้แนะให้เขาไปยังถ้ำด้านหลังของวิหาร
จะมีสมบัติอยู่ วันรุ่งขึ้นเขาเดินไปยังถ้ำด้านหลังวิหารตามที่ฝัน
ภายในถ้ำเขาพบต้นอ่อนของชาจำนวนหนึ่ง จึงนำมาปลูกในไร่ของเขาและดูแลเป็นอย่างดี
หลังจากผ่านการเก็บเกี่ยว เขาพบว่านี่เป็นชาที่ดีที่สุดที่เขาเคยพบมา
เขายังนำเมล็ดพันธุ์แบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านด้วยตามที่โพธิสัตว์กวนอิมกล่าว และหลังจากนั้นเขาก็เริ่มขายชาชนิดนี้และตั้งชื่อว่า
“กวนอิมเหล็ก”
ชากวนอิมเหล็กมีความหลากหลายทั้งจากระดับการคั่วบ่มและฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ชาที่เก็บในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีคุณภาพที่ดีที่สุด
ความหอมของชาที่เกิดจากกระบวนการคั่วบ่มเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาชนิดนี้
ชาเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกันมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอลฮอลล์ (ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศในแถบซีกโลกตะวันออก)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของต้นชา คือ Camellia sinensis ต้นชาบางสายพันธุ์มีความสูงได้มากกว่า
10 เมตร โดยเฉพาะในตระกูลชาอัสสัมที่มีลักษณะเหมือนต้นไม้ทั่วไป
ต่างจากต้นชาจีนส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นพุ่มไม้ และนิยมตัดแต่งให้มีความสูงไม่เกิน 1–2
เมตร เพื่อให้สะดวกในการเก็บเกี่ยว
เรื่องราวการค้นพบและต้นกำเนิดของชา
ไม่ได้มีบันทึกไว้แน่ชัด แต่มีตำนานหนึ่งเล่าว่า จักรพรรดิเฉินหนง (Shennong) ในสมัยจีนโบราณ ได้ทรงให้เจ้าหน้าที่ต้มน้ำก่อนนำมาดื่ม ระหว่างนั้นเอง
เกิดมีใบไม้ชนิดหนึ่งถูกลมพัดมาตกในหม้อที่กำลังต้มน้ำอยู่
ทรงเห็นว่าสีของน้ำเปลี่ยนไป ทั้งยังมีกลิ่นหอม
เนื่องจากพระองค์ทรงมีความสนใจและความรู้ด้านการแพทย์อยู่แล้ว จึงทำการทดสอบ ลองชิม และทรงพบว่ามีสรรพคุณช่วยต้านพิษและรักษาโรคได้
ส่วนบันทึกเรื่องราวของชาที่ถูกรวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่
ถูกเขียนขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ในหนังสือ “ฉาจิง” (The Classic of
Tea)โดยนักเขียนชื่อว่า “ลู่อวี่”
โดยเนื้อหาได้อธิบายถึงวิธีการเพาะปลูก การแปรรูป
การเก็บรักษา ตลอดจนสายพันธุ์ชาในแต่ละพื้นที่ และฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ดีที่สุดไว้ด้วย
เมื่อพูดถึงชาโดยทั่วไปแล้ว
เราสามารถแบ่งประเภทตามสายพันธุ์ที่ปลูก การเก็บเกี่ยว และกรรมวิธีการผลิต ออกเป็น
4
กลุ่มใหญ่ คือ ชาขาว ชาเขียว ชาอู่หลง และชาดำ ชาขาวใช้ยอดอ่อน
ชาเขียวไม่ผ่านการคั่วบ่ม ชาอู่หลงผ่านการคั่วบ่มบางส่วน
สารคาเทชินที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของชาอู่หลง
ส่วนชาดำใช้วิธีการคั่วบ่มแบบสมบูรณ์
ไต้หวันได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตชาอู่หลงอันดับต้นๆ
ของโลก เหตุผลสำคัญมาจากที่ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ อพยพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน
บนแผ่นดินใหญ่และได้นำชามาเพาะปลูกที่นี่ด้วย (ฝูเจี้ยนเป็นต้นกำเนิดของชาอู่หลง)
นอกจากชาอู่หลงแล้ว
ชาดำของไต้หวันเองก็ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูชานมไข่มุกอันโด่งดังของไต้หวันนั่นเอง
...................................
หนังสือ “ไต้หวัน
สตอรี่ ก้าวย่างนี้มีเรื่องราว” ราคา 295 บาท
มีวางจำหน่ายที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02 418 2885

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น