วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565

แอลจีช่วยคนไทยประหยัดค่าไฟ ด้วยโปรฯ ‘Super Sale ยิ่งซื้อ ยิ่งเซฟ’ เมื่อซื้อเครื่องซักผ้าและตู้เย็นประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว พร้อมส่วนลดสูงสุด 3,000 บาท ตั้งแต่ 7 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2565 นี้

 


กรุงเทพฯ, 28 ตุลาคม 2565 – ด้วยความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้คนไทยหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ส่งโปรโมชั่น “Super Sale ยิ่งซื้อ ยิ่งเซฟ” มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 3,000 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าหรือตู้เย็นที่เข้าร่วมรายการจากแอลจี ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการประหยัดพลังงานจากฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม จนถึง 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำหรือตัวแทนจำหน่ายของแอลจีทั่วประเทศ

แอลจีมีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ตามสโลแกน “Innovation for a Better Life” ซึ่งรวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงาน โดยนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจีที่เข้าร่วมแคมเปญโปรโมชั่น “Super Sale ยิ่งซื้อ ยิ่งเซฟ” ล่าสุด ประกอบด้วย

A kitchen with a fridge and stools

Description automatically generated with low confidence

ตู้เย็น LG New Smart InverterTM

 

  • ตู้เย็น LG New Smart InverterTM ที่มาพร้อมเทคโนโลยีหลากหลาย เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น ได้แก่ เทคโนโลยี Door Cooling+TM ที่ทำความเย็นได้อย่างสม่ำเสมอและรวดเร็วขึ้น เทคโนโลยี Linear CoolingTM ช่วยลดความผันผวนของอุณหภูมิและคงความสดใหม่ของอาหาร ผักผลไม้ ไว้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถประหยัดค่าไฟได้เพิ่มเติม พร้อมอำนวยความสะดวกด้วย Auto Ice Maker ระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้การทำน้ำแข็งเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว
  • เครื่องซักผ้าแอลจีแบบฝาหน้าและฝาบนที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI DDTM ทำความสะอาดผ้าอย่างล้ำลึกและอ่อนโยนได้ในขณะเดียวกัน โดยเทคโนโลยี AI จะวิเคราะห์ข้อมูลด้านพฤติกรรมการใช้งานผ่านบิ๊กดาต้า เพื่อนำเสนอรูปแบบการซักผ้าที่เหมาะสมที่สุดกับน้ำหนักและเนื้อผ้าแต่ละชนิด พร้อมเทคโนโลยี Steam™ ขจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ 99.9 เปอร์เซ็นต์ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นขนาดเล็กในใยผ้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้หรือปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
  • เครื่องซักผ้าแอลจีแบบฝาบน พร้อมระบบ Smart Inverter ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องซักผ้าโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของมอเตอร์ ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มความทนทานในการใช้งานมากขึ้น

 

เครื่องซักผ้าฝาหน้าจากแอลจีที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI DDTM

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 02-057-5757 และดูข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมติดตามกิจกรรมต่างๆ จากแอลจีได้ทาง


หัวเว่ยชี้แนวทางปลดล็อคศักยภาพการเชื่อมต่อ หนุนการเติบโตของธุรกิจใหม่สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย

 


กรุงเทพฯ ประเทศไทย 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565 - ระหว่างการประชุม Ultra-Broadband Forum (UBBF) 2022 นายไซมอน หลิน รองประธานอาวุโสและประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย เอเชียแปซิฟิก กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ ‘สร้างการเติบโตด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อขั้นสูง’ โดยเผยกลยุทธ์การกำหนดแผนงานสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อผลักดันศักยภาพการสร้างคุณค่าสูงสุดด้านการเชื่อมต่อสำหรับที่อยู่อาศัยและองค์กร และเผยความสำคัญของเครือข่ายที่ประหยัดพลังงานในการผลักดันการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมต่าง ๆ

A picture containing text, person

Description automatically generated

นายไซมอน หลิน ระหว่างการกล่าวปาฐกถา

เครือข่ายสำหรับบ้าน: ระบบที่อยู่อาศัยอัจฉริยะที่รองรับการเชื่อมต่อด้วยความเร็วระดับกิกะบิตเพิ่มรายได้ทางธุรกิจสำหรับบริการระบบการเชื่อมต่อในบ้านและที่อยู่อาศัย

การอัปเกรดเครือข่ายภายในบ้านและบริการใหม่ เช่น การไลฟ์สตรีมที่บ้านทำให้ความต้องการบริการด้วยความเร็วระดับกิกะบิตเพิ่มสูงขึ้น โดยบริการกิกะบิตบรอดแบนด์สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและมอบประสบการณ์การใช้งานที่หลากหลาย สร้างโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับเครือข่ายภายในบ้านและเพิ่มรายได้สำหรับผู้ให้บริการ นายไซมอน หลินเผยสามปัจจัยในการสร้างรายได้จากการเชื่อมต่อเครือข่ายในบ้านได้แก่:

  • บริการ Gigabit to Home: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใยแก้วนำแสงที่ขยายเครือข่ายด้วยความรวดเร็วเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างวงจรธุรกิจเชิงบวกสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย เทคโนโลยีใยแก้วนำแสงสามารถลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายเปิดบริการเครือข่ายระดับกิกะบิตที่มีรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) สูงขึ้น
  • บริการ Gigabit to Room: โซลูชัน Fiber to the Room (FTTR) แบบออปติคัลทั้งหมดของหัวเว่ย จัดการกับความท้าทายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเชื่อมต่อด้วยความเร็วระดับกิกะบิตในแต่ละห้อง ในขณะที่อัตราความเร็วสูงสุดในปัจจุบันของบริการ Gigabit to Home มีเพียง 100 Mbps โซลูชันดังกล่าวยังรองรับการตั้งค่าเครือข่ายในบ้านจากระยะไกลและลดต้นทุนการบำรุงรักษาและการดำเนินงานลงกว่า 50% นอกจากนี้ประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายและการบริการที่ดีทำให้ยอดขายโซลูชันของผู้ให้บริการเครือข่ายสูงขึ้น
  • บริการ Gigabit +: ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถผสานการใช้งานเครือข่ายความเร็วระดับกิกะบิตในบ้านเข้ากับบริการใหม่ ๆ เข้าด้วยกัน เช่น การให้บริการบรอดแบนด์เฉพาะสถานการณ์ บริการอินเทอร์เน็ต และบริการอุปกรณ์ที่อยู่อาศัยอัจฉริยะส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) สูงขึ้น โดยปัจจุบัน ผู้ให้บริการเครือข่ายเริ่มปรับใช้กลยุทธ์ดังกล่าวและขยายบริการใหม่ด้วยเครือข่ายใยแก้วนำแสง ทำให้ศักยภาพการเติบโตในอนาคตนั้นไร้ขีดจำกัด

เครือข่ายสำหรับองค์กร: การเชื่อมต่อที่เสริมศักยภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลขององค์กรเพื่อสร้างรายได้จากระบบเครือข่ายส่วนบุคคลและเครือข่ายอัจฉริยะ

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของอุตสาหกรรมทำให้ความต้องการด้านการอัปเกรดเครือข่ายเพิ่มสูงขึ้น อุตสาหกรรมต่าง ๆ ล้วนมีความต้องการระบบเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน ผู้ให้บริการเครือข่ายจึงต้องจัดหาโซลูชันการเชื่อมต่อเครือข่ายระดับองค์กรให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ในปัจจุบัน ความต้องการใช้งานบนระบบคลาวด์ของบริการเครือข่ายระดับองค์กรเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายขยายธุรกิจได้มากขึ้นอีกระดับ นายไซมอน หลินเผยว่า ผู้ให้บริการสามารถสร้างรายได้จากระบบเชื่อมต่อขององค์กรได้สามวิธี

  • การอัปเกรดแบนด์วิดท์สำหรับระบบเครือข่ายส่วนบุคคล: ระบบเครือข่ายส่วนบุคคล (Private Line) สำหรับองค์กรเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและครอบคลุมทั้งเครือข่ายแคมปัสและศูนย์ข้อมูลองค์กร อัตราการรับส่งข้อมูลของโซลูชันเครือข่ายส่วนบุคคลอัปเกรดจาก Gbps เป็น 10 Gbps เพื่อตอบโจทย์ความต้องการการเชื่อมต่อขั้นสูงทั้งในและนอกแคมปัสและศูนย์ข้อมูล
  • โซลูชันสถานการณ์จำลอง: การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลขององค์กรต้องการบริการเครือข่ายที่หลากหลาย ผู้ให้บริการสามารถเปิดบริการระบบเครือข่ายส่วนบุคคลเฉพาะสถานการณ์เพื่อเพิ่มรายได้ของธุรกิจ เช่น บริการระบบเครือข่ายส่วนบุคคลความเร็วสูงสำหรับอุตสาหกรรมสื่อ ระบบเครือข่ายส่วนบุคคลความหน่วงต่ำระดับมิลลิวินาที และบริการคลาวด์ที่เน้นความปลอดภัยสำหรับบริษัทหลักทรัพย์
  • อัปเกรดจากระบบเครือข่ายส่วนบุคคล (Private Line) ด้วยบริการ Private Network: สาขาขององค์กรจำนวนมากต้องเข้าถึงระบบคลาวด์หลายระบบจึงจำเป็นต้องใช้ระบบเครือข่ายส่วนบุคคล N x N โดยผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถใช้เทคโนโลยี Multi-cloud Backbone และเทคโนโลยีการแบ่งส่วนเครือข่ายเพื่ออัปเกรดจากระบบเครือข่ายส่วนบุคคล (Private Line) เป็นบริการ Private Network เพื่อรองรับการใช้งานเครือข่ายสำหรับองค์กร โดยเครือข่ายกายภาพหนึ่งเครือข่ายสามารถรองรับเครือข่ายส่วนตัวเชิงตรรกะสำหรับหลายอุตสาหกรรม เพิ่มประสบการณ์ทางบวกของผู้ใช้บริการ เพิ่มมูลค่าสูงสุดของเครือข่าย และอำนวยความสะดวกในการใช้ระบบคลาวด์ขององค์กร เปิดความเป็นไปได้ใหม่สำหรับการเชื่อมต่อดิจิทัลขององค์กร

โซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เครือข่ายออปติคัลทั้งหมดอัจฉริยะที่ใช้งานง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยผลักดันการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

นายไซมอน หลิน กล่าวว่า หัวเว่ยต่อยอดความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อสนับสนุน International Telecommunication Union-Telecommunication Standardization Sector (ITU-T) ในด้านการกำหนดมาตรฐานและข้อกำหนดตัวบ่งชี้ความเข้มของพลังงานคาร์บอน (NCIe) ของเครือข่าย นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเปิดตัวโซลูชันการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามระดับ ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เครือข่ายและไซต์ที่ประหยัดพลังงาน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครือข่ายและบรรลุเป้าหมาย ‘บิตมากขึ้น วัตต์น้อยลง’

“จะมีแต่เพียงผู้ที่มีวิสัยทัศน์เท่านั้นที่จะช่วยปลดล็อคศักยภาพที่แท้จริงของบางสิ่งออกมาได้” นายไซมอน หลิน กล่าว โดยเน้นย้ำว่าผู้ให้บริการเครือข่ายที่มีความได้เปรียบด้านเครือข่ายการเชื่อมต่อและสามารถปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเครือข่ายจะสร้างมูลค่าอย่างไร้ขีดจำกัดด้านการเชื่อมต่อ หัวเว่ยยังก้าวต่อไปด้านการคิดค้นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและโซลูชันใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าและคู่ค้า และทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อผลักดันศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ

ออกแบบการนวดในสไตล์ที่คุณชื่นชอบแบบสุดคุ้มกับ “สปาบุฟเฟ่ต์” ณ สปาเซ็นวารี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

 


สปาเซ็นวารี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เราพร้อมปรนนิบัติผิว ร่างกาย และจิตใจที่เหนื่อยล้ามาทั้งสัปดาห์ของคุณเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาอาการเมื่อยล้า
พร้อมคืนความสดชื่นให้กับร่างกายของคุณ ร่วมสัมผัสความผ่อนคลายเหนือระดับสุดประทับใจที่ท่านสามารถออกแบบสร้างสรรค์ประสบการณ์การนวดที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบ กับ
“สปาบุฟเฟ่ต์” ระยะเวลา 120 นาที ในราคาท่านละ 3,900 บาทถ้วน ต่อท่าน ซึ่งคุณสามารถเลือกผ่อนคลายในแบบที่คุณโปรดปรานตามใจชอบจากเมนูทรีทเม้นท์ที่ร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็น

 

·      อบตัวด้วยสมุนไพร                                                 15 นาที

·      ขัดผิวกายด้วยสตรอว์เบอร์รี่                                       45 นาที

·      พอกผิวกายด้วยโคลนม็อคคาชิโน                                 45 นาที

·      นวดน้ำมันอโรมา                                                    60 หรือ 90 นาที

·      นวดแผนไทย                                                        60 หรือ 90 นาที

·      นวดศรีษะ                                                            30 นาที

·      นวดฝ่าเท้า                                                           30 นาที

·      ทรีทเม้นท์สำหรับผิวหน้าแบบฉบับของสปาเซ็นวารี            60 นาที



เพลิดเพลินกับ “สปา บุฟเฟ่ต์” ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2565 สปาเซ็นวารีเปิดทุกวัน: 9.00 - 23.00 น

 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองห้องสำหรับทำทรีทเม้นท์ได้ที่ โทร. 0 2100 1234 ต่อ 6511, 6516 หรืออีเมล์: spacenvareecgcw@chr.co.th

 

ติดตามข่าวสารของสปาเซ็นวารี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่

เว็บไซต์: www.spacenvaree.com/spa/centara-grand-centralworld-bangkok
เฟสบุ๊ค
: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld

อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld


เอปสันเผยผลสำรวจทั่วโลกยกปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงหนักเท่าวิกฤตเศรษฐกิจ

 


28 ตุลาคม 2565 – เอปสัน เผยผลสำรวจ Climate Reality Barometer ครั้งที่ 2 เกี่ยวกับการให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีนัยสำคัญอยู่ที่ผู้คนทั่วโลกยกระดับความกังวลต่อผลกระทบของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันเทียบเท่ากับวิกฤตเศรษฐกิจ รวมทั้งเกิดความพยายามส่วนบุคคลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองให้สอดคล้องกับวิถีความยั่งยืน

 

เอปสัน ผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และโปรเจคเตอร์ ได้ทำการสำรวจ Climate Reality Barometer เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อศึกษาถึงระดับการตื่นตัวของผู้คนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จากกลุ่มตัวอย่าง 26,205 คนใน 28 ตลาดทุกภูมิภาคทั่วโลกที่เอปสันได้เข้าไปทำธุรกิจ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี จีน อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เคนยา มาเลเซีย เม็กซิโก โมร็อกโก ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สเปน ไต้หวัน ไทย ตุรกี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม

 

มร.ยาซึโนริ โอกาว่า ประธาน บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “พันธกิจของเอปสันคือการพัฒนาชีวิตและโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น บริษัทฯ ทุ่มเททรัพยากรที่สำคัญในด้านต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ให้สำเร็จ ใน ขณะที่โลกจะรวมตัวกันในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 27 (COP 27) ที่จะมีขึ้นในพฤศจิกายนนี้ ที่ประเทศอียิปต์ บริษัทฯ ได้จัดทำการสำรวจ Climate Reality Barometer นี้ขึ้น เพื่อช่วยยกระดับความตื่นตัวและสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป”

 

“เอปสันหวังว่าข้อมูลที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้จะช่วยให้หลายรัฐบาล วงการอุตสาหกรรม และบุคคลทั่วไป ได้ยกระดับความพยายามในการป้องกันภัยพิบัติที่เกิดจากสภาพอากาศ แม้ว่าหนทางแห่งความสำเร็จยังอีกยาวไกล แต่เอปสันเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้ หากเราทำงานร่วมกันและลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้”

 

ผลสำรวจของ Climate Reality Barometer ในปีนี้ชี้ให้เห็นชัดว่าทั่วโลกตื่นตัวมากขึ้นกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกวิกฤตเศรษฐกิจเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนออกจากความพยายามจัดการกับปัญหาด้านสภาพอากาศไปไม่น้อยเช่นกัน และยังมีประเด็นที่น่าจับตามองคือ ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่มองในแง่ดีว่าปัญหาดังกล่าวสามารถถูกแก้ไขได้ในช่วงชีวิตของคนรุ่นปัจจุบัน แม้ว่าจะมีภัยพิบัติมากมายเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา

 

จากผลสำรวจระบุว่าการ ผู้คนยังคงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและการเงินแบบเร่งด่วนเป็นอันดับแรกที่ 22% ถัดมาคือราคาสินค้าที่แพงขึ้นที่ 21% ส่วนปัญหาสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่อันดับที่ 3 ที่ 20% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และค่าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น วิกฤตสภาพอากาศก็ยังคงเป็นเรื่องที่คนทั่วโลกให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่าง 48% ยังมองในแง่ดีว่าปัญหาจากสภาพอากาศสามารถป้องกันได้ในช่วงชีวิตของคนปัจจุบัน เพิ่มขึ้นจาก 46% ในการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำขึ้นในช่วงก่อน COP 26

 

จำนวนประชากรที่เชื่อว่าปัญหาที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปสามารถแก้ไขได้ในช่วงชีวิตของตัวเองมีอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงภาวะการขาดการรับรู้ความจริงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในผู้คนจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะยังมีความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับผลกระทบทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นกับโลกในอนาคตจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน โดยตัวแปรสำคัญที่แบ่ง กลุ่มคนที่มีการรับรู้ต่อปัญหาดังกล่าวแตกต่างกัน ได้แก่ ระดับเศรษฐกิจและช่วงอายุ

 

สมาชิกในกลุ่มประเทศ G7 มีมุมมองต่อการแก้ไขปัญหาจากสภาพภูมิอากาศไปในทางบวก ในระดับที่ต่ำกว่าค่า เฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 48% ดังนี้ แคนาดา 36.6%; ฝรั่งเศส 22.5%; เยอรมนี 23.8%; อิตาลี 25.2%; ญี่ปุ่น 10.4%; สหราชอาณาจักร 28.4% และสหรัฐอเมริกา 39.4% ในขณะที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจะมองในแง่ดีต่อปัญหาดังกล่าวมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ จีน 76.2%; อินเดีย 78.3%; อินโดนีเซีย 62.6%; เคนยา 76%; เม็กซิโก 66% และฟิลิปปินส์ 71.9%

 

ผลการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าอายุมีผลต่อมุมมองต่อปัญหานี้ โดยกลุ่มคนที่มีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด และมองว่าเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด เป็นกลุ่มช่วงอายุมากที่สุด หรือ 55 ปีขึ้นไป ที่ 22% และน้อยที่สุด 16 – 24 ปี ที่ 19.3% ตามลำดับ

 

นอกจากนี้ การสำรวจ Climate Reality Barometer ยังได้ศึกษาถึงช่องทางหรือปัจจัยที่ทำให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยมากกว่า 8 ใน 10 ของกลุ่มตัวอย่าง หรือ 80.2% สัมผัสถึงปัญหาดังกล่าวได้โดยตรงจากการใช้ชีวิตประจำวัน 75.7% รับทราบข้อมูลจากกิจกรรมหรือแคมเปญของรัฐบาล 75% จากข่าวทางสื่อออนไลน์และออฟไลน์ 74.2% จากโซเชียลมีเดีย 64.8% จากแคมเปญของบริษัทเอกชนหรือตามชุมชนต่างๆ และ 64% จากรายงานของการประชุม COP

 

ด้านพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ตอบสนองต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การสำรวจในปีนี้พบว่าผู้คนได้ปรับไลฟ์สไตล์ของตนเองให้สอดคล้องกับวิถีความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้นกว่าปี 2564 ได้แก่

·      เดินหรือปั่นจักรยานมากขึ้น จาก 83.7% เป็น 87.2% และ 31.8% ที่ได้ทำติดต่อกันมาตลอดทั้งปี 

·      การเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น จาก 78.2% เป็น 82.4% และ 18.6% ทำมานานกว่า 1 ปี

·      ลดการเดินทางเพื่อธุรกิจและการพักผ่อนต่างประเทศมากขึ้น จาก 65.1% เป็น 68.2% และ 23% ทำมานานกว่า 1 ปี

·      เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จาก 68% เป็น 72.7% และ 10.6% ทำเช่นนี้มานานกว่า 1 ปี

·      รับประทานอาหารจากพืชเพิ่มขึ้น จาก 67.6% เป็น 68.9% และ 16.5% ทำติดต่อกันมานานกว่า 1 ปี

 

“เอปสันเชื่อว่าพวกเราทุกคนมีส่วนรับผิดชอบต่อคนรุ่นหลัง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล องค์กรธุรกิจ หรือชุมชนต่างๆ ต้องร่วมกันทำให้โลกนี้ดีขึ้นหลังจากความเสียหายมาหลายทศวรรษ เอปสันในฐานะผู้นำเทคโนโลยีด้านการพิมพ์และโปรเจคเตอร์ได้มุ่งพัฒนาโซลูชั่น ที่สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ของเรา การทำงานร่วมกันและค้นหาโซลูชั่นใหม่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเกิดเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงให้โลกดีขึ้นได้” มร.ยาซึโนริ กล่าวทิ้งท้าย

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ adidas X NIGO เพื่อต้อนรับการแข่งขัน FIFA WORLD CUP 2022™

 


กรุงเทพฯ (28 ตุลาคม 2565) – อาดิดาสต้อนรับศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก FIFA World Cup 2022TM เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ adidas X NIGO จากความร่วมมือกับสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นและสตรีทแวร์ดีไซน์เนอร์ นิโกะ (NIGO) อาร์ตไดเรคเตอร์ชื่อดังระดับโลกจากเคนโซ (KENZO) และ Human Made

 

คอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมและงานฝีมือดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่สะท้อนกลิ่นอายความมินิมอลผสมดีไซน์สุดคลาสสิก ภายใต้สีม่วงอ่อนผสานสีเขียวสดที่สื่อถึงสัญลักษณ์ของต้นซากุระและซากุระโมจิ ขนมหวานประจำฤดูกาลยอดนิยมในหมู่คนญี่ปุ่น โดยจากเป้าหมายที่ต้องการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลให้กลายเป็นวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่น ทำให้คอนเซ็ปต์การออกแบบสื่อถึงความชื่นชมในทีมชาติญี่ปุ่นที่มอบความสามัคคีที่นำมาซึ่งความสุขและความยินดีให้กับทุกคน โดยไร้ข้อจำกัดด้านอายุ เพศ และชนชั้นทางสังคม

 

 

ทั้งนี้เพื่อเฉลิมฉลองความเท่าเทียมและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกีฬาฟุตบอล สินค้าคอลเลกชันพิเศษดังกล่าว จะเปิดตัวโดยนักกีฬาทีมชาติญี่ปุ่นทั้งชายและหญิงก่อนการแข่งขันกระชับมิตรในเดือนพฤศจิกายน

 

A picture containing person, outdoor, dressed

Description automatically generated A picture containing outdoor, red

Description automatically generated A picture containing green, underpants

Description automatically generated

 

คอลเลกชัน adidas X NIGO ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ประกอบด้วย เสื้อแจ็กเก็ต Track Top, กางเกงขายาว, เสื้อยืด และกางเกงขาสั้น ทั้งหมดถูกออกแบบมาภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกันคือ คู่สีม่วงอ่อนและเขียวสด สัญลักษณ์ดอกซากุระในกลีบรูปหัวใจอันเป็นเอกลักษณ์ของนิโกะ (NIGO) ดีเทลลายเซ็น OGIN รวมถึงการผลิตจากเส้นใยรีไซเคิล 100% เพื่อสานต่อพันธกิจของอาดิดาสในการลดขยะพลาสติกอีกด้วย

 

โดยจะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 1,300 บาท ที่ร้าน อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th และ LINE: @adidasthailand, ร้านอาริ ฟุตบอล, ซูเปอร์สปอร์ต, และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศ

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/adidasTH และอินสตาแกรม @adidasThailand และ @adidasfootball และแฮชแท็ก #adidasfootball #adidasThailand

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2565

เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ ฉลองความสำเร็จ!! กาแฟทรูสเลน (Truslen) รับรางวัล Superior Taste Awards 4 ปีซ้อน พร้อมจัดงาน Exclusive Dinner ชูจุดเด่นสุขภาพดี -หุ่นสวยปัง ตอกย้ำรางวัลความอร่อยระดับโลก!!

 


บริษัท เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ จำกัด (NBD HEALTHCARE CO.,LTD.) ภายใต้การบริหารของ นายสมศักดิ์ กวีไตรภพ  Chief Executive Officer , นายจีรวัฒน์ สิทธิ์สันต์กุล Chief Marketing Officer และ Mr.Thomas Paul Gerard Laroque  ผู้ผลิตและจำหน่าย “กาแฟทรูสเลน (Truslen)” ที่สุดของกาแฟสำหรับคนรักสุขภาพและรูปร่าง ด้วยมาตรฐานคุณภาพและรสชาติสุดพรีเมียมที่ครองใจผู้บริโภคยาวนานกว่า 10 ปี   โดย “กาแฟ ทรูสเลน” (Truslen) ได้รับรางวัล Superior Taste  Awards  2 สูตร ครั้งนี้จึงได้จัดงาน TRUSLEN WORLD-CLASS TASTE EXCLUSIVE NIGHT By Michelin Chef   ณ ร้านอาหารระดับ Michelin Guide ชื่อดัง  Saneh Jaan Cuisin  ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2565 เวลา 17.30 น. เพื่อตอกย้ำรางวัลความอร่อยระดับโลก

 

ในค่ำคืนสุดพิเศษได้รับเกียรติจากนางเอกสาวสวย คุณแอฟ - ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ และ คุณใบเฟิร์น - อัญชสา มงคลสมัย , คุณโยชิ - รินรดา ธุระพันธ์ มาร่วมเปิดประสบการณ์มื้อค่ำสุดเอกซ์คลูซีฟระดับ World-Class Taste by Michelin Chef กับกาแฟ Truslen  และ อาหารไทยระดับโลก  พร้อมด้วยเซเลปแขกผู้มีเกียรติ และตัวแทนจำหน่ายทั้งในไทยและต่างประเทศทั่วโลกมากกว่า 10 ประเทศ มาร่วมแสดงความยินดี  โดยมี คุณได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ พิธีกรชื่อดัง ทำหน้าที่เป็นพิธีกร

 

สำหรับ “กาแฟทรูสเลน” (Truslen) ได้รับรางวัลระดับโลก Superior Taste Awards ต่อเนื่องยาวนาน 4 ปีซ้อน พร้อมผ่านการรับรองจากสถาบัน iTQi ซึ่งเป็นสถาบันรับรองด้านรสชาติและคุณภาพอาหารจาก Chef & Sommelier จากสถาบันชื่อดังและจากร้านอาหารที่ติดดาวมิชลิน กว่า 200 คน ใน 20 ประเทศทั่วยุโรป 

 

ด้วยคุณภาพและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมาอย่างยาวนานทำให้ “กาแฟทรูสเลน” (Truslen) ประสบความสำเร็จและมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย  ทั้งห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำ เช่น 7-Eleven ,Big C ,Lotus ,CJ Express ฯลฯ เป็นต้น และนอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการขยายตลาดสู่ตลาดต่างประเทศ มากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และภายในปี 2566 “กาแฟทรูสเลน” (Truslen)  ตั้งเป้าขยายตลาดต่างประเทศให้ครอบคลุมกับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมคงคุณภาพให้ได้มาตรฐานและมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นผู้นำด้านกาแฟเพื่อการดูแลรูปร่างให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

ทั้งนี้ “กาแฟทรูสเลน” (Truslen) นอกจากได้รับรางวัล Superior Taste Awards 2 สูตร แล้ว ยังมีส่วนผสมที่ช่วยดูรูปร่างและเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพอีกด้วย

 

สูตรออริจินอล ทรูสเลน คอฟฟี่ พลัส  (Truslen Coffee Plus) เป็นกาแฟอาราบิก้า ผสม โรบัสต้า รสชาติเข้มข้นรางวัลการันตีความอร่อยระดับโลกจากประเทศเบลเยี่ยม Superior Taste Awards ต่อเนื่องยาวนาน 4 ปีซ้อน

สูตรทรูสเลน คอฟฟี่ พลัส คอลลาเจน (Truslen Coffee Plus Collagen)กาแฟรสชาติกลมกล่อมที่มอบสองคุณประโยชน์ทั้งเรื่องรูปร่างและผิวพรรณในซองเดียว พร้อมรางวัลการันตีความอร่อย Superior Taste Awards จำนวน 2 ดาว จากประเทศเบลเยี่ยม ปีล่าสุด

 

โดยทั้ง 2 สูตร มีส่วนผสมหลักคุณภาพหลากหลาย ที่ช่วยดูแลรูปร่างอันประกอบไปด้วย  แอล-คาร์นิทีน , ทอรีน ,โครเมียม พิโคลีเนต, แอล-กลูตามีน,แอล-อาร์จินีนและแอล-ไกลซีน ,ปราศจากไขมันทรานส์ และ ไม่มีน้ำตาล ให้ความหวานแทนน้ำตาลด้วย ซูคราโลส 0 แคลอรี่

 

และสำหรับสูตร คอลลาเจน มีส่วนผสมพิเศษ คือ ไฮโดรไลท์ ฟิช คอลลาเจน (600 mg)  คอลลาเจนจากปลาทะเล ผ่านกระบวนการพิเศษที่ทำให้มีขนาดโมเลกุลเล็ก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันที จึงช่วยบำรุงผิวพรรณได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

 

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...