วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564

#ศุกร์เฮเปย์คุ้ม! ที่เซ็นทรัล รีเทล กับแคมเปญ “Friday ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด” รับส่วนลดสูงสุดถึง 230 บาท ทุกวันศุกร์ถึงสิ้นปี 64 นี้

 


กรุงเทพฯ 30 กันยายน 2564 – ‘เซ็นทรัล รีเทล’ ร่วม มาสเตอร์การ์ด จัดแคมเปญส่งท้ายปี “ฟรายเดย์ ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด” (Friday ต้องเปย์ด้วยมาสเตอร์การ์ด) แจกส่วนลดเพิ่มไม่ยั้ง เพียงแลกคะแนนเดอะวัน 1 คะแนน หรือเก็บคูปองดอลฟิน วอลเล็ท เพื่อรับส่วนลดสูงสุด 230 บาท* ทุกวันศุกร์ยาวถึงสิ้นปี สำหรับใช้จ่ายซื้อสินค้าผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ด 1,000 บาทขึ้นไป ณ ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล, บริการ Chat & Shop และบริการ Call & Shop ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2564

ให้ทุกศุกร์ สุขยิ่งขึ้น เซ็นทรัล รีเทล เอาใจขาช้อป ด้วยการมอบสิทธิพิเศษตลอดทุกวันศุกร์ สมาชิกเดอะวัน (The 1) แลกคะแนนเพียง 1 คะแนน รับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 200 บาท ส่วนลูกค้าดอลฟิน วอลเล็ท (Dolfin Wallet) กดรับคูปองมูลค่า 230 บาท ได้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลด เมื่อช้อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป พร้อมจ่ายด้วยบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด หรือผูกการจ่ายกับบัตรมาสเตอร์การ์ดผ่านแอปพลิเคชัน ดอลฟิน วอลเล็ท ณ ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต เพาเวอร์บาย ซีเอ็มจี ไทวัสดุ บ้านแอนด์บียอนด์     ออโต้วัน บีทูเอส ออฟฟิศเมท ท็อปส์ มาร์เก็ต ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ เดลี่ และแฟมิลี่มาร์ท รวมถึงบริการ Chat & Shop และบริการ Call & Shop ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564

 

·         แลกคะแนน The 1 เพื่อรับคูปอง คลิก: https://go.the1.co.th/UohD/b47f7f9e

 

·         ใช้ Dolfin Wallet รับคูปอง คลิก: https://dolfin.onelink.me/T2xS/MasterCardFriday130

 

ไม่อยากพลาดความคุ้มค่า และสิทธิประโยชน์ดีๆ แบบนี้ รีบดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เดอะวัน (The 1) และดอลฟิน วอลเล็ท (Dolfin Wallet) ติดมือถือไว้เลย และสามารถดูรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/CentralRetail และเว็บไซต์ www.centralretail.com

เดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี เปิดตัวแนวคิดแบรนด์ใหม่ล่าสุด Real Magic™ เผยโฉมโลโก้แบรนด์ ‘โค้ก’ แบบใหม่ ผ่านรูปลักษณ์ “โอบกอด” พร้อมปล่อยแคมเปญ “One Coke Away From Each Other”

 

แอตแลนต้า 30 กันยายน 2564 เดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี เปิดตัวแนวคิดใหม่ของแบรนด์ภายใต้ชื่อ Real Magic™ เชิญชวนร่วมฉลองความมหัศจรรย์ของทุกเรื่องราวความรัก ความผูกพันที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกคน ตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ในการสร้างสายสัมพันธ์และส่งมอบความสดชื่นให้กับผู้คนทั่วโลก โดยแนวคิด  Real Magic™ นี้ เกิดจากการเรียนรู้สถานการณ์จริงในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาว่าพลังและความงดงามของสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์  และสามารถเปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นช่วงเวลาสุดแสนพิเศษ ช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ ไปด้วยกันได้ นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวยังตอกย้ำเรื่องราวของเจเนอเรชั่นใหม่ ที่สามารถส่งต่อความรู้สึก สื่อสารถึงกันได้ในโลกเสมือน สามารถอยู่ใกล้กันได้ แม้ในเวลาที่ต้องห่างไกลกัน

มร.มาโนโล อาร์โรโย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เดอะโคคา-โคล่า คัมปะนี กล่าวว่า โคคา-โคล่า เป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงเรื่องราวความแตกต่างสองด้านเข้าด้วยกัน ได้แก่ ความเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ เข้าถึงได้แต่น่าค้นหา จริงแต่มหัศจรรย์ ซึ่งแนวคิด Real Magic™ เองก็มีรากฐานมาจากความเชื่อเดียวกันที่ว่า ความแตกต่างเป็นสิ่งที่สร้างความพิเศษให้โลกของเรา ทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง มีโอกาสที่คาดไม่ถึง และช่วงเวลาที่สุดพิเศษ สอดคล้องกับเรื่องราวของแบรนด์ ที่ส่งมอบรสชาติแสนอร่อยสดชื่นอย่างมีเอกลักษณ์ เหนือคำบรรยาย และเต็มไปด้วยความรู้สึกสุดพิเศษในแบบโคคา-โคล่า โดยแนวคิด Real Magic™ นี้จะไม่เป็นเพียงแค่สโลแกนหรือแคมเปญที่จัดขึ้นครั้งเดียวแล้วจบไป แต่จะเป็นแนวคิดและความเชื่อของแบรนด์ในระยะยาว ที่จะใช้ในการสื่อสารและกิจกรรมการตลาดทั้งหมดในอนาคตอีกด้วย

Real Magic™ เป็นแนวคิดล่าสุดของแบรนด์โคคา-โคล่านับตั้งแต่ปี 2016 โดยจะเปิดตัวพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ที่มีการปรับดีไซน์ผสานมุมมองใหม่ของการใช้โลโก้โคคา-โคล่า ที่จะปรากฎอยู่ในทุกกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์  โดยมุมมองการใช้โลโก้แบบใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพจริงของบรรจุภัณฑ์โคคา-โคล่า ซึ่งจะเห็นว่าโลโก้ของแบรนด์โค้งไปตามรูปร่างของขวดและกระป๋อง เปรียบเสมือนสัญลักษณ์การ “โอบกอด” ที่สื่อถืงความสัมพันธ์สุดพิเศษของชีวิตคน

โคคา-โคล่ายังได้ร่วมมือกับศิลปิน ช่างภาพ และนักวาดภาพประกอบ ในการถ่ายทอดแนวคิด Real Magic™ ให้ออกมาเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษในชีวิตประจำวันของผู้คนในหลากหลายแง่มุม โดยมีพันธมิตรด้านการออกแบบชื่อดังอย่าง เอเจนซี่โฆษณา Wieden+Kennedy London KnownUnknown และ Kenyon Weston ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน

นอกจากโลโก้ใหม่แล้ว แบรนด์ยังได้เปิดตัวแคมเปญ “One Coke Away From Each Other” ที่เชื่อมโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกัน เฉลิมฉลองความมหัศจรรย์ของผู้คน ตอกย้ำความเชื่อที่ว่าการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นยิ่งใหญ่และสำคัญกว่าการแบ่งแยกผู้คนออกจากกัน โดยโคคา-โคล่าได้ร่วมงานกับเอเจนซี่โฆษณา BETC London ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง Daniel Wolfe และ Mathematic พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเกมและ CGI ปล่อยภาพยนตร์สั้นออนไลน์ชุดพิเศษที่มีโคคา-โคล่าเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เชื่อมจักรวาลที่กำลังแตกสลายเข้าด้วยกัน สร้างเป็นช่วงเวลา Real Magic™ ที่แท้จริง โดยภาพยนตร์สั้นดังกล่าวร่วมแสดงโดยดีเจชื่อดัง Alan Walker นักกีฬาบาสเก็ตบอล Aerial Powers จาก Team Liquid และเกมเมอร์ชื่อดัง Average Jonas

(รับชมวิดีโอได้ที่นี่: https://www.youtube.com/watch?v=_BqjFOXuCpU)

ภายใต้การเปิดตัวแนวคิด Real Magic™ และการปล่อยแคมเปญ One Coke Away From Each Other’ โคคา-โคล่าได้ร่วมมือกับบุคลากรชั้นนำจากหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นครีเอเตอร์ เกมเมอร์ แพลตฟอร์มออนไลน์ ไปจนถึงพันธมิตรด้านอื่น ๆ มากมาย โคคา-โคล่ารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่แนวคิดและแคมเปญใหม่นี้จะสร้างการมีส่วนร่วม ดึงดูดผู้บริโภคทุกคนให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เหนือความคาดหมาย ไม่เหมือนใครไปด้วยกัน มร.มาโนโล กล่าวสรุป

“อะเมซิง ไทยแลนด์ เอ็กซ์แพท กอล์ฟ ทัวร์นาเมนท์ ซีรีย์ส 2021” คึกคัก ต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมที่ภูเก็ตคับคั่ง

 


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกันจัดการแข่งขันรายการ อะเมซิง ไทยแลนด์ เอ็กซ์แพท กอล์ฟ ทัวร์นาเมนท์ ซีรีย์ส 2021 (Amazing Thailand Expat Golf Tournament Series 2021ครั้งที่ ขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ณ สนามลากูน่า กอล์ฟ คลับ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งกิจกรรมได้จัดขึ้นภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขของ ศบค. กระทรวงสาธาณสุข และจังหวัดภูเก็ต อย่างเคร่งครัด ในรูปแบบการแข่งขันกอล์ฟแบบนิวนอร์มอล ที่มุ่งเน้นการลดการรวมตัวของนักกอล์ฟแต่ยังคงไว้ซึ่งประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่สนุกสนาน ด้วยแบ่งการออกรอบเป็นสองช่วง คือช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยมีจำนวนนักกอล์ฟต่อช่วงไม่เกิน 50 คน รวมถึงนักกอล์ฟทุกท่านจะต้องได้การตรวจหาเชื้อโควิด–19 ก่อนการร่วมกิจกรรมกอล์ฟ

 

โดยการแข่งขันรายการดังกล่าว เกิดจากนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดชาวต่างชาติที่ทำงานและพำนักในประเทศไทย หรือเอ็กซ์แพท (EXPAT) ให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ และ ความมั่นใจ ว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยและพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึง การร่วมกระตุ้นกระแสเงินสดหมุนเวียนในอุตสาหกรรมทั้งนี้ มีกลุ่มเอ็กซ์แพทเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน  ซึ่งบรรยากาศแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสนาน และเป็นไปตามระเบียบและมาตรการด้านสาธารณสุขของ ศบค. และจังหวัดภูเก็ต อย่างเคร่งครัด ร่วมสร้างความคึกครื้นให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต  และสร้างการรับรู้ไปยังนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทย

ตอบทุกเรื่องบัตรเครดิต ใช้อย่างไร ให้ปลอดภัย คุ้มค่า

 


ยุคสังคมไร้เงินสดเช่นทุกวันนี้ บัตรเครดิต นับเป็นตัวเลือกที่สะดวก สำหรับคนที่อยากจะหลีกเลี่ยงการใช้เงินสด ลดการสัมผัส แต่จะใช้บัตรเครดิตอย่างไร จึงจะคุ้มค่า ปลอดภัย และใช้อย่างไรจึงจะเรียกว่าใช้ถูกวิธี วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ จากคุณอธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต-สมาคมธนาคารไทย

 

·      ควรเลือกบัตรแบบไหน?         

บัตรเครดิตที่ดีที่สุด คือบัตรที่ตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของเรามากสุด ดังนั้นควรเลือกบัตรที่มอบสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการในการใช้จ่ายของเรามากที่สุด เช่น สายกิน ก็ควรเลือกบัตรที่โดดเด่นในเรื่องโปรโมชั่นเกี่ยวกับร้านอาหารและ/หรือบริการส่งอาหาร เช่น มีส่วนลดหรือสิทธิพิเศษอื่นๆ  ส่วนสายช้อป ก็ควรเลือกบัตรที่มอบส่วนลด เครดิตเงินคืน แลกคะแนนสะสมพิเศษ หรืออื่นๆ ที่ร้านหรือห้างสรรพสินค้าที่ตัวเองชอบไปช้อป เป็นต้น

 

·      ควรมีวงเงินเท่าไร ขอวงเงินเพิ่มได้ไหม

ปกติผู้ให้บริการบัตรเครดิตมักพิจารณาอนุมัติวงเงินจากรายได้ของผู้สมัครเป็นหลัก ส่วนมากจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5 – 3 เท่าของรายได้ ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงเครดิตทางการเงินของผู้สมัครด้วย กรณีที่เป็นสมาชิกบัตรเครดิตนั้นๆ มานาน มีประวัติการชำระเงินที่ดีสม่ำเสมอ ทางสถาบันผู้ออกบัตรก็อาจพิจารณาเพิ่มวงเงินให้เป็นระยะๆ หรือหากผู้ถือบัตรอยากได้วงเงินเพิ่ม เมื่อมีรายได้สูงขึ้น ก็สามารถติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อขอปรับเพิ่มวงเงินได้ โดยอาจต้องยื่นเอกสารแสดงรายได้ประกอบเพิ่มเติม

 

·      เป็นฟรีแลนซ์ทำบัตรเครดิตได้ไหม

อันที่จริงผู้ให้บริการบัตรเครดิตทุกรายอยากได้ลูกค้าใหม่เสมอ แต่ในการพิจารณาอนุมัติ เนื่องจากบัตรเครดิตเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อไร้หลักประกัน จึงจำเป็นต้องควบคุมบริหารความเสี่ยงและพิจารณาจากเครดิตทางการเงิน เช่น เป็นพนักงานประจำที่มีรายได้รายเดือนที่มั่นคง ไม่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้ ก็จะมีโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติมากขึ้น สำหรับคนที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือเป็นเจ้าของกิจการ สามารถสมัครบัตรเครดิตได้เช่นกัน โดยต้องมีหลักฐานแสดงรายได้ประกอบ เช่น รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ว่ามีรายได้สม่ำเสมอ เป็นประจำทุกเดือน หรือหลักฐานใบจดทะเบียนบริษัทว่าเป็นเจ้าของกิจการที่มีรายได้ประจำหรือมีเงินฝากตามเกณฑ์ที่กำหนด หากผ่านเกณฑ์อนุมัติที่แต่ละสถาบันการเงินผู้ออกบัตรแต่ละแห่งกำหนดไว้ได้ ก็ย่อมได้รับการอนุมัติเช่นกัน

 

·      ควรจ่ายเต็มจำนวนหรือจ่ายขั้นต่ำ

บัตรเครดิตจะมีวันที่ที่สำคัญอยู่ 2 วันคือ วันสรุปยอดบัญชี คือวันที่จะสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เราใช้ไปในแต่ละเดือน  กับ วันครบกำหนดชำระเงิน คือ วันที่เราต้องจ่ายเงิน  หากอยากได้รับความสะดวกจากการใช้บัตรเครดิตโดยไม่ต้องกังวลกับดอกเบี้ย ก็ควรวางแผนทางการเงินให้ดี เมื่อถึงวันครบกำหนดชำระ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจ่ายค่าบัตรเครดิตเต็มจำนวนเพื่อจะได้ไม่ต้องแบกภาระเรื่องดอกเบี้ย แต่ในกรณีที่ไม่สามารถจ่ายเต็มจำนวนได้ก็ควรจ่ายให้มากสุดเพื่อให้ภาระเรื่องดอกเบี้ยน้อยที่สุด ไม่ว่าจะจ่ายเต็มจำนวนหรือไม่ ที่สำคัญสุด คือ ควรจ่ายตรงเวลาทุกครั้ง เพื่อคงไว้ซึ่งประวัติการชำระเงินที่ดี

 

·      ใช้บัตรอย่างไรให้คุ้มค่า

ผู้ถือบัตรทุกคนควรรู้ถึงสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตที่ตัวเองถืออยู่พร้อมทั้งศึกษาเงื่อนไขในการรับสิทธิประโยชน์ให้ดี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องส่วนลดในหมวดต่างๆ การให้และแลกคะแนนสะสม ค่าธรรมเนียมรายปี ดอกเบี้ย และอื่นๆ ซึ่งเกือบทุกบัตรจะมีเงื่อนไขในการรับสิทธิพิเศษเหล่านี้ อาทิต้องใช้ขั้นต่ำเท่าไรต่อปีจึงจะยกเว้นค่าธรรมเนียม หากเรารู้และเข้าใจข้อกำหนดเหล่านี้ เราจะสามารถวางแผนการใช้ได้เหมาะสม อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ โปรโมชั่นการใช้บัตร ซึ่งเกือบทุกบัตรในประเทศไทยนิยมจัดโปรโมชั่นพิเศษตลอดเวลา มีการมอบ ส่วนลด คะแนนสะสมพิเศษ คูณ 2, 3, 4 เครดิตเงินคืน และ/หรือ การผ่อนแบบ 0% อีกด้วย เพียงศึกษาข้อมูลดี ๆ คุณอาจจะได้ความคุ้มค่าจากการใช้บัตรอีกหลายต่อ

 

·      ใช้บัตรอย่างไรให้ปลอดภัย

ควรเก็บรักษาบัตรเครดิตให้ดี พร้อมตั้งรหัส PIN ที่ปลอดภัย เดาได้ยาก และไม่บอกรหัสกับใคร ไม่ควรบอกข้อมูลบัตรและข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตร วันหมดอายุ หมายเลข CVV หลังบัตร หมายเลขโทรศัพท์ วัน/เดือน/ปีเกิด ให้ผู้อื่นทราบ เพราะเป็นข้อมูลที่มิจฉาชีพอาจนำไปใช้ในทางทุจริตได้ สำหรับนักช้อปออนไลน์ ควรเลือกร้านค้าออนไลน์ แอป หรือเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ และใช้รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียวหรือ OTP ประกอบการทำรายการออนไลน์ทุกครั้ง ที่สำคัญ ควรเปิดการใช้งานข้อความแจ้งเตือนผ่าน SMS หรือผ่านโมบาย แอปพลิเคชันของสถาบันการเงิน ให้แจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตร และควรตรวจสอบรายการใช้จ่ายทุกครั้งเมื่อได้รับใบแจ้งยอดรายเดือน ว่าถูกต้องตามที่มีการใช้จริงหรือไม่ หากมีรายการใช้จ่ายที่น่าสงสัย ควรติดต่อสถาบันการเงินผู้ให้บริการทันที

·      ใช้บัตรอย่างไรให้ถูกวิธี

บัตรเครดิตก็เป็นเพียงเครื่องมือในการใช้จ่าย ไม่ต่างจากเงินสด หากเราไม่มีวินัยทางการเงิน ใช้จ่ายเกินตัว ไม่ว่าจะใช้เงินสดหรือบัตร สุดท้ายก็อาจมีปัญหาหนี้สินได้ไม่ต่างกัน การใช้บัตรเครดิต จึงควรคิดก่อนใช้ ใช้เมื่อจำเป็น และใช้ให้เหมาะสมกับรายได้ พูดง่าย ๆ ก็คือ อย่าใช้เงินในอนาคต การใช้บัตรเครดิตที่ถูกวิธี ควรใช้บัตรแบบคนที่มีวินัยทางการเงิน วางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสม เช่น วางแผนว่ารายได้ต่อเดือนของเรามีเท่าไร มีรายจ่ายประจำเท่าไร สามารถใช้จ่ายส่วนตัวได้อีกเท่าไร และตั้งงบประมาณต่อเดือนที่จะใช้บัตรเครดิตได้เอาไว้และใช้ตามงบที่ตั้งไว้ เช่น ไม่เกิน 20% ของรายได้ เป็นต้น ที่สำคัญ ควรชำระค่าบัตรเต็มจำนวน และตรงเวลาทุกครั้ง เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถได้รับประโยชน์จากความสะดวกในการใช้บัตร รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากบัตร เช่น ส่วนลด คะแนนสะสม เครดิตเงินคืน โดยไม่ต้องกังวลกับภาระจากดอกเบี้ยหรือหนี้สิน

 


กรุงศรีจัดสัมมนารวมนักวิเคราะห์ร่วมจับทิศทางตลาดการเงินพร้อมเกาะติดประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

 


กรุงเทพฯ (30 กันยายน 2564) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เสริมสร้างศักยภาพด้านธุรกิจแก่ลูกค้าด้วยงานสัมมนาออนไลน์ Krungsri Business Talk 2021: Catching Up with the Experts ที่จัดขึ้นเพื่อลูกค้าสถาบันการเงินของกรุงศรี  ภายในงาน นางบานช้อย พัฒนพงษ์ไพบูลย์ (ซ้าย) ผู้บริหารสายงานลูกค้าสถาบันการเงินและธุรกิจหลักทรัพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้กล่าวเปิดงาน โดยได้รับเกียรติจาก นายทวีสุข ธรรมศักดิ์ (ที่ 2 จากซ้าย) ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างประเทศ กลุ่มบริษัท ดีทีจีโอ เป็นวิทยากรพิเศษในหัวข้อทิศทางระบบการเงินโลกและระบบการเงินไทยกับการเปลี่ยนแปลงหลังวิกฤตโควิด-19 รวมทั้งแนวทางการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน ร่วมด้วยนางสาวรุ่ง สงวนเรือง (ที่ จากขวา) ผู้อำนวยการและผู้บริหารกลุ่มวิจัยและวิเคราะห์ตลาดเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มค่าเงินและทิศทางของตลาดการเงินจากการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยมีนางสาวมันตินี อัครเสริญ (ขวา) ผู้บริหารสายงานการตลาดลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับ 

สมาคมประกันวินาศภัยไทย บริจาคเงินจัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ให้กับประชาชนกลุ่มผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง

 


ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. รับมอบเงินจำนวน 500,000 บาท จาก นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 "ซิโนฟาร์ม" ให้กับประชาชนกลุ่มผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง ในโครงการความร่วมมือ “ประกันภัยรวมใจมอบวัคซีนต้านโควิดสู่ประชาชน” ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัย สำนักงาน คปภ.


วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564

BURNOUT SYNDROME อย่ารอให้หมดไฟ กระตุกต่อม ‘รักงาน’ ที่ Engagement อย่างเดียวไม่พอ ต้องเติมไฟด้วย Work Passion

 


เมื่อ วิกฤตโควิด-19’ คือ ตัวสร้างความผันผวนของห่วงโซ่ธุรกิจ พนักงานทุกคน ก็เสมือนตัวแปรสำคัญที่ทำให้ธุรกิจ ไปต่อ หรือ พอแค่นี้’ หลายองค์กรต้องรู้จักปรับตัว Upskill และ Reskill เพื่อยกระดับการทำงานผสานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เน้นให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสูด แต่บางครั้งแม้องค์กรส่วนใหญ่ดำเนินการด้วยกลยุทธ์และเครื่องมือใหม่ แต่กลับเกิดคำถามว่าทำไมประสิทธิภาพและประสิทธิผลจึงไม่เท่ากัน ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งเป้าไว้ สิ่งหนึ่งที่เราค้นพบ นั้นคือ บริษัทฯ เน้นการสร้าง Engagement ระหว่างองค์กรและพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงทำเพียงเท่านั้นยังไม่พอ บริษัทฯ ต้องรู้จักศาสตร์การบริหารแรงจูงใจพนักงานคือ Employee Work Passion

 

นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า ยิ่งสถานการณ์โควิด-19 ยาวนานขึ้น สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยก็ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา บริษัทฯ และพนักงานทุกคนอาจเกิดความเหนื่อยล้าจากการทำงานมากขึ้น จนเกิดภาวะช็อต หรือ ที่เราเรียกว่า ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome)’ ซึ่งหลักๆ เป็นผลพวงจากความเครียดสะสมในการทำงานทั้งออฟฟิศและที่บ้าน อย่างการทำงานที่หนักต่อเนื่องเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ มีทัศนคติเชิงลบต่อความสามารถในการทำงานของตนเอง หรือขาดความเชื่อมั่นในความสำเร็จ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนล่าสุดที่บริษัทฯ ต้องหันมาใส่ใจต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของพนักงานก่อนจะรุนแรงจนถึงขั้นหมดไฟในการทำงาน ซึ่งการสร้าง Engagement ระหว่างบริษัทฯ และพนักงานเป็นตัวช่วยหนึ่งที่เสริมสร้างความผูกพันในองค์กรได้ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่บริษัทฯ ต้องรู้ คือ การเข้ามามีส่วนร่วมของพนักงานแบบมีใจรักในการทำงาน (Employee Work Passion) ที่จะเสริมประสิทธิภาพของตัวพนักงานเองและสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กรแบบทวีคูณ

 

SEAC ได้ร่วมกับ The Ken Blanchard Companies สถาบันชั้นนำด้านการพัฒนาผู้นำและบุคลากรระดับโลกประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ครั้งนี้มาพร้อมงานวิจัยล่าสุด สำหรับผู้นำองค์กรและบริษัทฯ ในการบริหารพนักงาน กับ Employee Work Passion’ โดยได้อธิบายว่า ปัจจุบัน การมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงานที่มีต่องานและองค์กร (Employee Engagement) เพียงแค่ทำให้งานเสร็จลุล่วงนั้นไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับองค์กร แต่ยังต้องอาศัยการสร้างพนักงานในรูปแบบ Passionate Employee ที่ไม่ได้เพียงแค่ทำงานให้สำเร็จลุล่วงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรักในงานที่ทำ และ “ความตั้งใจ” (Intention) ในการทำงานให้ได้ผลลัพธ์สูงกว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อองค์กรและงานชิ้นนั้นให้ออกมาดีที่สุด และพร้อมที่จะเติบโตและผลักดันองค์กรให้ก้าวหน้าในฐานะฟันเฟืองหนึ่งขององค์กร

 

โดยจากการวิจัยจาก The Ken Blanchard Companies กับงานวิจัยเรื่อง Employee Work Passion Assessment (EWPA) เผยให้เห็นถึงองค์ประกอบและปัจจัยที่หลากหลาย ที่ช่วยให้องค์กรสามารถปลดล็อค Passion ของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ

  • ปัจจัยทางด้านองค์กร ที่ช่วยสร้าง Passion ให้กับพนักงานได้ ได้แก่ งานที่ได้รับการแบ่งอย่างเท่าเทียม สามารถประเมินผลงานได้ และได้รับการตอบแทนอย่างถูกต้องตามผลงาน และการเติบโตในหน้าที่การงานนั้นเปิดกว้างและได้รับการสนับสนุน
  • ปัจจัยทางด้านเนื้องาน ที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานเกิด Passion ได้แก่ เนื้องานที่มีความหมาย แปลกใหม่มีปริมาณที่เหมาะสม และได้รับการประเมินคุณภาพของงาน
  • ปัจจัยทางด้านความสัมพันธ์ ภายในองค์กรที่ส่งผลให้เกิด Passion กับพนักงาน ได้แก่ ความสัมพันธ์กับหัวหน้า หรือ กับเพื่อนร่วมงานที่อบอุ่น เปิดกว้างและให้การสนับสนุน การทำงานร่วมกันที่จริงใจต่อกัน การให้ฟีดแบ็กที่ตรงไปตรงมาและส่งเสริมกับการทำงานให้พัฒนาได้ดียิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ต้องเข้าใจถึงความต้องการของพนักงานมากขึ้น โดยมี หัวใจหลักที่พนักงานมองหาจากบริษัทฯ ระหว่างที่ยังคงสภาวะพนักงาน คือ Meaningful Work การรับรู้ภาพรวมขององค์กรและนำมาเปรียบเทียบกับงานที่ได้ปฏิบัติ ว่าผลงานที่ออกมานั้นมีความสำคัญ มีคุณค่า มีคุณประโยชน์ที่จะนำองค์กรไปสู่เป้าหมายหรือไม่ Autonomy ความอิสระในการทำงานหรือขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบ Collaboration การทำงานแบบร่วมแรงร่วมใจ เกิดการประสานงานในการทำงาน ทำให้สอดคล้องกันทั้งภายในกลุ่มและระหว่างทีมงาน เพื่อให้เป้าหมายหลักที่มีร่วมกันขององค์กรเสร็จสมบูรณ์ Fairness ความเป็นธรรมของบริษัทในด้านต่างๆ Recognition การยอมรับหรือยกย่องในผลงานและการกระทำของพนักงาน Career Growth การเติบโตในหน้าที่การงาน Connectedness to Colleagues การสร้างสัมพันธ์หรือความสนิทสนมกับพนักงานคนอื่นๆ และ Connectedness to Leader การสร้างสัมพันธ์หรือซื้อใจระหว่างเราและหัวหน้างานหรือผู้บริหารของบริษัทฯ และเมื่อบริษัทฯ เข้าใจความต้องการของพนักงานมากขึ้นย่อมส่งผลเชิงบวกให้กับสภาพจิตใจของพนักงานเป็นอย่างดี และส่งผลสอดคล้องเพื่อชะลอปัญหา ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome)’ ที่อาจเกิดขึ้นแถมช่วยสร้าง Passionate Employee อีกด้วย

 

SEAC เป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งเดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้นำและบุคลากรไทยทุกระดับ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันให้กับองค์กรไทย ด้วยหลักสูตรคุณภาพจากสถาบันชื่อดังระดับโลก และยังป็นเพียงองค์กรเดียวในประเทศไทย ที่ได้ลิขสิทธิ์นำหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำจาก The Ken Blanchard Companies เข้ามาสอนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้องค์กรรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เพื่อเติมเสถียรภาพทางธุรกิจให้มั่นคง สู่การพัฒนาศักยภาพของประเทศให้ก้าวไกลต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยื

 

เปิดประตูเพื่อปูทางสู่ความสำเร็จและขจัดปัญหา ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome)’ และสร้าง Passion ให้เกิดในตัวพนักงาน สู่การสร้างผลลัพธ์ของงานที่มีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://zfrmz.com/Sos4B7d4keWHSc5mPDNT หรือติดต่อ 081-890-4336 (คุณณัฐวุฒิ เทศผล)

 

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...