วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567

เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ โดย แดเนียล การ์เซียร์ กิล ดูแลด้านสถาปัตยกรรม IoT โซลูชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

 


อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น 7% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับการศึกษาจาก Healthcare Without Harm ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ 4.4% โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น 56% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก

องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที

สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้ นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน

Greenhouse Gas Protocol ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นิยามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขต (Scope) ด้วยกัน โดยอิงจากความเป็นเจ้าของและระดับของการควบคุมการปล่อยก๊าซ

สำหรับอุตสาหกรรมภาคการดูแลสุขภาพ สอดคล้องตาม Healthcare Without Harm การกระจายการปล่อยก๊าซคาร์บอนในขอบเขตความยั่งยืนทั้งหมดได้แก่

Scope 1 คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาไหม้ฟอสซิลโดยตรง (เช่นก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะตัวเอง) คิดเป็น 17% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ทั่วโลก

Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากแหล่งพลังงานที่ซื้อมา (ไฟฟ้า ระบบทำความร้อนและทำความเย็นส่วนกลาง ไอน้ำ และ ฯลฯ) คิดเป็นอีก 12% ขึ้นอยู่กับการสร้างไฟฟ้าจากกริ

Scope 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญที่สุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดอยู่ที่ 71% ซึ่งการปล่อยก๊าซใน Scope 3 ยังเป็นส่วนที่ติดตาม ตรวจสอบและกำจัดได้ยากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับ scope ย่อยต่างๆ เช่นการเดินทางเพื่อธุรกิจ การขนส่งพนักงานและผู้เยี่ยมชม รวมถึงการปล่อยก๊าซจากการลงทุน ซื้อหรือเช่าอุปกรณ์ต่างๆ

องค์กรภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมด กำลังพัฒนาและนำแผนงานมาใช้ในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดใน 3 scope ที่ว่า โดยกลยุทธ์เหล่านี้ประกอบด้วยการดำเนินงานโดยตรงในส่วนของกิจกรรมที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะสั้น ถึงระยะกลาง ตลอดจนระยะยาว เช่นการจัดการวงจรของสินทรัพย์ แผนการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และแผนจัดซื้อพลังงาน

บรรลุ “เน็ต ซีโร่” ด้วยการบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก

กลยุทธ์การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก ให้แนวทางในการรับมือกับความท้าทายในการบริหารจัดการพลังงาน และเป็นหัวใจหลักของเส้นทางสู่ความยั่งยืนในองค์กร การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก คือแนวทางที่ใช้นวัตกรรมสร้างความยั่งยืนโดยเน้นถึงความจำเป็นด้านการดำเนินการและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักด้วยกัน

การจัดซื้อและจัดหา ได้แก่องค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษี การพัฒนางบประมาณ และการคาดการณ์เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ โดยการดำเนินงานด้านเฮลธ์แคร์ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยมุ่งเน้นเพื่อให้บรรลุความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน

ประสิทธิภาพและการวิเคราะห์ ได้แก่การดำเนินงานหลักที่เกี่ยวกับการประเมินการใช้พลังงาน การวัดปริมาณและการวิเคราะห์พลังงาน การผสานรวมระบบควบคุมและระบบอัตโนมัติ รวมถึงการให้การรับรองด้านประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติมากขึ้นที่สถานพยาบาลทั่วไปต่างมองหาแนวทางเพื่อให้ได้รับการรับรองด้านประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น Green Star และ NABERS สำหรับโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล และ AI มาใช้ในการระบุเพื่อดูว่าการดำเนินงานส่วนใดที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ รวมถึงใช้ออกแบบกลยุทธ์ด้านระบบอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบโครงสร้างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ความยั่งยืน ยังรวมถึงกิจกรรมหลักอื่นๆ อย่าง การออกรายงานเกี่ยวกับคาร์บอน การใช้เทคโนโลยีสะอาด การติดตั้งแหล่งพลังงานหมุนเวียน แหล่งผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (DER) และการบริหารจัดการทรัพยากรจากแหล่งที่มาทั้งหมด เช่น พลังงาน น้ำ หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งองค์กรภาคการดูแลสุขภาพมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียน และแนวทางในด้านไมโครกริด เพื่อช่วยลดคาร์บอนและสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าในระบบโครงสร้าง โดยส่วนอื่นๆ ที่ต้องมุ่งเน้นคือการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทั้ง 3 scope เริ่มจากการวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยตรง ตามด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบด้านความยั่งยืนของซัพพลายเชนอย่างละเอียด

การบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก ไม่ใช่กระบวนการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดและต้องอาศัยความมีส่วนร่วมและการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง องค์กรด้านเฮลธ์แคร์สามารถส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนได้ด้วยการปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการพลังงานในองค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน

ในฐานะผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องการสร้างความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการช่วยให้องค์กรด้านการดูแลสุขภาพ บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วยแพลตฟอร์ม EcoStruxure™ และการบริการจาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร ทั้งการประสานงานและการให้บริการด้านคำปรึกษา ซึ่งสามารถออกแบบกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุกได้อย่างเหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาด้วยการลดการปล่อยคาร์บอนในองค์กรเฮลธ์แคร์ ครอบคลุมทั้ง ขอบเขตเพื่อความยั่งยืน

ผู้บริหารพาราไดซ์ พาร์ค ร่วมยินดี MK Restaurants โฉมใหม่พร้อมเปิดให้บริการแล้ว

 


นางสาวจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด (ที่ จากซ้าย)  ร่วมแสดงความยินดีแก่ นายปิตุภูมิ ช่วยทอง ผู้จัดการภาค บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด เนื่องในโอกาส  MK Restaurants ร้านสุกี้ชื่อดังปรับโฉมใหม่พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้  ณ บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เมื่อเร็ว ๆ นี้

นักวิ่งทั่วโลกกว่า 5,000 ชีวิต ร่วมพิชิตงานวิ่งเทรลระดับโลก Doi Inthanon Thailand by UTMB ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย พร้อมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20ปี UTMB

 


ประเทศไทย – [มกราคม 2567] – โฮก้า (HOKA) แบรนด์รองเท้าวิ่งและเสื้อผ้าชั้นนำ ร่วมกับนักกีฬาระดับแถวหน้าตัวแทนทีมโฮก้าประเทศไทย ทีมโฮก้าเอเชียแปซิฟิก และทีมโฮก้าโกลโบล ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันรายการวิ่งเทรลระดับโลก Doi Inthanon Thailand by UTMB ที่ถูกจัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 8 – 10 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นการแข่งขันระดับเมเจอร์งานเดียวในทวีปเอเชียของ UTMB ซีรีส์ (Ultra-Trail du Mont-Blanc ซึ่งมีต้นกำเนิดของการแข่งขันอัลตรามาราธอนบนภูเขา จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2546 ตามเส้นทางของ Tour du Mont Blanc และได้รับการยกย่องว่าเป็นอัลตร้ามาราธอนแบบเทรลที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก) โดยการแข่งขัน ณ จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ ยังเป็นสนามที่มอบประสบการณ์ความสนุกสนานท้าทายให้กับนักกีฬาจากทั่วโลกกว่า 5,000 คน ซึ่งสัดส่วนนักวิ่ง 36% จากนักวิ่งทั้งหมดทุกระยะรายการเป็นชาวไทย ในขณะที่อีก 64% เป็นนักวิ่งชาวต่างชาติ ทั้งชาวจีน มาเลเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น ประเทศแถบยุโรป และอเมริกา


การแข่งขันวิ่งเทรล Doi Inthanon Thailand by UTMB ครั้งนี้ได้ถูกจัดขึ้นผ่านทัศนียภาพที่สวยงามของอุทยานดอยอินทนนท์ ที่นักวิ่งเทรลจากทั่วโลกยังได้สัมผัสประสบการณ์ ที่นำเสนอสถานที่ต่างๆอันสวยงามของอุทยานในแต่ละระยะวิ่งที่ต่างกันออกไป ซึ่งได้นำเสนอภาพวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวภาคเหนือให้นักวิ่งได้ค้นหาและชื่นชมเมื่อวิ่งพาดผ่านสถานที่ต่างๆในระหว่างการแข่งขัน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบเชิงกีฬาอีกด้วย การแข่งขันนี้ประกอบไปด้วยระยะวิ่งต่างๆทั้งระยะสั้นระยะยาวในระดับอัลตร้าเทรลมาราธอน ตั้งแต่ระดับ TRANS-INT 160 ด้วยระยะ 175 กิโลเมตร กับความชันสะสม 10,028 เมตรที่ให้เวลาในการวิ่งในสนามทั้งหมดให้จบภายใน 50 ชั่วโมง และยังมีอัลตร้าเทรลระยะอื่นๆอีกที่พร้อมท้าทายประสบการณ์และทักษะของนักวิ่งในหลากหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็น Elephant 100 (ระยะทาง 95 กิโลเมตร ความชันสะสมมากกว่า 5,860 เมตร), Mhong 50 (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ความชันสะสมมากกว่า 2,870 เมตร ), Palace 20 (ระยะทาง 25 กิโลเมตร ความชันสะสมมากกว่า 1,290 เมตร) และ Rajapruek 10 (ระยะทาง 10 กิโลเมตร ความชันสะสมมากกว่า 290 เมตร) ที่วางแผนเส้นทางการเดินทางมาใหม่ทั้งหมดเพื่อมอบประสบการณ์การวิ่งและความท้าทายที่แตกต่างออกไปจากปีที่ผ่านมา


โดยการแข่งขันในวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา Ji Duo นักวิ่งอีลิททีมโฮก้าจากประเทศจีน สามารถคว้าแชมป์อันดับ ฝ่ายชายของรายการแข่งระยะ TRANS-INT 160 ด้วยสถิติในการทำเวลาไปทั้งสิ้น 23:58:49 ด้วยความเร็วในการวิ่ง 24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือที่นักวิ่งเรียกกันว่า Sub 24 โดยทิ้งระยะห่างจากอันดับที่ 2 กว่า 90 นาที ด้วยรองเท้ารุ่น HOKA Tecton X2 ซึ่งแชมป์เก่าสนามอย่าง Jiaju Zhao นักกีฬาอีลิท จากโฮก้าประเทศจีนในทีมเดียวกัน ได้ทำเวลาแชมป์ของรายการนี้ในคอร์สเส้นทางเก่าเอาไว้ 21:53:49 ในปีที่แล้ว Ji Duo จึงได้รับ Golden Ticket ทันทีในการไปแข่งขันเทรลรายการ Western States Endurance Run ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรายการแข่งวิ่งเทรลที่ท้าทายนักวิ่งเทรลระดับอีลิททั่วโลกและยังเป็นรายการที่จะได้รับคัดเลือกให้ไปร่วมการแข่งขันรายการยากอีกรายการหนึ่งของโลกอีกด้วย

ในขณะที่แชมป์อันดับ ฝ่ายชายของรายการในระยะ ELEPHANT 100 ได้ตกเป็นของ กวงฟู่ เหมิง ทีมโฮก้าจากประเทศจีนเช่นเดียวกัน ทำเวลาไปทั้งสิ้น 10:09:22 ด้วยความเร็ว 9.33 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยรองเท้ารุ่น HOKA Speedgoat 5 ซึ่งปีที่แล้วเขาได้มาแข่งในระยะ Pagoda 50 ทำเวลาไป 05:10:15 คว้าแชมป์อันดับ ฝ่ายชายของระยะ 50 กิโลเมตรไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งปีนี้เขาก็ยังคงได้แชมป์กับระยะใหม่ที่มากขึ้นอีกด้วย และยังมีนักกีฬาโฮก้าอีลีทจากประเทศฝรั่งเศส แพทริค โบฮาร์ด เข้าเส้นชัยมาในอันดับที่ 14 ทำเวลาไปทั้งสิ้น 12:06:22 และยังมีนักกีฬาโฮก้าตัวแทนจากประเทศไทย แพร พีรยา  เอมอิ่มธรรม เข้ามาเป็นอันดับที่ 29 ของกลุ่มด้วยเวลา  26:58:37

นอกจากนี้ นักกีฬาทีมโฮก้าจากประเทศเกาหลี พาร์ค ยัง ยังได้เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับ 1 ของรุ่นอายุ 45-49 ปีฝ่ายหญิง ทำเวลาไปทั้งสิ้น 06:44:09 ตามมาด้วย นักกีฬาทีมโฮก้า มาเลเซีย โมฮัมหมัด เอฟฟินดิ นูดิน เข้ามาเป็นอันดับที่ 5 ของกลุ่มอายุ ทำเวลาไปทั้งสิ้น 06:08:10 และคุณหมอลูกปลา ภัสสรา อิฐสถิตไพศาล นักกีฬาทีมโฮก้าจากประเทศไทย เข้ามาด้วยอันดับที่ 10 ของกลุ่มอายุ ด้วยเวลา 07:50:58 อีกทั้ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด สาขาประเทศมาเลเซีย ฮัน เม ในนามตัวแทนทีมโฮก้าประเทศมาเลเซีย เข้าเส้นชัยในระยะ RAJAPRUEK 10 มาด้วยอันดับที่ ของกลุ่มอายุ 45-49 ด้วยเวลา 01:14:27  

คุณพิทยา สาระภี, เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดด้านนักกีฬาของโฮก้า โดย บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด กล่าวว่า "ทีมนักกีฬาของโฮก้า ยังคงทำผลงานได้น่าประทับใจในการแข่งขันนี้ และยังคงสร้างความประหลาดใจให้กับกลุ่มนักวิ่งชาวไทยอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ทีมนักกีฬาโฮก้า ได้มาร่วมแข่งขันในปีที่แล้ว ปีนี้ทีมโฮก้าอีลิท ประเทศจีน ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาเป้าหมายที่จะคว้าแชมป์รายการในปี 2023 อีกเช่นเคย พวกเราทีมโฮก้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานระดับโลกครั้งนี้ เรารู้สึกภูมิใจกับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ และภูมิใจที่นักกีฬาโฮก้าสามารถส่งต่อความมุ่งมั่นให้กับนักวิ่งอื่นได้"

นักกีฬาโฮก้าทุกคน ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นนักวิ่งที่มีสถิติระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนตัวแทนของแบรนด์โฮก้าทั้งของแต่ละประเทศและของโลก ที่สะท้อนและบ่งบอกถึงคุณค่าและวัฒนธรรมของแบรนด์ รวมถึงความมุ่งมั่นต่อกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง และมีหมุดหมายที่จะบรรลุความสามารถเหนือขีดจำกัด พวกเขาเหล่านี้ ได้ใส่อุปกรณ์เสื้อผ้าและกีฬาจาก โฮก้า ที่ถูกออกแบบมาให้เอื้ออำนวยและสะดวกต่อสมรรถภาพทางร่างกาย ในระหว่างการแข่งขันและในทุกสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่นักกีฬาจะต้องเผชิญ

คุณเพ็ญพรรณี ฤทธิกาญจน์, ผู้จัดการฝ่ายการตลาดโฮก้า บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด กล่าวเสริมว่า "ในฐานะของแบรนด์ พวกเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่มีพวกเขาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักกีฬาอีลิทโฮก้า ที่เดินทางมาร่วมการแข่งขัน Doi Inthanon Thailand by UTMB ในปีนี้และยังสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์โฮก้า ในสายการวิ่งเทรลให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รวมไปถึงในประเทศไทยเองที่กีฬาวิ่งเทรลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี และแบรนด์โฮก้าเองสามารถพูดได้ว่า มีนักวิ่งใส่รองเท้าโฮก้าลงสนามแข่งเป็นอันดับ ในปีนี้ งานอีเวนท์ที่จัดขึ่นในปีนี้ จึงเป็นอีกขั้นความสำเร็จของแบรนด์โฮก้า ที่คอยสนับสนุนกีฬาวิ่งเทรลอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันระดับโลก นักกีฬาของพวกเราได้ฝึกฝนด้วยความอดทน ขยันขันแข็งและสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง และพวกเขากระหายที่จะเข้ามาร่วมในการแข่งขันอันท้าทายนี้ เพื่อให้เป็นที่จดจำในฐานะนักกีฬาของทีมโฮก้าอีกด้วย


แบรนด์โฮก้า ได้สนับสนุนนักกีฬาให้ดำเนินตามความมุ่งมั่นของแต่ละคนอย่างยอดเยี่ยมมาเสมอ และด้วยความร่วมมือกับการเป็นพันธมิตรระดับโลก กับ UTMB ในงาน Doi Inthanon Thailand by UTMB ทำให้เห็นข้อพิสูจน์ชัดเจนถึงพันธสัญญาเหล่านั้น แบรนด์โฮก้าเอง มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เป็นแรงผลักดันให้นักกีฬาก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเพื่อไปถึงจุดที่มุ่งหมายใหม่ๆที่สูงขึ้นกว่าเดิม และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นที่จะลองเสาะหาเป้าหมายใหม่ๆให้กับตัวเองในโลกของการวิ่งเทรลอีกด้วย การปรากฏตัวของนักกีฬาโฮก้าในงานนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้สูงขึ้น แต่ยังเป็นเหมือนพื้นที่จัดแสดงความสามารถในการทำหน้าที่ตัวแทนของแบรนด์โฮก้า ที่คอยเป็นผู้ให้แรงบันดาลใจแก่นักกีฬาในการไปถึงขีดความสามารถอันสูงสุดของตัวเอง


หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์โฮก้า (HOKA) และผลการแข่งขันของนักกีฬาโฮก้า ในรายการ  Doi Inthanon Thailand by UTMB สามารถเยี่ยมชมได้ที่ HOKA อินสตราแกรม @Hoka_TH หรือเพจ HOKA Thailand Facebook Page

วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567

UDON COUNTDOWN 2024

 


วันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในงาน “UDON COUNTDOWN 2024  ซึ่งจัดโดย  อภิชา วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ร่วมกับ วรวุฒิ คำป้อม ผู้ช่วยผู้จัดการภาค การขายออนเทรด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด มหาชน และ ภาสกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ  โฮเทล โมโค โดยมี ณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน สุริยัน โสรินทร์ และ บำเพ็ญพร สุริยกมล มาร่วมงาน  ณ  ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ จ.อุดรธานี เมื่อวันก่อน

พูเลท์ ชวนฟินส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปกับคอร์สอาหารสุดพิเศษ Festive Celebration ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดด้วยความอร่อยแบบจัดเต็ม

 


  รุงเทพฯ 2 มกราคม 2567 – พูเลท์ (Poulet) ร้านอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดเวสเทิร์นโมเดิร์นชื่อดัง พร้อมส่งมอบความสุขไปกับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยคอร์สเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดสุดพิเศษ “Festive Celebration” ที่เสิร์ฟความอร่อยผ่านเมนูยอดฮิต ไก่อบซิกเนเจอร์ ที่ยกขบวนมากับเหล่าเมนูของคาวและของหวานให้จับคู่เพิ่มเติมได้ตามสไตล์ ให้ทุกมื้อเต็มไปด้วยประสบการณ์แห่งความสุขสำหรับทุกคน มาร่วมฟินกับความอร่อยแบบจัดเต็มกันได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่15 มกราคม 2567 ที่ร้านพูเลท์ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาเมกา บางนา และสาขาเซ็นทรัล เวสต์วิลล์

สำหรับความพิเศษของคอร์สเมนู Festive Celebration คือการที่ลูกค้าสามารถดื่มด่ำไปกับความอร่อยในแบบที่เลือกได้ เริ่มต้นด้วย คอร์สแรกที่มาแบบอิ่มกำลังดีด้วย ไก่อบเฟสทีฟแบบครึ่งตัว เมนูซิกเนเจอร์เด็ดของพูเลท์ที่มีการผสมซอสหมักสูตรเข้มข้นเข้ากับตัวไก่ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง เป็นสูตรลับเฉพาะที่พูเลท์เท่านั้น ในราคาเพียง 320 บาท หรือจะเลือกรับเป็นแบบ 2 Course meal ที่มาพร้อมเมนูไก่อบเฟสทีฟแบบครึ่งตัว เสิร์ฟคู่เมนูซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศส รสเข้มข้นกลมกล่อมที่มาพร้อมขนมปังกรอบ ในราคาเซตละ 390 บาท (จากปกติ 470 บาท) นอกจากนี้ยังมีแบบฟูลคอร์ส ที่พร้อมมอบบรรยากาศสุดพิเศษอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเมนูไก่อบเฟสทีฟแบบครึ่งตัว ซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศส พร้อมเครื่องดื่มอย่างไวน์ 1 แก้ว ได้ในราคาเพียง 705 บาทต่อเซต (จากปกติ 820 บาท) ทั้งนี้ทุกคอร์สยังสามารถเพิ่มเมนูของหวาน ได้แก่เครปมิกซ์เบอร์รี่รวม แป้งเครปหอมนุ่ม ผสานรสชาติกับไอศกรีมมัทฉะเข้มข้นลูกโต ที่ตัดรสเปรี้ยวกับซอสสตรอว์เบอร์รีให้ความอร่อยได้อย่างลงตัวในทุกคำ ในราคาจานละ 190 บาท เท่านั้น

                ช่วงเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้ ใครที่เป็นสายคอมฟอร์ตฟู้ดสามารถสัมผัสความอร่อยกับคอร์ส Festive Celebration ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2567 ที่พูเลท์ ทั้ง 3 สาขา ประกอบด้วย สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาเมกา บางนา ชั้น 1 โซน Mega Foodwalk และพูเลท์บิสโตร ชั้น โซน Our door  ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ได้ทุกวันจันทร์ - อาทิตย์  ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ตลอดจนติดตามรายละเอียดข้อมูลข่าวสารและโปรโมชันพิเศษเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/Poulet-Thailand

สตาร์มาร์ค ร่วมเปิดตัว โรงแรมแกรนด์เซนเตอร์พอยต์ สุรวงศ์ โรงแรมระดับ 5 ดาว บนทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานคร

 


ณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ กรรมการผู้จัดการ นำทีมผู้บริหาร บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด เข้าร่วมแสดงความยินดี ในงานเปิดตัว โรงแรมแกรนด์เซนเตอร์พอยต์ สุรวงศ์ (Grande Centre Point Surawong Bangkok) โรงแรมระดับ 5 ดาว แลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ผสมผสานความสะดวกสบายและวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว บนทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานคร ภายใต้คอนเซ็ปต์ Immerse in Bangkok soul, where culture meets comfort”  ซึ่งได้รับเกียรติจากทีมผู้บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด(LHMH) สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ และเมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมแกรนด์เซนเตอร์พอยต์ สุรวงศ์ เมื่อเร็วๆ นี้

 

“แสนสิริ” มอบของขวัญปีใหม่ ส่งโปรฯ ‘ให้!’ คืนสูงสุด 3 ล้าน* ยกทัพ 85 โครงการพร้อมอยู่ วางเป้ายอดขาย กว่า 1 หมื่นล้านบาท

 


แสนสิริ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ประกาศรุก Q1 ตลาดอสังหาฯ ต้นปี 2567 ส่งโปรโมชันสุดยิ่งใหญ่ แสนสิริ ให้!’ จัดให้! คนอยากมีบ้าน-คอนโด-ทาวน์โฮม เปย์ฉ่ำๆ กับโปรโมชันสุดพิเศษขอบคุณลูกค้า ได้มีบ้านเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ คัดรวม 85 โครงการคุณภาพพร้อมเข้าอยู่ทั่วประเทศ ทุกทำเล รับดีมานด์ลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องได้มีบ้านง่ายยิ่งขึ้น แสนสิริ เปย์ให้ คืนสูงสุด 3 ล้านบาท* ส่วนลดสูงสุด 3แสนบาท* ที่บ้าน คอนโด ทาวน์โฮมพร้อมอยู่จากแสนสิริ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2567

 

ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ คิกออฟต้นปีด้วยการสร้างความคึกคักให้กับตลาดอสังหาฯ ในฐานะผู้นำวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ประสบความสำเร็จมาตลอดระยะเวลา 40 ปี รวมถึงขานรับมาตรการรัฐที่ประกาศต่ออายุลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน              3 ล้านบาท ซึ่งช่วยให้คนไทยมีบ้านได้ง่ายขึ้น ในปีนี้ เราจึงต้องการสร้างความสุขและรอยยิ้ม โดยมอบของขวัญพิเศษต้อนรับปีใหม่ให้คนไทยทุกคนได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ ในราคาที่คุ้มค่า กับโครงการพร้อมอยู่คุณภาพและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์จากแสนสิริทั้งบ้าน คอนโด และ        ทาวน์โฮม ครอบคลุมหลากหลายทำเลศักยภาพ และระดับราคา เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในแต่ละโซนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งเราคาดว่า แคมเปญนี้จะสร้างยอดขายได้กว่า 10,000 ล้านบาท และยังจะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเร่งเครื่องกระตุ้นตลาดภาคอสังหาฯ และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องในภาพรวมได้ช่วงต้นปี

 

 

 

 

ปีใหม่ มีบ้านใหม่ พบกับโครงการพร้อมอยู่จากแสนสิริ กว่า 85 โครงการทั่วประเทศ บ้าน และทาวน์โฮม 65 โครงการ และ คอนโดมิเนียม 20 โครงการ ครอบคลุมทุกโซน ทุกทำเลศักยภาพ

 

แสนสิริ เปย์ให้! บ้าน รับคืนสูงสุด 3 ล้านบาท* และ ทาวน์โฮม รับคืนสูงสุด 4 แสนบาท* อาทิ

·       สราญสิริ ราชพฤกษ์-345 บ้านเดี่ยว สไตล์ Modern Farmhouse ย่านราชพฤกษ์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ใกล้แจ้งวัฒนะ รับคืนสูงสุด 5 แสนบาท* ราคา 7.99 - 14 ล้านบาท*

·       อณาสิริ ศรีนครินทร์-แพรกษา บ้าน และทาวน์โฮม สะดวกทุกการเดินทางเชื่อมต่อเมืองรวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแพรกษา เพียง 3 กม. รับคืนสูงสุด

2 แสนบาท* เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

·       สิริ เพลส ลาดพร้าว 101 ทาวน์โฮม ใจกลางเมืองใกล้เลียบด่วน เดินทางสะดวก

รับคืนสูงสุด 3 แสนบาท* เริ่ม 3.99 ล้านบาท*

·       เศรษฐสิริ กรุงเทพ-ปทุมธานี 2 บ้านเดี่ยว 3 ที่จอดรถ ฟังก์ชันครบครัน พร้อมวิวสนามกอล์ฟ รับคืนสูงสุด 5 แสนบาท* ราคา 12-30 ล้านบาท*

 

แสนสิริ เปย์ให้! คอนโดฯพร้อมอยู่ ยูนิตสวย รับคืนสูงสุด 1 ล้านบาท* ส่วนลดสูงสุด 3แสนบาท* อาทิ

·       XT Phayathai ไลฟ์สไตล์คอนโด ใจกลางพญาไท 2 สถานี จาก BTS สยาม*

รับคืนสููงสุด 1 ล้านบาท* เริ่ม 4.99 ล้านบาท*

·       NIA By Sansiri ใกล้ทางด่วน และ BTS พระโขนง รับคืนสูงสุด 7 แสนบาท*

ฟรีส่วนกลาง 5 ปี* เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

·       THE LINE Vibe คอนโดใหม่ ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว ลดสูงสุดกว่า 3 แสนบาท*

เริ่ม 3.89 ล้านบาท*

 

นอกจากนี้ รับเซอร์ไพรส์พิเศษ แสนสิริ ให้! แล้ว ให้! เพิ่มอีก รับโปรพิเศษจาก Lazada กับ

5 โครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ รับเพิ่มทันที ส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้า 20% สูงสุด 3,000 บาท* เมื่อซื้อสินค้าขั้นตํ่า 5,000 บาทขึ้นไป* ได้แก่

·       dcondo Panaa รับคืนสูงสุด 300,000 บาท* ฟรีเฟอร์ และส่วนกลาง 1 ปี*

เริ่ม 1.79 ล้านบาท*

·       THE MUVE Bangna รับคืนสูงสุด 300,000 บาท* ฟรีค่าโอน และส่วนกลาง

1 ปี* เริ่ม 1.69 ล้านบาท

·       HAY HUA HIN ลดสูงสุด 40,000 บาท* ฟรีเฟอร์ และส่วนกลาง 1 ปี*

เริ่ม 1.49 ล้านบาท*

·       NIA By Sansiri ใกล้ทางด่วน และ BTS พระโขนง รับคืนสูงสุด 7 แสนบาท*

ฟรีส่วนกลาง 5 ปี* เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

·       XT Phayathai รับคืนสูงสุด 1 ล้านบาท* ฟรีค่าโอน และส่วนกลาง 1 ปี* เริ่ม 4.99 ล้านบาท*

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโปรโมชั่นแคมเปญ “แสนสิริ ให้!” ได้ที่:

https://siri.ly/EiSVzeC  

 

หมายเหตุ : *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

#ให้! #Sansiri #YouAreMadeForLife #แสนสิริแบรนด์อันดับหนึ่ง

#แสนสิริผู้นำคอนโด #แสนสิริผู้นำบ้านเดี่ยว


ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...