วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566

เอชพีผู้นำด้านการทำงานแบบไฮบริดด้วย Future-Ready Portfolio

 


การทำงานร่วมกันที่เปี่ยมไปด้วยพลังและสร้างสรรค์ผลงานได้มากมายจากพีซีเพื่องานธุรกิจ เวิร์กสเตชัน อุปกรณ์ต่อพ่วงและการบริการที่มอบประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ที่เยี่ยมยอดได้จากทุกที่

 

ประเด็นไฮไลต์สำคัญ

·      พนักงานทั่วไป (89%) ไม่เต็มใจที่จะกลับไปทำงานเนื่องจากที่ออฟฟิศมีเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม หรือไม่สะดวกต่อการทำงาน[i]

·      เพิ่มประสิทธิภาพด้วยฟีเจอร์ HP Presence เพื่อเป็นการอัพเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นต่อไปทั้งหมดตั้งแต่ในตระกูล HP EliteBook, ProBook และ ZBook

·      ก้าวข้ามขีดจำกัดการใช้งานที่หนักหน่วงด้วยประสิทธิภาพ การจัดการงาน และการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์รุ่น Z ของเอชพี

·      ยกระดับประสบการณ์การประชุมด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ จากเอชพี และ Poly ที่สามารถปรับแต่งสถานที่ทำงานทั้งในและนอกออฟฟิศให้ได้ดีและสะดวกที่สุด

 

กรุงเทพฯ 3 เมษายน 2566 – จากงาน Amplify™ Partner Conference, เอชพี อิงค์ (NYSE: HPQ) ได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์และระบบโซลูชันแบบใหม่เพื่อก้าวไปสู่ยุคต่อไปของการทำงานในรูปแบบไฮบริดสำหรับทุกคน ด้วยชุดระบบโซลูชันที่ครอบคลุมซึ่งสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานแบบไฮบริด

 

จากข้อมูลมีพนักงานเพียง (22%) ที่กล่าวว่า 'ประสบความสำเร็จ' ได้จากการทำงานรูปแบบไฮบริด[ii] จึงเห็นได้ชัดว่าบริษัทต่างๆ ยังคงหาแนวทางในการทำงานรูปแบบไฮบริด “บริษัทส่วนใหญ่ต้องการก้าวผ่าน 'การบังคับทำงาน' ไปสู่ยุคที่มีการทำงานรูปแบบไฮบริด” Alex Cho ประธานกลุ่มธุรกิจ Personal Systems ของ เอชพี อิงค์กล่าวว่า “ปัญหาคือพวกเขาไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร เราเชื่อว่าอนาคตความยืดหยุ่นในรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดสามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดในการทำงานที่บ้านและที่ทำงานให้กับพนักงานจากทั่วทุกแห่ง”

 

จากการศึกษาเรื่อง Future of Work ของเอชพี พนักงานจำนวน (80%) ต้องการทำงานในออฟฟิศเป็นบางครั้ง[iii] แต่หลายบริษัทยังคงประสบปัญหาในการให้พนักงานกลับเข้าทำงานในออฟฟิศ จากการวิจัยของเอชพีชี้ให้เห็นว่าอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการกลับไปทำงานที่ออฟฟิศคือการใช้เทคโนโลยีที่ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการทำงานอันที่จริงแล้ว (89%) กล่าวว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการผลักดันให้ตัดสินใจกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ1 ในทำนองเดียวกัน ในบรรดาผู้ที่รายงานว่าประสบความสำเร็จจากการทำงานรูปแบบไฮบริดนั้น พบว่ามี (90%) เชื่อว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือที่เหมาะสมจะทำให้ได้รับประสบการณ์การทำงานที่ดี[iv] เพื่อส่งเสริมให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ การมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการจัดตั้งสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดซึ่งจะช่วยให้บริษัทและพนักงานประสบความสำเร็จได้มากดียิ่งขึ้น

 

“การทำงานแบบไฮบริดต่างจากการทำงานทางไกล การทำงานแบบไฮบริดที่แท้จริงคือการสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการเชื่อมต่อถึงกัน และสร้างสรรค์ผลงานทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น ซึ่งเทคโนโลยีคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด” Guayente Sanmartin หัวหน้าฝ่าย Commercial Systems and Displays Solutions เอชพี อิงค์ กล่าวว่า “เอชพีเป็นบริษัทเดียวที่สามารถทำให้เกิดการทำงานแบบไฮบริดได้อย่างแท้จริงในทุกที่ ทั้งบ้าน ออฟฟิศ และในพื้นที่อื่น ๆ  อีกทั้งเรากำลังพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยให้ทีมสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ตลอดเวลา เพื่อสร้างสรรค์ผลงานได้มากขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย”

 

ยกระดับประสบการณ์การทำงานร่วมกันในยุคการทำงานแบบไฮบริดด้วยฟีเจอร์ HP Presence

ตั้งแต่ปี 2564 ฟีเจอร์ HP Presence[v]  ได้ยกระดับประสบการณ์การประชุมทางวิดีโอเพื่อการทำงานร่วมกันที่ใกล้ชิดมากขึ้นและขับเคลื่อนประสบการณ์การใช้งานแบบไฮบริด ไม่ว่าจะทำงานที่บ้านหรือในออฟฟิศ ฟีเจอร์ HP Presence จะถูกติดตั้งในโน้ตบุ๊กสำนักงาน สำหรับองค์กร ของเอชพีทุกรุ่น[vi] ตั้งแต่ ProBook และ Dragonfly series ไปจนถึง กลุ่มผลิตภัณฑ์โมบายเวิร์กสเตชัน HP Z สิ่งนี้ทำให้บริษัทต่างๆ มีระบบโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานให้ราบรื่นและสอดคล้องร่วมกัน ในด้านวัฒนธรรมในการทำงาน นวัตกรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้ประสบการณ์การทำงานทั้งในหรือนอกออฟฟิศเป็นไปอย่างราบรื่นตอบสนองการทำงานและเติมเต็มประสบการณ์ทำงานทั้งในหรือนอกออฟฟิศอย่างไร้รอยต่อ ด้วยนวัตกรรมอย่าง ฟีเจอร์ Multi-Camera Experience ที่รองรับการใช้งานด้วยการจับภาพด้วยกล้องหลายตัวขณะเคลื่อนไหว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแสดงใบหน้าในการประชุมงานที่มีการเคลื่อนไหวหลากหลายในเวลาเดียวกัน เช่น ทั้งขณะประชุมผ่านกล้องและเขียนกระดานไวท์บอร์ดไปพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกันและระบบ Auto Camera Select ระบบการติดตามใบหน้าอัจฉริยะที่ยกประสบการณ์การประชุมอย่างเหนือชั้น


การทำงานที่บ้าน ออฟฟิศ สถานที่สำหรับประชุม และระหว่างการเดินทางได้อย่างราบรื่น

อุปกรณ์ HP EliteBook และ ProBook ในรุ่นถัดไปมาพร้อมสำหรับการทำงานร่วมกันระดับพรีเมียมด้วยฟีเจอร์ HP Presence ขณะที่ผู้ใช้งานก็สามารถย้ายการทำงานจากบ้านไปออฟฟิศหรือไปยังห้องประชุมได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ก็ได้รับการออกแบบมาสำหรับเพื่อตอบโจทย์ความยืดหยุ่นในการทำงานรูปแบบไฮบริด

·      HP EliteBook 800 และ 805 G10 Series: นำเสนอการทำงานด้านธุรกิจร่วมกันที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก[vii] ทำให้สามารถประชุมด้วยระบบเสมือนจริงและโต้ตอบได้ด้วยเทคโนโลยี HP Presence ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13[viii] หรือระบบปฏิบัติการ AMD Ryzen™ ในเจนเนอเรชั่นถัดไป[ix] และหน่วยความจำสูงสุด 64GB LPDDR5[x] โดยคอมพิวเตอร์ในรุ่นนี้มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการบริหารจัดการในองค์กรขนาดใหญ่

·      HP EliteBook 600 และ 605 G10 Series: ได้ติดตั้งเทคโนโลยีล่าสุดให้กับพนักงานในราคาที่คุ้มค่า การออกแบบระดับพรีเมียม ประสบการณ์การทำงานร่วมกัน การจัดการ และการรักษาความปลอดภัยจะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ยินและมองเห็นไม่ว่าจะอยู่ในออฟฟิศหรือจากระยะไกล คอมพิวเตอร์รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 138 หรือ AMD Ryzen™ เจเนอเรชั่นถัดไป9 กลุ่มผลิตภัณฑ์รุ่น HP EliteBook 600 Series จะมี USB Type A (USB 3.2 Gen 1) สองพอร์ต, Thunderbolt™ 4 หนึ่งพอร์ต พร้อมกับ USB4 Type-C พอร์ต ® และพอร์ตมัลติฟังก์ชัน USB Type-C® หนึ่งพอร์ต เพื่อง่ายต่อการใช้งาน ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์รุ่น HP EliteBook 605 Series มาพร้อมกับ USB Type A (USB 3.2 Gen 1) สามพอร์ต และพอร์ต USB Type-C® แบบมัลติฟังก์ชันหนึ่งพอร์ต

·      HP ProBook 400 และ 405 G10 Series: ช่วยให้เจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และพนักงาน เติบโตได้จากระบบการทำงานรูปแบบไฮบริด พร้อมได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบการลงทุนด้านไอทีด้วยเครื่องมือการทำงานร่วมกันที่มีอยู่ในตัวเครื่องเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิต มีระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้น และแชสซี (chassis) ที่ทนทานและสามารถซ่อมบำรุงได้ สำหรับโน้ตบุ๊กมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพการผลิตด้านธุรกิจที่กำลังเติบโตด้วยระบบปฏิบัติการ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 138 หรือระบบปฏิบัติการ AMD Ryzen™ เจนเนอเรชั่นถัดไป9

 

การออกแบบที่มีประสิทธิภาพสูงต่อความยืดหยุ่นในการทำงานแบบไฮบริด

เอชพีได้ตอกย้ำนวัตกรรมโดยเน้นไปที่เทคโนโลยีและระบบโซลูชันที่ไม่เพียงแต่จะให้ประสิทธิภาพสูงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถจัดการกับปัญหาใหม่ ๆ ด้วยระบบการทำงานแบบไฮบริดเมื่อทำงานร่วมกันในโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่มีขั้นตอนการทำงาน และการปฏิบัติงานในรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อน ตั้งแต่ปี 2562 ได้มีบริษัท (71%) ได้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องเวิร์กสเตชันให้กับพนักงาน โดยเป็นเครื่องที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขภายในเครื่อง และสามารถเข้าถึงเครื่องได้จากระยะทางไกล[xi] ผลิตภัณฑ์รุ่น Z by HP มาพร้อมกับฟีเจอร์ HP Presence ที่มีเครื่องมือการทำงานร่วมกันและระบบโซลูชันการประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในปัจจุบัน

 

ZBook G10 กลุ่มผลิตภัณฑ์โมบายเวิร์กสเตชันล่าสุด ได้แก่ ZBook Firefly, ZBook Power, ZBook Studio, ZBook Fury —มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแบตเตอรี่มีอายุที่ยาวนาน และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

·      ZBook Firefly G10 และ ZBook Power G10: เวิร์กสเตชันสองรุ่นใหม่ที่ผสานประสิทธิภาพในระดับมืออาชีพเข้ากับความคล่องตัว ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยชิ้นส่วนประกอบในระดับ pro-grade  มีการปรับปรุงคุณสมบัติการทำงานร่วมกัน และการแสดงผลสีหน้าจอที่แม่นยำ และองค์ประกอบทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการทำโปรเจกต์ได้จากทุก ๆ ที่ อีกทั้งยังมีตัวเลือกต่าง ๆ ในการตั้งค่าด้วยขุมพลังจากสถาปัตยกรรม Intel® vPro® แบบใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยระบบปฏิบัติการ Intel Core™ เจนเนอเรชั่น 139 [xii] และระบบปฏิบัติการ AMD Ryzen™ PRO เจนเนอเรชั่นถัดไป สำหรับรุ่นพกพา (mobile) และ GPU NVIDIA RTX™ Ada Generation สำหรับแล็ปท็อป[xiii] หรือการ์ดจอ integrated AMD Radeon™ ด้วยประสิทธิภาพเหล่านี้สามารถช่วยลดการทำงานที่เชื่องช้าในระหว่างขั้นตอนการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มผลิตภาพการผลิตไปด้วย ZBook Firefly และ ZBook Power จะเป็นรุ่นแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ZBook ที่นำเสนอระบบปฏิบัติการ AMD Ryzen™ และ Ryzen™ PRO สำหรับใช้ในรุ่นพกพา (mobile)

·      ZBook Studio G10: ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานหรือกระแสงานด้วยระบบปฏิบัติการ Intel® Core™ i98, NVIDIA RTX™ 5000 Ada Generation Laptop GPU หรือ GeForce RTX™ GPU13, และ 64 GB RAM[xiv] ตั้งแต่การออกแบบ 3 มิติไปจนถึงข้อมูลวิทยาศาสตร์และการประมวลผลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ได้ติดตั้งระบบ ZBook Studio ที่อัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพในระดับมืออาชีพ มีความทันสมัยซึ่งออกแบบมาสำหรับการสร้างโมเดลที่มีความซับซ้อน สามารถเรนเดอร์หรือสร้างภาพกราฟฟิกตามเวลาจริงหรือสามารถสรุปและแสดงข้อมูลออกมาให้อยู่ในรูปของแผนภาพได้

·      ZBook Fury G10: สามารถจัดการกับขั้นตอนการปฏิบัติงานหรือกระแสงานที่ซับซ้อนได้จากทุกที่ด้วยระบบปฏิบัติการ desktop class Intel Core HX8  นอกจากนี้ใน ZBook Fury รุ่นใหม่นี้ ยังได้ใส่ NVIDIA RTX™ 5000 Ada Generation Laptop GPU13 เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำการเรนเดอร์โมเดล 3 มิติ ใช้งานระบบจำลอง วิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ หรือใช้งานโปรแกรมการเรียนรู้แบบจำลอง (Training machine learning models) ไปพร้อมๆกัน


นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์รุ่น Z by HP Performance Desktops ที่ประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นเครื่องเวิร์กสเตชันในรูปแบบ Single-Socket ที่ทรงพลังที่สุดในโลกที่มาพร้อมกับ GPU 4 ตัว[xv] สามารถช่วยประมวลผลขั้นตอนปฏิบัติงานที่ซับซ้อนและข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ผลิตภัณฑ์ Z by HP  รุ่นเดสก์ท็อปเวิร์กสเตชันที่สร้างขึ้นตามวัตถุประสงค์ ประกอบไปด้วยระบบปฏิบัติการ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นใหม่8 และ GPU NVIDIA RTX™ รุ่นล่าสุด เดสก์ท็อปเวิร์กสเตชันเหล่านี้มีไว้สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการขุมพลังและประสิทธิภาพในการประมวลผลกระแสข้อมูลจำนวนมาก แต่ยังคงมีความคล่องตัวเมื่อมีการเข้าถึงเครื่องจากระยะไกล Z2 Mini G9, Z2 SFF G9, Z2 Tower G9 และ Z1 Tower G9 ได้ถูกสร้างขึ้นสำหรับนักออกแบบ วิศวกร และนักเรียนที่ต้องทำงานในหลาย ๆ แอปพลิเคชันพร้อมกัน นอกจากนี้ในรุ่น Z2 Mini G9, Z2 SFF G9 และ Z2 Tower G9 ยังรองรับฟีเจอร์ 
HP Anyware Remote System Controller[xvi] อีกด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงการจัดการจากระยะไกลที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก[xvii] อุปกรณ์นี้สร้างขึ้นสำหรับเทคโนโลยี Out-of-Band Management ทำให้แผนกไอทีสามารถตรวจสอบและจัดการเวิร์กสเตชันทุกเครื่องได้จากทุกที่ และผลิตภัณฑ์เดสก์ท็อปเริ่มต้นของ Z by HP ยังคงนำเสนอประสิทธิภาพและความสามารถในวงกว้างเพื่อช่วยให้ผู้ใช้อยู่ในโซนสร้างสรรค์ได้ตลอดเวลา

 

เปิดประสบการณ์การมองเห็นและได้ยินอย่างมีประสิทธิภาพในทุกพื้นที่ทำงาน

การทำงานแบบไฮบริดไม่ใช่แค่การทำงานจากระยะไกล แต่ยังเกี่ยวกับการมอบประสบการณ์ที่ทำงานได้อย่างราบรื่นทั้งสำหรับผู้ที่อยู่ในห้องและสำหรับผู้ที่เข้าร่วมจากนอกห้อง ขณะนี้เอชพีและ Poly กำลังส่งมอบชุดอุปกรณ์การประชุมผ่านวิดีโอเชิงธุรกิจที่ครอบคลุมที่สุดในโลกสำหรับการทำงานแบบไฮบริด[xviii]

การอัปเดตซอฟต์แวร์ Poly ล่าสุด Poly Video OS 4.0 ให้ประสบการณ์ที่ไร้ที่ติ อาทิ โหมด multi-camera ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถเก็บเสียงจากลำโพงหลายตัวไว้ในเฟรมเพื่อประสบการณ์การทำงานร่วมกันทางไกลที่น่าสนใจมากขึ้น Poly Video OS 4.0 พร้อมใช้งานแล้วในแถบวิดีโอ Poly Studio X Series และระบบการประชุมผ่านวิดีโอแบบโมดูลาร์ Poly G7500 Poly Studio X70 เป็นแถบวิดีโอตัวแรกและตัวเดียวสำหรับห้องขนาดใหญ่ที่ได้มีการรับรองสำหรับ Microsoft Teams พร้อมกับ Poly G7500 นอกจากนี้ แถบวิดีโอที่ใช้แอนดรอยด์ ของ Poly Studio X มีให้ใช้งานและได้รับการรับรองสำหรับการใช้ Google Meet

 

ไม่ว่าคุณจะโทรสายส่วนตัว ประชุม หรือฟังรายการเพลงโปรดของคุณ ชุดหูฟังเอียร์บัดไร้สาย Poly Voyager Free 60 Series ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้จะมอบประสบการณ์ระดับมือโปรที่เหนือชั้น ทางเอชพีขอแนะนำรุ่นระดับเริ่มต้น Poly Voyager Free 60 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับอุปกรณ์พกพาและมาพร้อมกับเคสชาร์จมาตรฐาน โดยซีรีส์นี้ประกอบด้วยสามเวอร์ชัน ได้แก่ Poly Voyager Free 60, Poly Voyager Free 60 UC และ Poly Voyager 60+ UC เวอร์ชัน Poly Voyager Free 60 UC และ 60+ UC ได้มีการรับรองสำหรับ Microsoft Teams และ Zoom ทุกรุ่นเหมาะกับแอปพลิเคชันการประชุมชั้นนำ

 

HP 920/925 Ergonomic Vertical Mouse ผู้ใช้เมาส์เกือบ (70%) ประสบปัญหาปวดบริเวณข้อมือ[xix] ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะช่วยให้มือของคุณอยู่ในตำแหน่งตั้งตรงตามธรรมชาติซึ่งจะทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น HP 920/925 เป็นเมาส์ไร้สายที่อเนกประสงค์มากที่สุดในโลก มีที่พักข้อมือแบบถอดได้เพื่อให้ใช้งานได้ทุกที่ อีกทั้งผู้ใช้จะไม่รู้สึกผิดกับสิ่งแวดล้อมด้วยวัสดุรีไซเคิลและบรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก[xx] เมื่อคุณต้องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บนท้องถนนอย่างสะดวกและราบรื่นเสมือนใช้งานอยู่ที่บ้าน ลองเปิดใจให้กับ HP 4K USB-C Multiport Hub ด้วยการออกแบบที่กะทัดรัดเป็นพิเศษ ฮับหลายพอร์ตที่มีพอร์ต USB-C®[xxi] อเนกประสงค์ถึง 4 พอร์ต พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการหลายระบบ – พอร์ต 65W สำหรับจ่ายไฟให้กับแล็ปท็อป สองพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อและชาร์จอุปกรณ์เสริม และอีกพอร์ตหนึ่งสำหรับชาร์จหรือเชื่อมต่อกับจอแสดงผล 4K พร้อมฟังก์ชั่นครบครัน

 

และ DECT™[xxii] ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการสื่อสารเคลื่อนที่ที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับการธุรกิจค้าปลีกและช่องทางตลาดแนวใหม่[xxiii] โทรศัพท์ IP DECT™ แบบไร้สาย Poly Rove 20 จะมอบอิสระในการเคลื่อนย้ายและความยืดหยุ่นในการปรับขนาดตามการเติบโตของบริษัท Poly Rove 20 สร้างขึ้นสำหรับพนักงานในสถานที่ปฏิบัติงาน เป็นเครื่องโทรศัพท์ DECT เซลล์เดียวแบบเริ่มต้น พร้อมการสื่อสารที่เสถียร ปลอดภัย และสัญญาณที่ครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง มาพร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 35 ชั่วโมง และสามารถจับคู่กับฐาน Poly B1 ได้อย่างง่ายดายเพื่อรองรับการโทรพร้อมกันและการขยายช่วงเสียง โทรศัพท์มือถือ Rove 20 เข้ากันได้กับโทรศัพท์ IP ของ Rove ทุกรุ่น โดยใช้มาตรฐานล่าสุดในการรักษาความปลอดภัยแบบไร้สาย DECT™ เพื่อให้คุณสามารถสื่อสารได้อย่างอิสระ

การขยายขอบเขตสำหรับการจัดการควบคุมพีซีในระยะไกล

การทำงานแบบไฮบริดนั้นทำให้การจัดการพีซีในระยะไกลมีความซับซ้อนมากขึ้นและยังมีความจำเป็นเพิ่มยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายนี้เอชพีจึงได้ทำการเปิดตัว HP Wolf Connect ซึ่งเป็นแนวคิดที่ช่วยแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อการจัดการด้านไอทีที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ[xxiv]กับพีซีในระยะไกล ทำให้ฝ่ายไอทีขององค์กรสามารถจัดการอุปกรณ์ได้แม้ในขณะที่ปิดเครื่องหรืออยู่ในโหมดออฟไลน์  โดยการใช้เครือข่ายเซลลูล่าร์ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพของ HP Wolf Connect [xxv] ช่วยให้ทีมไอทีสามารถจัดการพนักงานแบบไฮบริดที่กระจัดกระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถลดเวลาและความพยายามเกินจำเป็นในการแก้ไขคำร้อง (support tickets) พร้อมทั้งสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลจากการสูญหายหรือการโจรกรรมเพื่อลดการถูกละเมิดของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินทรัพย์

HP Wolf Connect พร้อมด้วย HP Wolf’s Protect and Trace นั้นเป็นบริการซอฟต์แวร์ตัวแรกของโลกที่สามารถระบุตำแหน่ง ล็อก และลบข้อมูลพีซีได้จากระยะไกล แม้ว่าจะปิดหรือไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็ตาม[xxvi] ความสามารถนี้ช่วยปกป้องข้อมูลที่มีความสำคัญในการเคลื่อนย้าย ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีโดยลดความจำเป็นในการแก้ไขหรือเปลี่ยนพีซี

Home Delivery เพิ่มความคล่องตัวในการตั้งค่า Hybrid Worker

ขณะนี้ทีมไอทีดูแลจัดการพนักงานที่ทำงานแบบไฮบริดทั้งที่บ้านและในออฟฟิศ การมอบอุปกรณ์ที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยและความซับซ้อน รวมถึงกระบวนการทำงานที่ไม่สะดวก

 

ในฐานะที่เอชพีเป็นส่วนหนึ่งของ HP Logistics Services[xxvii]  HP Home Delivery[xxviii] เป็นโซลูชันการขนส่งของอย่างปลอดภัย[xxix] ที่สามารถจัดส่งพีซีเพื่องานธุรกิจ จอแสดงผล และอุปกรณ์ต่อพ่วงของเอชพี[xxx] ไปยังที่พักอาศัยของพนักงานที่อยู่ทั่วโลกได้โดยตรง[xxxi] เพื่อให้พนักงานที่ทำงานแบบไฮบริดสามารถรับอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกและใช้งานได้ทันทีที่แกะกล่อง การอัปเดต HP Home Delivery ช่วยให้การสั่งซื้อ การติดตาม และหลักฐานการจัดส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ราคาและการวางจำหน่าย[xxxii]

·      The HP Elite x360 830 G10 วางจำหน่ายแล้วที่ hp.com ในราคา 39,990 บาท

·      The HP EliteBook 830 G10, HP EliteBook 840 G10, และ HP EliteBook 860 G10 วางจำหน่ายแล้วที่ hp.com ในราคาเริ่มต้นที่ 36,990 บาท

·      The HP EliteBook 835 G10, HP EliteBook 845 G10, และ HP EliteBook 865 G10 คาดว่าวางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤษภาคม ในราคาเริ่มต้น 36,990 บาท

·      The HP EliteBook 630 G10, HP EliteBook 640 G10, และ HP EliteBook 650 G10 วางจำหน่ายแล้วที่  hp.com ในราคาเริ่มต้นที่  34,990 บาท

·      The HP Pro x360 435 G10 วางจำหน่ายแล้วที่ hp.com ในราคา 32,990 บาท

·      The HP ProBook 440 G10 และ HP ProBook 450 G10 วางจำหน่ายแล้วที่ hp.com ในราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท

·      The HP ProBook 445 G10 และ HP ProBook 455 G10 วางจำหน่ายแล้วที่ hp.com ในราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท

·      The HP 920/925 Ergonomic Vertical Mouse คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายน ในราคา 3,990 บาท

·      The HP 4K USB-C Multiport Hub คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงเดือนพฤษภาคม ในราคา 2,990 บาท

 

ชุดเอกสารข้อมูลและข้อมูล ๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันที่ประกาศในงาน HP 2023 Amplify Partner Conference สามารถติดตามได้ที่ HP Newsroom

เกี่ยวกับ เอชพี
บริษัท เอชพี อิงค์ (NYSE:HPQ) เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกและเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งที่ช่วยให้ผู้คนสามารถนำความคิดของตนมาสู่โลกของการใช้ชีวิตจริง และเชื่อมต่อกับสิ่งที่สำคัญที่สุด เอชพีดำเนินธุรกิจมากกว่า 170 ประเทศ โดยนำเสนออุปกรณ์ที่เป็นนวัตกรรมและมีความยั่งยืนที่หลากหลายสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การพิมพ์ การพิมพ์แบบ 3 มิติ การทำงานรูปแบบไฮบริด การเล่นเกมและอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.hp.com

เดลต้า ประเทศไทย คว้ารางวัลผู้นำด้านการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์ระดับ “A” ประจำปี 2565 จาก CDP ในด้านความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน

 


กรุงเทพฯ ประเทศไทย 3 เมษายน 2566 - บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ประกาศว่าบริษัทได้รับรางวัลสูงสุดระดับ "A" ในฐานะ "ผู้นำด้านการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์" ในการจัดอันดับการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์ (SER) ประจำปี 2565 โดย CDP เพื่อยกย่องการดำเนินการเพื่อการวัดและลดความเสี่ยงด้านสภาพอากาศภายในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท โดยเดลต้า ประเทศไทย ได้เข้าร่วมกระดานผู้นำด้านการมีส่วนร่วมกับซัพพลายเออร์ของ CDP เป็นครั้งแรก และเป็นหนึ่งใน 8% แรกของผู้เข้าร่วมที่ได้รับการประเมินการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามการเปิดเผยข้อมูล CDP ของบริษัทในปี 2565

เบรดทอล์ค ยกระดับเบเกอรี่สัญชาติสิงคโปร์ ตอกย้ำความอร่อยสุดเอกซ์คลูซีฟ เสิร์ฟ 6 เมนูไทยซิกเนเจอร์ เอาใจคนชอบ “ต้มยำ และชาไทย” ต้อนรับสงกรานต์

 


กรุงเทพฯ 3 เมษายน 2566 – เบรดทอล์ค เสิร์ฟความอร่อยดับร้อนต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ 2566 เปิดตัว 6 เมนูยอดฮิตเอาใจคนรักขนมปัง ในคอนเซปต์ “ไทยซิกเนเจอร์ ความอร่อยยกระดับที่เบรดทอล์ค” ตอกย้ำกระแสซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยฟีเวอร์ พร้อมเปิดประสบการณ์การผสานรสชาติความเป็นไทยมาอยู่บนเบเกอรี่ สไตล์เอเชี่ยนทวิสต์ โดยนำเมนู "ต้มยำ" สุดยอดอาหารไทยที่ดังไกลทั่วโลก มารังสรรค์เป็น 3 เมนูขนมปังสไตล์ไทยฟิวชั่นนำทัพความแซ่บจี๊ดจ๊าด ชูโรงด้วย ซิกเนเจอร์เมนูกับครั้งแรกในเอเชียด้วย ฟลอสส์ ต้มยำ (Flosss Tomyum) ที่โดดเด่นเรื่องความนุ่มหอมของขนมปังที่ทุกคนยกให้เป็นเมนูอันดับ 1 มายกระดับรสชาติให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยขนมปังสูตรเด็ดมีเฉพาะที่เบรดทอล์ค โรยหน้าแน่นๆ ด้วยหมูหยองและไก่หยองที่คลุกเคล้าเข้ากับเครื่องต้มยำรสเข้มข้นถึงใจที่ใครไม่ลองถือว่าพลาด ตามด้วยด้วยเมนู ชิคเกน ต้มยำ (Chicken TomYum) สร้างความต่างของรสสัมผัสด้วยชนิดของขนมปังที่ใช้บันสูตรเฉพาะที่หอมนุ่มมาเป็นจุดเด่น ผสานกับหน้าไก่คลุกเคล้าเครื่องต้มยำ อร่อยเข้มข้น และเมนู นาน ชิคเก้นต้มยำ (Naan Chicken Tomyum) ใช้แป้งขนมปังนานสูตรเฉพาะ และไส้เนื้อไก่คลุกเคล้าเครื่องต้มยำรสจัดจ้าน ถือเป็นความอร่อยลงตัวแบบมีเอกลักษณ์

นอกจากนี้ เบรดทอล์คยังตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มอย่าง “ชาไทย” ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย และได้รับการจัดอันดับความอร่อย อันดับ 7 ของโลก มาครีเอทอีก 3 เมนูความอร่อยที่เข้ากันได้ดี ได้แก่ ครัวซองต์ลาวาชาไทย (Lava Croissant Thai Tea) ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากเมนูครัวซองต์ไข่เค็มลาวาการันตีด้วยยอดขายอันดับหนึ่งสู่ความอร่อยใหม่ใส่ความเป็นฟิวชั่น ผสานกันระหว่างครัวซองต์เนยสดที่มีความหอมพร้อมอบสดใหม่ทุกวัน สอดไส้ด้วยคัสตาร์ดครีมผสมไข่เค็มหอมหวาน เคล้าชาไทยให้รสชาติที่แตกต่างไม่รู้เบื่อ เมนูโบโหลลาวา ชาไทย (Lava Boluo Thai Tea) ขนมปังกรอบนอกนุ่มในสไตล์ฮ่องกง ที่สอดไส้ลาวาชาไทย ผสมคัสตาร์ดครีมและไข่เค็ม รวมรสชาติไส้เข้มข้น  ให้ฟินทุกคำ และปิดท้ายด้วยเมนู ชาไทย ซิลกี้บัน (Thai Tea Silky Bun) นำครีมเนื้อเนียนรสชาไทยหอมกรุ่น มาสอดไส้ในขนมปังบันสุดนุ่มเอาใจผู้ที่ชอบขนมปังสไตล์นุ่มๆ ให้ทุกคำที่รับประทานสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนโดนใจ พร้อมได้กลิ่นอายของชาไทยแบบต้นตำรับ ที่หาทานได้แค่เฉพาะที่เบรดทอล์คเท่านั้น

สำหรับเมนู “ไทยซิกเนเจอร์ ความอร่อยยกระดับที่เบรดทอล์ค” ทั้ง 6 เมนู เริ่มต้นในราคาเพียง 33 บาท สามารถเลือกซื้อได้ผ่านร้านเบรดทอล์ค ในสาขาที่ร่วมรายการตั้งแต่วันนี้  - ถึง 30 เมษายน 2566 นี้เท่านั้น ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเมนูไทยซิกเนเจอร์ และเมนูอื่นๆ ของ “เบรดทอล์ค” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ https://www.facebook.com/breadtalkthailand


ทัวริสต์ถูกใจสิ่งนี้ รวมร้านเด็ดอีเวนต์โดนใจใน MBK Center มาเมืองไทยทีไรต้องปักหมุดเช็คอิน

 


คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ จัดอยู่ในลิสต์ศูนย์การค้าใจกลางเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน (Things to do in Bangkok) สำหรับ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ครบครันด้วยร้านค้าและอีเวนต์ที่นำเสนอความเป็นไทยถูกใจทัวริสต์ โดยจะพาไปส่อง The Best Tourist Destination รวมร้านเด็ดอีเวนต์โดนใจใน ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ดังนี้ 

Food Destination ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีร้านอาหารนานาชาติให้เลือก บริการตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงแฮงค์เอาท์รอบดึก โดยเฉพาะร้านอาหารไทยที่ถูกใจทัวริสต์ก็มีให้เลือกหลายร้าน อาทิ แม่มณี (Mae Manee Padthai & Seafood) ผัดไทยกุ้งล็อบสเตอร์อาหารทะเลสดใหม่ และอีกหลายเมนูความอร่อย ทั้งอาหารไทยและอาหารอีสาน บ้านคุณแม่ ครบเครื่องอาหารไทยรสชาติกลมกล่อม เฮือนอีแม่ อาหารอีสานรสแซ่บ Nova Kitchen (Thai&Chinese Cuisine) หลากสไตล์ ทั้งอาหารไทย อาหารอีสาน อาหารจีน ป้อน (ponn) ร้านอาหารรสชาติไทยแท้ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารรสมือแม่แสนอร่อย ชาวเลซีฟู้ดส์ (Halal Thai Restaurant) ร้านอาหารใต้ ซีฟู้ดสดๆ คอนโดปูแกะ ก้อนโต เนื้อแน่นหวาน The Beef Master ร้านอาหารนานาชาติมีสัญลักษณ์รับรองฮาลาล โดดเด่นเมนูเนื้อคุณภาพเน้น ๆ ขนมเบื้องโบราณ แผ่นใหญ่ ครีมแน่น เครื่องอลัง ราคาย่อมเยา ศูนย์อาหารฟู้ด เลเจ้นด์ส บาย เอ็ม บี เค (Food Legends by MBK) แหล่งรวมร้านอร่อยระดับตำนานจากทั่วทุกภาคของประเทศไทยและจากหลาย ๆ ประเทศไว้ในที่เดียว การันตีโดยเชลล์ชวนชิม MICHELIN Guide นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารนานาชาติรสชาติต้นตำรับ อาทิ ร้านอาหารอิตาเลียน AZZURRO by Chef Thanom ร้านอาหารจีน HONGMIN ร้านอาหารอินเดียและอาหารไทยฮาลาล Ali's Indian and Thai restaurant, Yana Restaurant ร้านอาหารอินเดีย Longest Grill by Ali  และร้าน Biryani Bonus dosa ร้านบะกุ๊ดเต๋ส่งตรงความอร่อยจากสิงคโปร์ โอลด์ สตรีท บะกุ๊ดเต๋ (Old Street Bak Kut Teh) และร้านอร่อยอีกมากมาย 

Spa&Aroma Destination ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมของไทยเป็นที่ถูกใจต่างชาติ ซื้อกลับไปในแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีหลายร้าน แต่ละร้านมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ทั้งชั้น G และโดยเฉพาะชั้น 3 มีหลายร้านติด ๆ กันให้เลือกละลานตา เรียกว่าเดินผ่านยังรื่นรมย์ อาทิ RAYAMANEE luxury home spa ขนาดใหญ่อยู่ชั้น G จำหน่ายผลิตภัณฑ์สปา เครื่องหอม ยังมีมุม LERDEE TEA HOUSE จิบเครื่องดื่มและชาดอกไม้ออร์แกนิค ขนมไทย ในบรรยากาศตกแต่งด้วยซุ้มดอกไม้ถ่ายรูปสวยงาม และยังมีร้านอยู่ชั้น 3 นอกจากผลิตภัณฑ์สปาเครื่องหอมแล้ว ยังมีเครื่องประดับหินมงคลดีไซน์เก๋ให้เลือกช้อป นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สปาเครื่องหอมชูวัตถุดิบธรรมชาติและออร์แกนิคจากร้าน PHUTAWAN (ภูตะวัน) และ Herb Care ส่วนร้าน Khas (คาสซ์) ชูความ UNIQUE ไม่เหมือนใคร UNIQUE ART OF SCENTS โดดเด่นเป็นศูนย์รวมแห่งกลิ่นจากทั่วทุกมุมโลก

 

              ยังมีนวดแผนไทยและสปาเพื่อสุขภาพเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของทัวริสต์ ได้แก่ ร้าน Let’s Relax Spa ชั้น 5 โซน A โปรแกรมนวด สปาหลากหลายในบรรยากาศผ่อนคลาย สุภัค นวดเพื่อสุขภาพ ชั้น 5 โซน B สบายตัวกับสารพัดโปรแกรมนวด ทั้งนวดไทย นวดเท้า นวดอโรม่า และอีกมากมาย 

Money Exchange Center หากต้องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หาจุดบริการได้ง่าย ๆ มีอยู่เกือบทุกชั้น ตั้งแต่ชั้น G ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 และ ชั้น 6 อาทิ SuperRich (สีส้ม) ชั้น 2 โซน B, SUPERRICH THAILAND (สีเขียว) ชั้น 3 โซน A, FIFA-XE ชั้น G โซน D, PK MONEY EXCHANGE ชั้น 2 โซน C และ ชั้น 6 โซน D เป็นต้น 

Thai Souvenir Shops Center รวบรวมของฝากของที่ระลึกจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยมาไว้ในที่เดียว ทั้งของกินของใช้ อาทิ สินค้าแฟชัน เสื้อกางเกงมวย กางเกงลายช้างที่กำลังเป็นที่นิยม กระเป๋าแฮนด์เมด ยาดมยาหม่อง ผ้าทอ ผลไม้ไทยแปรรูป ซึ่งมีหลายร้านกระจายตามชั้นต่าง ๆ และมีโซนสินค้าไทยของฝากของที่ระลึกโดยเฉพาะอยู่ที่ชั้น 3 โซน D อาทิ ร้านสินค้าไทย NOOK SHOP และ ร้านผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อหมู Chainarong ชั้น 3 โซน A ร้าน THAI THAI SHOP ชั้น 3 โซน B ร้าน SOUVENIR Shop ชั้น 3 โซน C เป็นต้น

Shopping Destination เป็นที่รู้จักกันอย่างดีว่าตลอดชั้น 4 ของ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นแหล่งรวมสินค้ามือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Legend of MOBILE &  Gadget & IT Market) ชั้น 2 และ 3 เป็นแหล่งรวมร้านเพชร ทอง เครื่องประดับอัญมณี (Gold & Jewelry Empire) มีหลายร้านรวมอยู่ในที่เดียว ซึ่งแต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างกัน เช่นเดียวกันยังเป็น แหล่งรวมร้านสูท เกือบ 30 ร้านที่คนไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาตัดสูท ด้วยผลงานคัดติ้งเนี้ยบโดยฝีมือช่างตัดสูทมากประสบการณ์ จึงเป็นที่ขึ้นชื่อว่าตัดเร็ว ตัดดีมีคุณภาพ ราคามิตรภาพ รับประกันดูแลหลังการขาย ปรับแก้ไขฟรี นอกจากนี้ยังมีร้าน At First ชั้น G โซน A Lifestyle Space วาไรตี้สินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ดังยกขบวนมาให้ช้อปฟิน อาทิ ตุ๊กตาหมีแบรนด์ดัง แคร์แบร์ (Care Bear) ร้านโดนัทโฮมเมดสุดฮอต SO DOUGH แฟชั่นแบรนด์ดังในเครือสหพัฒน์ มุมสินค้า Thai Souvenir ของฝากของที่ระลึก และ มุมคาเฟ่ให้นั่งชิล ดอง ดอง ดองกิ (DON DON DONKI) เปิด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์นักเดินทางได้ครบครัน

 

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังมีบริการที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เรียกว่าครบเครื่อง One Stop Shopping & Service อาทิ ห้องละหมาด และ นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถฝากกระเป๋าเดินทางสัมภาระต่าง ๆ และเดินช้อปปิ้งในศูนย์ฯได้อย่างสบายใจกับบริการรับฝากกระเป๋าและสัมภาระ โดย AIRPORTELs เปิดให้บริการ ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ชั้น 6 โซน B 

นอกเหนือจากสินค้าและบริการแล้ว ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังสร้างสรรค์กิจกรรมอีเวนต์นำเสนอความเป็นไทยตรึงใจลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ (THAI CULTURAL Events) อาทิ การแสดงโขน นาฏยศาสตร์แห่งแผ่นดิน ศิลปะการแสดงชั้นสูง โดยเล่าเรื่องราวจากวรรณกรรมชั้นครูเรื่อง รามเกียรติ์พบกับหนุมาน ตัวละครขุนศึกเอก ที่เป็นที่รู้จักกันดี พร้อมกับตัวละครต่าง ๆ ที่หยิบยกมาเป็นตอนสั้น ๆ ให้ชม อาทิ หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา, หนุมานจับนางเบญกาย, เมขลากับรามสูร, รจนาเลือกคู่ พร้อมการแสดงผสมผสานโขนไทยและการเชิดหุ่นละครเล็กหมุนเวียนมาแสดงให้ได้ชม ฟรี ! ทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน รอบการแสดง 15.00 น. และ 18.00 น. บริเวณ Meeting Point ชั้น G โซน A พร้อมสืบสานศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทยสู่สายตาทัวริสต์ จัดกิจกรรมมวยมันส์ MBK CENTER FIGHT NIGHT ทุกวันพุธแรกและวันพุธสุดท้ายของเดือน พบกับนักมวยมากฝีมือทั้งนักชกคนไทยและต่างชาติ โชว์ลีลาแม่ไม้มวยไทย ปล่อยหมัดเด็ดฟาดแข้งสุดเดือดใจกลางกรุง

 

ล้วนเต็มไปด้วยแม็กเนตดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งร้านเด็ดและอีเวนต์โดนใจ จึงทำให้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็น The Best Tourist Destination ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเดินช้อปชิลฟีลกู๊ด

##

#MBKCenter#MBK #Tourist #TouristAttraction #Bangkok #BangkokThailand #Thailand

บริทาเนีย นำทัพพันธมิตร เปิดตัวโครงการ CRAFT PARK พัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวเพื่อชุมชนต่อเนื่อง นำร่องศูนย์บริการสาธารณสุข 8 เขตบางนา

 


นำร่องสวนสีเขียวเพื่อชุมชน นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคสังคม และเอกชน นำโดย นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ (ที่ 3 จากซ้าย) ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้านสิ่งแวดล้อม และ นายยศพล บุญสม (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ก่อตั้ง we!park ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ CRAFT PARK พัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวต้นแบบ ส่งเสริมสุขภาพดี เติมเต็มการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ สร้างการมีส่วนร่วม ตั้งแต่การศึกษาความต้องการ ออกแบบและลงมือทำ เกิดเป็นความ CRAFT ในแบบฉบับที่ทุกคนร่วมกันสร้าง สู่การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ร่วมกันอย่างยั่งยืน และตั้งเป้าขยายโมเดล CRAFT PARK ไปยังพื้นที่อื่นต่อเนื่อง โดยนำร่องแห่งแรกที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 8 เขตบางนา พื้นที่พัฒนารวม 211 ตารางวา พร้อมเปิดให้ใช้ในส่วนสนามเด็กเล่น หน้าศูนย์เด็กเล็ก ภายในเดือนมิถุนายน 2566 โดยมี พญ.ภัทรพร ริมชลา, นายตนัย ธนะชานันท์, นายวัชระ ศิริฤทธิชัย, นายวาสุเทพ บุญชู ร่วมงาน ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 8 บุญรอด รุ่งเรือง (ซ.อุดมสุข 18) เขตบางนา เมื่อเร็วๆ นี้  

 

บุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา 

  1. นายวาสุเทพ บุญชู                         รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำนักออนามัย 
  2. นายยศพล บุญสม                         ผู้ก่อตั้ง we!park 
  3. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์          ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้านสิ่งแวดล้อม 
  4. พญ.ภัทรพร ริมชลา                        ผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข 8 บุญรอด รุ่งเรือง 
  5. นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์           ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) 
  6. นายวัชระ ศิริฤทธิชัย                       ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) 
  7. นายตนัย ธนะชานันท์                     ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายด์ อินทีเรีย จำกัด                   

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...