วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ชวนทุกคนมาฉลองเทศกาลวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ในแคมเปญ MEGA WOMEN’S MONTH ชอปคุ้ม พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูพิเศษที่ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

 


ศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าที่จะทำให้ทุก ๆ วัน เป็นวันพิเศษสำหรับคนพิเศษเช่นคุณ ต้อนรับเดือนแห่งวันแม่ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ “MEGA WOMEN’S MONTH ให้ลูกค้าได้ชอปสุดคุ้ม พร้อมเเลกรับส่วนลด 50% สำหรับเมนูสุดพิเศษจาก 25 ร้านอาหารที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข สามารถแลกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมทั้งชอป กินอร่อยฟินแบบคุ้มๆ หรือจะสนุกกับกิจกรรมพิเศษต้อนรับวันแม่ได้ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา

 

สำหรับนักชอป ไม่ควรพลาดกับโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ เมื่อช็อปตามเงื่อนไข

·      ชอปสินค้าครบ 20,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ แลกรับฟรี Erb Hand Cream Set มูลค่า 790 บาท

·      สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ คิดส์ เมื่อชอปสินค้าในหมวดแม่และเด็ก และเมกา สมาร์ท คิดส์ ครบ 8,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ แลกรับฟรีกระเป๋าคุณหนู มูลค่า 339 บาท

·      สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด 2 ท่านแรกในหมวดร้านค้าความงาม รับฟรี จี้เพชรพร้อมสร้อยคอ มูลค่า 36,000 บาท จากร้าน Jubilee Diamond หรือสำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด 2 ท่านแรก ในหมวดร้านสุขภาพ รับฟรี ต่างหูเพชร มูลค่า 32,000 บาท จากร้าน Jubilee Diamond

 

สำหรับสายบิวตี้ ใช้คะแนนตามเงื่อนไขแลกรับฟรี MEGA SELF LOVE รือสิทธิพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติมจาก 7 ร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ส.ค.นี้  ได้แก่ CDB WELLNESS CLINIC, GLOSS NAIL SPA, GOOD HAND THAI MASSAGE & SPA, GRANEDA CLINIC, KIKI BEAUTY SPACE, SPARSHA SLIMMING CENTER เเละ THE KLINIQUE

 

นอกจากนี้ สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส สนุกกับกิจกรรมพิเศษต้อนรับวันแม่ เเลกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมระหว่างวันที่ 12 – 14 สิงหาคม เวลา 11.00 – 21.00 น. ณ บูธกิจกรรม Mega Women’s Month บริเวณหน้าเมนเอนทรานซ์ ดังนี้

·      ชอปครบ 1,200 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรี บัตรชมภาพยนตร์ 1 ใบ มูลค่า 250 บาท จากเมกา ซีนีเพล็กซ์

·      ชอปครบ 3,000 บาท หรือใช้เมกา สไมล์ รีวอร์ดส 5 คะแนน รับสิทธิ์ฟรี ถ่ายภาพคู่แม่ลูกพร้อมกรอบรูปสุดเก๋ มูลค่า 500 บาท

·      ชอปครบ 30,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรี! พวงมาลัยผ้าคลุมไหล่ มูลค่า 1,690 บาท

·      พิเศษเมื่อสมัครสมาชิกใหม่เมกา สไมล์ รีวอร์ดส แลกรับฟรีกระเป๋า Stripe Tote สีสันสดใส มูลค่า 150 บาท (ของรางวัลทั้งหมดมีจำนวนจำกัด)

 

สิงหาคมนี้ ชวนคุณแม่มามีช่วงเวลาที่ดี สนุกสนาน และมอบความสุขให้กันได้ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา สอบถามข้อมูลและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเมกาบางนา คลิก http://onelink.to/n37e4g

 

ติดตามข่าวสารและโปรโมชันของเมกาบางนาได้ที่
แอปพลิเคชัน : http://onelink.to/n37e4g

เว็บไซต์ : https://www.mega-bangna.com/

เฟซบุ๊ก : facebook.com/MegabangnaShoppingCentre

อินสตาแกรม : @Megabangna_th

ทวิตเตอร์ : @Megabangna3

ไลน์ : @Megabangnaofficial

หรือโทร. 02-105-1000

 

#เมกาบางนา #Megabangna #YourEverydayMeetingPlace #MegaWomenMonth


บราเดอร์ โชว์ศักยภาพสร้างอัตราการเติบโต 20% สวนกระแสเศรษฐกิจ -มั่นใจเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้น เตรียมพร้อมเติมสินค้าสู่ตลาด หวังกวาดกำลังซื้อที่อั้นมาระยะยาวหลังโควิด-19 เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติในสายตาคนไทย-

 


นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงปัจจัยที่ส่งผลให้ บราเดอร์ ประเทศไทย สามารถสร้างอัตราการเติบโตทางธุรกิจสวนกระแสภาพรวมตลาดในครั้งนี้ว่า เกิดจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยได้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเห็นสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 ของปี 2565 เป็นต้นมา กลไกการทำงานภายในสำนักงานขององค์กรต่างๆ กลับมาเป็นเช่นเดิมเหมือนช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบราเดอร์มียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปลดล็อคเรื่องการขาดแคลนสินค้าระยะสั้นของบราเดอร์อันเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนก็เริ่มคลี่คลายด้วยเช่นกัน ที่สำคัญการปรับกลยุทธ์ด้านการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างทั่วถึงก็ทำให้เกิดความสะดวกในการซื้อเพิ่มขึ้น เมื่อความต้องการในตลาดเพิ่มและบราเดอร์สามารถเติมเต็มความต้องการดังกล่าวได้อย่างถูกที่ถูกเวลา จึงทำให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2565 (เม.ย.-มิ.ย.) บราเดอร์สามารถสร้างอัตราการเติบโตทางธุรกิจได้สูงถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บราเดอร์ได้พบมุมมองใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจ อุปสรรคที่เราต้องเผชิญทำให้เรามองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในตลาดเพิ่มขึ้น เมื่อเราต้องประสบกับพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนไปจากการรวมศูนย์ในองค์กรมาเป็นการกระจายตัว (decentralized working) ในแบบ work from home หรือ social distancing ภายในองค์กร หรือแม้กระทั่งปัญหาสินค้าขาดแคลนระยะสั้น เราก็ต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าวที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่บราเดอร์มุ่งขยายธุรกิจในส่วนฮาร์ดแวร์ มาเพิ่มในส่วนการขายวัสดุสิ้นเปลือง (consumables) เพิ่มขึ้น”  นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ สะท้อนถึงการปรับตัวทางธุรกิจของ บราเดอร์ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ด้านมุมมองของบราเดอร์ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ต่อภาพรวมธุรกิจไอทีไทยนั้น นายธีรวุธคาดการณ์ว่า โควิด-19 ถือเป็นตัวเร่งให้สังคมไทยก้าวสู่ยุค digital transformation เร็วยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจไอทีโดยรวมเช่นกัน บทพิสูจน์ที่เห็นชัดคือการเติบโตของบราเดอร์ ประเทศไทยหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะยังชะลอตัว แต่เรายังสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้เพิ่มขึ้นและมียอดขายสูงสุดในอาเซียน เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ณ ปัจจุบัน สังคมไทยได้ก้าวสู่สังคมแห่งโลก digital transformation อย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ อุปสรรคที่ภาคธุรกิจต้องนำมาทบทวนและปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือ คือปัญหาเรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้นซึ่งสวนทางกับรายได้ของผู้บริโภคในปัจจุบัน นายธีรวุธแสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า บราเดอร์ยังเชื่อมั่นว่าสินค้าไอทียังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ทั้งในส่วนภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ ตลอดจนภาครัฐหรือองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ก็ล้วนให้ความสำคัญเช่นกัน สิ่งที่เราพบคือช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระแส work from home ทำให้ยอดขายสินค้าไอทีที่ตอบโจทย์ภาคครัวเรือน (home use) เติบโตขึ้นอย่างมาก แต่ปัจจุบันการกลับมาของตลาดกลุ่มองค์กรและภาครัฐก็เริ่มเห็นชัดเจนขึ้นเช่นกัน บราเดอร์จึงต้องพร้อมในการปรับแผนเพื่อรับมือกับตลาดที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วนี้อยู่เสมอ ซึ่งเชื่อว่าการเติบโตในตลาดกลุ่มภาครัฐและองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2565 จะเติบโตมากขึ้นเพื่อรองรับการกลับเข้าสู่การทำงานตามปกติหลังจากที่ตลาดดังกล่าวชะลอตัวในช่วงโควิด-19

“ในปีนี้นอกเหนือจากเป้าหมายที่จะสร้างการเติบโตทางธุรกิจของสินค้าเส้นเลือดหลักอย่างเครื่องพิมพ์แล้ว บราเดอร์ยังมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจของกลุ่มสินค้า non print ที่บราเดอร์เรียกกลุ่มธุรกิจนี้ว่า BX (business expansion) เพราะช่วงที่ผ่านมาเราเห็นศักยภาพของตลาดกลุ่มนี้ที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก หากเราทำตลาดได้ตรงตามความต้องการ ที่สำคัญอีกประการคือบราเดอร์จะเดินหน้าสานต่อการส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค ดังเช่นที่เราพยายามให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการเลือกใช้หมึกแท้ที่นอกจากจะทำให้เครื่องพิมพ์สามารถใช้งานได้ในระยะยาวแล้ว เรายังสื่อสารให้เห็นว่าหมึกแท้นั้นมีการกำหนดปริมาณการพิมพ์ไว้อย่างชัดเจน เพราะเวลาผู้บริโภคซื้อจะไม่เห็นปริมาณหมึก หากมองที่ราคาเป็นตัวตั้งผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่คุ้มค่า” นายธีรวุธ กล่าวเสริม

นอกจากนี้ การปรับตัวของบุคลากรก็เป็นส่วนสำคัญที่บราเดอร์มุ่งมั่นให้เกิดการทำงานเชิงสร้างสรรค์ ฉีกกรอบและสร้างวิธีคิดในการทำงานใหม่ๆ โดยนายธีรวุธกล่าวสรุปในส่วนนี้ว่า การเปิดกว้างให้พนักงานสามารถแสดงความสามารถด้านการทำงานนอกเหนือจากส่วนงานที่ตนรับผิดชอบ เป็นเรื่องที่บราเดอร์สนับสนุนมาโดยตลอด เพราะการไม่ปิดกั้นดังกล่าวทำให้องค์กรได้รับความคิดเห็นใหม่ๆ แม้เราต้องเผชิญอุปสรรคต่างๆ มากมายตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ความคิดใหม่ๆ เหล่านี้ จะเป็นตัวจุดประกายให้เกิดการปรับ เปลี่ยนแผนงานได้อย่างเหมาะสม เรามองว่าบุคคลากรคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด หากเรามีบุคลากรที่มากด้วยคุณภาพแล้ว การขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตก็ไม่ใช่อุปสรรค์อีกต่อไป
#brotherPRnews

อร่อยกับขนมปังปิ้งกลิ่นหอมง่ายๆ ได้ทุกเช้า ด้วย “TWO SLICE TOASTER” ตัวช่วยสุดสะดวกจาก เฮเฟเล่

 


ลิ้มรสชาติเคล้ากลิ่นหอมของขนมปังในยามเช้าที่แสนสะดวกสบาย ไปกับ “TWO SLICE TOASTER” เครื่องปิ้งขนมปังจากเฮเฟเล่ อุปกรณ์เนรมิตอาหารเช้าสุดคลาสสิค มาพร้อมการใช้งานที่รวดเร็วและง่ายดาย เพียงใส่แผ่นขนมปัง เสียบปลั๊ก และเปิดเครื่อง ก็เตรียมรับความอร่อยแบบไม่ต้องรอนาน ตัวเครื่องมีปุ่มควบคุมความร้อนถึง ระดับ เลือกเนื้อสัมผัสที่ชอบได้ด้วยตัวเอง เสริมด้วยฟังก์ชันสุดโดดเด่นที่เป็นมากกว่าเครื่องปิ้งขนมปัง อย่างฟังก์ชัน ละลายน้ำแข็ง อุ่นให้ความร้อนกับครัวซองต์หรือขนมอบ และปุ่มยกเลิกการทำงาน ทั้งยังแทรกด้วยการออกแบบเพิ่มความสะดวก จากช่องกว้างรองรับกับขนมปังแผ่นใหญ่ และถาดรองเศษขนมปัง สำหรับการทำความสะอาดที่ง่ายกว่าเดิม ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมและสแตนเลสสตีลคุณภาพดี ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พร้อมด้วยพลาสติก ABS สองดีไซน์คลาสสิคสีขาวและดำ รับวันใหม่กับประโยชน์ดี ๆ จากขนมปังปิ้งได้ทุกเช้า

หาซื้อได้แล้วที่เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ ทุกสาขา และช้อปกับเฮเฟเล่ออนไลน์ ที่ www.hafelehome.co.th และ Shopee: Hafele_Officialshop (Mall), Lazada: Hafele (Lazmall) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-768-7171

เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทยจับมือกับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น

 


กรุงเทพฯ – 1 สิงหาคม 2565  เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส  (FedEx Express) บริษัทในเครือเฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (FedEx Corp.) (NYSE: FDX) หนึ่งในบริษัทด้านขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ผสานความร่วมมือกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดเพชรบุรี

 

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ FedEx Cares ซึ่งทางบริษัทฯ จัดขึ้นทั่วโลก โดยเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยพร้อมอาสาสมัครจากเฟดเอ็กซ์ได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันทาสีเครื่องเล่นและส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง รวมถึงสร้างแปลงเกษตรแบบยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วยโรงเพาะเห็ดและแปลงพืชผักสวนครัว เพื่อคุณครูและเด็ก ๆ กว่า 176 ชีวิต  กิจกรรมนี้นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ FedEx Cares ของบริษัทแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปีการดำเนินธุรกิจของเฟดเอ็กซ์ในประเทศไทย

 

เป็นระยะเวลา 40 ปีแล้วที่ FedEx มุ่งมั่นทำงานในประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น และด้วยการร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ อย่างเช่น มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถช่วยเหลือชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้น” กล่าวโดย นายเทียน หลง วูน กรรมการผู้จัดการ เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย

 

และกล่าวเพิ่มเติมว่า “ทีมงานของเรามีความกระตือรือร้นในการมีส่วนร่วมกับโปรแกรม FedEx Cares ซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เป็นอาสาสมัคร สละเวลาเพื่อช่วยปรับปรุงโรงเรียน เพื่อให้โอกาสเด็กนักเรียนได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและมีสุขภาวะที่ดีซึ่งเอื้อต่อการเรียนรู้ของพวกเขา”

 

นางสาวเมลิซ่า อะเบอร์ลิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานระดมทุน มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “มูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำงานใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายภาคส่วนเพื่อช่วยให้เด็กให้ได้รับการปกป้องคุ้มครองและได้รับการดูแล ได้รับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เราขอขอบพระคุณองค์กรผู้มีจิตศรัทธาเช่น FedEx ซึ่งได้ดำเนินพันธกิจร่วมกับเราด้วยกันเพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน”

 

FedEx Cares เป็นโครงการตอบแทนสังคมและชุมชนซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย FedEx Cares 50 by 50 เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คน 50 ล้านคนทั่วโลกภายในวันครบรอบ 50 ปีของเฟดเอ็กซ์ในปี 2566 ในขณะเดียวกันเฟดเอ็กซ์ก็มีเป้าหมายที่จะทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นและให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างผู้คนและโอกาสต่างๆ ผ่านการขนส่ง การบริจาคเพื่อการกุศล กิจกรรมอาสาสมัครและความเชี่ยวชาญ โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้เครือข่ายและทรัพยากรที่กว้างขวางของเฟดเอ็กซ์

เสียวหมี่วางจำหน่ายทีวีอัจฉริยะ Xiaomi TV A2 43” และ Xiaomi TV A2 58” ชูคอนเซ็ปต์ Smart life, limitless vision ในราคาเริ่มต้นเพียง 11,990 บาท

 


กรุงเทพฯ ประเทศไทย สิงหาคม 2565 - เสียวหมี่ ประเทศไทย วางจำหน่ายทีวีอัจฉริยะรุ่นใหม่ Xiaomi TV A2 43” และ Xiaomi TV A2 58” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Smart life, limitless vision’ ให้ชีวิตคุณอัจฉริยะด้วยทัศนวิสัยอันไร้ขีดจำกัด ชูจุดเด่นด้านการออกแบบที่มาพร้อมหน้าจอความละเอียดสูงและระบบเสียงระดับไฮเอนด์ โดย Xiaomi TV A2 43” และ Xiaomi TV A2 58” วางจำหน่ายที่ร้านค้าปลีก Big C ในราคา 11,990 บาท และ 17,990 บาทตามลำดับ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในระหว่างวันที่ สิงหาคม 2565 - 30 กันยายน 2565 สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาพิเศษเพียง 7,990 บาท สำหรับ Xiaomi TV A2 43” และราคาพิเศษเพียง 13,990 บาท พร้อมรับ Mi Smart Standing Fan 2 Lite1 มูลค่า 1,999 บาท สำหรับ Xiaomi TV A2 58”

Xiaomi TV A2 43” และ Xiaomi TV A2 58” มีดีไซน์แบบ Unibody ที่มาแบบไร้ขอบเพื่อทัศนวิสัยอันยอดเยี่ยม กรอบโลหะแบบชิ้นเดียวอันเพรียวบางรองรับด้วยขาตั้งคู่ Xiaomi TV A2 58” มอบความคมชัดระดับ 4K ultra-high definition ความละเอียด 3,840 x 2,160 จอแสดงผลอันยอดเยี่ยมที่มาพร้อมสีกว่า 1.07 พันล้านสีเพื่อการรับชมอันสมจริง และด้วยความลึกของสี 10 บิตและขอบเขตช่วงสีที่กว้างกว่า DCI-P3 90% (typ) สีดำที่เข้มขึ้นและสีขาวที่สว่างกว่านั้นทำได้โดย HDR 10 ในขณะที่ MEMC 60Hz ช่วยลดความล่าช้าเพื่อให้ภาพที่ไหลลื่นยิ่งขึ้น และด้วยการรองรับ Dolby Vision® ทำให้ได้ประสบการณ์การรับชมที่สมจริงอย่างสะดวกสบายจากภายในบ้านของคุณเอง นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบเสียงระดับไฮเอนด์เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าทึ่ง โดยรองรับ Dolby Audio™ และ DTS-HD® ที่ขับเคลื่อนโดยลำโพงสเตอริโอ 2 x 10W อีกด้วย ในขณะที่ Xiaomi TV A2 43” มอบความละเอียดคมชัดสูง 1,920 x 1,080 พร้อมด้วยจอแสดงผลมาพร้อมสีกว่า 1.07 พันล้านสีและอัตราการรีเฟรช 60Hz Xiaomi TV A2 43” ยังให้ระบบเสียงอันน่าทึ่ง โดยรองรับ Dolby Audio™ และ DTS® Virtual:X sound effects ที่ขับเคลื่อนโดยลำโพงสเตอริโอ 2 x 10W ทำให้คุณประทับใจไปกับประสบการณ์เสียงแบบหลายมิติได้จากภายในบ้านของคุณเอง

 

Xiaomi TV A2 43” และ Xiaomi TV A2 58” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมบ้านอัจฉริยะพร้อม Google Assistant ในตัว2 ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหลด้วยคำสั่งเสียง ตรวจสอบตารางปฏิทิน จัดการงานประจำวัน และแม้แต่สั่งการอุปกรณ์ AIoT ที่เชื่อมต่อผ่านทีวีด้วยรีโมทคอนโทรล Bluetooth 360° ทีวีสามารถตอบสนองต่อคำสั่งต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยมีปุ่มเฉพาะสำหรับ Netflix และ Prime Video ช่วยให้เข้าถึงเนื้อหาที่ผู้ใช้ต้องการดูได้โดยตรงอย่างง่ายดาย และให้คุณสามารถสตรีมคอนเทนต์ล่าสุดทั้งหมดผ่าน Android TV™3 ที่ถูกติดตั้งมากับตัวอุปกรณ์แล้ว โดยสามารถรับชมภาพยนตร์กว่า 400,000+ เรื่องผ่านแอปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Prime Video และ YouTube พร้อมแอปมากมายบน Google Play ด้วย Chromecast และ Miracast ในตัวอีกด้วยผู้ใช้งานจะไม่ถูกจำกัดด้วยหน้าจอขนาดเล็กอีกต่อไป คุณสามารถแคสต์คอนเทนต์จากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปเข้าสู่ทีวีได้อย่างง่ายดาย

 

Xiaomi TV A2 43” และ Xiaomi TV A2 58” วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าปลีก Big C พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในระหว่างวันที่่ สิงหาคม 2565 - 30 กันยายน 2565 สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาพิเศษ ดังนี้

  • Xiaomi TV A2 43” ราคาปกติ 11,990 บาท เหลือเพียง 7,990 บาท
  • Xiaomi TV A2 58” ราคาปกติ 17,990 บาท เหลือเพียง 13,990 บาท พร้อมรับ Mi Smart Standing Fan 2 Lite1 มูลค่า 1,999 บาท

 

*หมายเหตุ

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด

ความพร้อมใช้งานของ Google Assistant แตกต่างกันไปในแต่ละตลาด โปรดดูเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Google Assistant สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

Google, Android TV, Google Play และเครื่องหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC

 

สามารถรับชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ Xiaomi TV A2 Series

“อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้” มอบรางวัลการประกวดออกแบบร้านสะดวกซัก

 


คุณสุกรี กีไร (คนที่ จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโสประจำภูมิภาคอินโดไชน่า บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ แอลแอลซี (Alliance Laundry Systems LLC) ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายเครื่องซักผ้าอบผ้าอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดออกแบบร้านสะดวกซัก (Alliance Laundromat Design Contest 2021) รวมเงินรางวัลมูลค่า 120,000 บาท โดยผู้ชนะเลิศได้แก่ คุณเชาวนิตย์        พรหมราษฎร์ (คนที่ 2 จากซ้าย) กับผลงาน Laundromall” ซึ่งได้ผสมผสานระหว่างคำว่า Laundro กับ Mall ด้วยแนวคิดในการสร้างศูนย์ซักอบแบบครบวงจรที่คนทุกเจเนอเรชั่นสามารถเข้ามาใช้บริการได้ พร้อมมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อน และร้านค้าสำหรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก พร้อมให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยการออกแบบให้มีระบบจัดการน้ำที่สามารถนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในกิจกรรมอื่นๆ ได้ โดยการมอบรางวัลจัดขึ้นในงาน Wealth Investment 2022: Sustainable & Trustworthy Business เมื่อเร็วๆ นี้  

 

สำหรับ Alliance Laundromat Design Contest 2021 เกิดขึ้นจาก อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ เล็งเห็นการเติบโตอย่าง ก้าวกระโดดของธุรกิจร้านสะดวกซัก จึงจัดการประกวดออกแบบร้านสะดวกซักภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนการซักอบผ้าของคุณให้กลายเป็นเรื่องสะดวกสบาย” เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีประสบการณ์กับการออกแบบร้านสะดวกซัก ซึ่งเป็นธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์ปัจจุบัน โดยมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกในคณะที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบจาก 35 มหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการ และมีผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 100 ชิ้น ซึ่งผลงานการออกแบบจะเป็นตัวอย่างให้กับนักลงทุนสำหรับนำไปต่อยอดและพัฒนาร้านสะดวกซักต่อไป 

 

 

 

บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา) 

แถวยืน 

1.คุณจิดาภา แสนหลาบคำ      รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 

2.คุณเชาวนิตย์ พรหมราษฎร์    รางวัลชนะเลิศ 

3.คุณสุกรี กีไร          ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโสประจำภูมิภาคอินโดไชน่า  

บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ แอลแอลซี (Alliance Laundry Systems LLC) 

4.คุณพีรวิชญ์ สุขเณศกุล  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 

 

แถวนั่ง 

1.คุณกิตติชัย เทียบเพีย     รางวัลชมเชย 

2.คุณถาวรีย์ สุวรรณรัตน์    รางวัลชมเชย 

3.คุณชุติพล น้ำทิพย์          รางวัลชมเชย 

 

ไปรษณีย์ไทยรุกตลาด NFT เปิดจอง “คริปโทแสตมป์” ครั้งแรกในอาเซียน ปลุกมูลค่าแสตมป์สู่สินทรัพย์ดิจิทัล เปิดจองพร้อมกันวันที่ 1 ส.ค.65 นี้ ที่เดียวบนไทยแลนด์โพสต์มาร์ท

 


กรุงเทพฯ 1 สิงหาคม 2565 – บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในโลกแห่งการสะสม เปิดจองแสตมป์ชุด “คริปโทแสตมป์” ที่ผสานความคลาสสิกของดวงแสตมป์เข้ากับโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ NFT หรือ Non Fungible Token เป็นครั้งแรกของอาเซียน เพื่อฉลองการก้าวสู่ 140 ปีของไปรษณีย์ไทย โดยผลงาน “คริปโทแสตมป์” จำกัดจำนวนเพียง 50,000 ชิ้น และแต่ละชิ้นจะมีรูปแบบศิลปะที่แตกต่างกัน เปิดจองพร้อมกัน 1 สิงหาคมนี้ที่ www.Thailandpostmart.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนบริหารลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการไปรษณีย์ 0 2573 5463, 0 2573 5480  เฟซบุ๊ก Thailandpostmart หรือไลน์ @ThailandPostMart.com และไลน์ @stampinlove

      
    ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า เนื่องในโอกาส ก้าวเข้าสู่ 140 ปีกิจการไปรษณีย์ไทย และตราไปรษณียากรดวงแรกของไทย  ไปรษณีย์ไทยจึงได้จัดทำแสตมป์ชุดพิเศษเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่วงการสะสมผ่านแสตมป์ชุด “คริปโทแสตมป์” ซึ่งจัดพิมพ์เพียง 50,000 แผ่นเท่านั้น ความพิเศษคือสามารถนำรหัสบนแสตมป์ชุดดังกล่าวไปลงทะเบียนเพื่อเป็นเจ้าของ NFT คอลเลกชันพิเศษจากศิลปินและคอมมูนิตี้ NFT ชั้นนำของไทยที่ได้นำเอาคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์มาผสมผสานกับภาพบนดวงแสตมป์ซึ่งมีองค์ประกอบภาพที่เป็นสัญลักษณ์ของกิจการไปรษณีย์ไทยไม่ว่าจะเป็น สีแดง ลายเส้น  ตู้ไปรษณีย์ ตราสัญลักษณ์ (Logo)  เพื่อสื่อถึงความร่วมมือระหว่างไปรษณีย์ไทยกับคอมมูนิตี้ NFT ประเทศไทย ออกมาเป็นผลงาน NFT Stamp จำนวน 50,000 ชิ้น ที่มีความแตกต่างกันทุกชิ้น แต่ละชิ้นจึงนับได้ว่ามีเพียงชิ้นเดียวในโลกที่ไม่สามารถหาผลงานชิ้นอื่นมาทดแทนได้ (Uniqueness)  โดยการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของไทยและอาเซียนที่มีการจัดทำแสตมป์คู่ขนานกันระหว่างแผ่นแสตมป์ที่นำมาใช้งานได้ตามปกติ กับแสตมป์ในโลกเสมือนจริงซึ่งจะถูกเก็บอยู่ในบล็อกเชน อีกทั้งมีมูลค่าซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ต่างจากการสะสมแสตมป์แบบดั้งเดิม เป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไปรษณีย์ไทยที่ได้ก้าวข้ามการจัดสร้างแสตมป์ในรูปแบบ Physical สู่ความเป็นดิจิทัล

            สำหรับแผ่นแสตมป์ชุด “คริปโทแสตมป์”นั้น จัดพิมพ์ในรูปแบบแสตมป์สติกเกอร์ พร้อมแถบขูดรหัสสำหรับนำไปลงทะเบียนเพื่อรับผลงาน NFT และยังสามารถนำแผ่นแสตมป์มาใช้ติดแทนค่าฝากส่งในระบบไปรษณีย์ได้ตามราคาหน้าดวง คือ 140 บาท ทั้งนี้ มีการเปิดตัว NFT Stamp มาแล้วในต่างประเทศ เช่น ออสเตรีย สวิสเซอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเนเธอร์แลนด์

             สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองแสตมป์ชุดดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 เฉพาะในแพลตฟอร์มออนไลน์ Thailandpostmart โดยไม่มีจำหน่าย ณ ไปรษณีย์ต่างๆ สั่งจองได้ในราคาแผ่นละ 140 บาท จำนวนจำกัดเพียง 50,000 แผ่นเท่านั้น และจะได้รับแสตมป์จัดส่งให้ตามที่อยู่ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคมเป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนบริหารลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการไปรษณีย์ 0 2573 5463, 0 2573 5480  เฟซบุ๊ก Thailandpostmart หรือไลน์ @ThailandPostMart.com และไลน์ @stampinlove

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th
เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
ทวิตเตอร์ : @Thailand_Post
ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...