วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564

“ออริจิ้น” ผนึก “โตคิว แลนด์ เอเชีย” เครือยักษ์ใหญ่อสังหาฯ จากญี่ปุ่น ลุยพัฒนา “วัน พญาไท” มิกซ์ยูสออฟฟิศ-โรงแรมเครือ IHG มูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท

 


ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” มุ่งสู่ NEXT LEVEL เดินหน้า Business Expansion เสริมแกร่งรายได้ประจำ จับมืออีกหนึ่งพันธมิตรยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น “โตคิว แลนด์ เอเชีย” ร่วมทุนพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสออฟฟิศ-ค้าปลีก-โรงแรม “วัน พญาไท” มูลค่า REIT 3,600 ล้านบาท พร้อมขึ้นแท่น IHG Dual Branded Hotel แห่งแรกของไทย ควบ แบรนด์โรงแรมระดับโลก Hotel Indigo และ Holliday Inn Express จากเครือ IHG บนทำเลศักยภาพ เชื่อมต่อ สนามบินนานาชาติ เล็งขยายฐานรองรับทุกความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เชื่อมั่น COVID-19 คลี่คลายก่อนเปิดให้บริการปลายปี 2566 

 

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ORIGIN NEXT LEVEL บริษัทได้สานต่อการดำเนินธุรกิจด้าน Business Expansion ขยายความร่วมมือใหม่ (New Collaboration) ในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ภายใต้บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ด้วยการร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด ในเครือโตคิว แลนด์ คอร์เปอเรชั่น หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ในสัดส่วนการลงทุน 51:49 เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสภายใต้ชื่อวัน พญาไท (One Phayathai) มูลค่า REIT กว่า 3,600 ล้านบาท 

 

“โตคิว แลนด์ เอเชีย ถือเป็นพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านเงินทุน โนว์ฮาว ตลอดจนประสบการณ์อันยาวนานในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภททั้งในญี่ปุ่นและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันกับเราในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เพื่อสร้างอีโคซิสเท็มแห่งการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภค ความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน ทั้งด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม และจะเป็นบันไดก้าวสำคัญของทั้ง บริษัทในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตแบบ Next Level ให้แก่ผู้บริโภค” นายพีระพงศ์ กล่าว 

 

ทั้งนี้ บริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด เป็นบริษัทพัฒนาและลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเครือโตคิว แลนด์ คอร์เปอเรชั่น หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่นที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน 67 ปี ภายใต้การดำเนินธุรกิจของโตคิว ฟูโดซัง โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น บริษัทยักษ์ใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ซึ่งติดหนึ่งในบริษัทดัชนี Nikkei 225 มีมูลค่าทรัพย์สิน ณ สิ้นปีงบการเงินล่าสุดของญี่ปุ่น (31 มี.ค.64) ประมาณ 2,652,000 ล้านเยน หรือราว 790,000 ล้านบาท โดยการพิจารณามาร่วมทุนกับออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมั่นใจของบริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศต่อทั้งตัวออริจิ้นและการลงทุนในประเทศไทย 

 

ด้านนายมาซาโอกิ คาเนมัตซึ (Mr.Masaoki Kanematsu*กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด ณ ขณะที่ดำเนินการร่วมทุน กล่าวว่า การร่วมทุนพัฒนาโครงการวัน พญาไท ในครั้งนี้ ถือเป็นการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยครั้งแรกของบริษัทหลังจากพิจารณามองหาพันธมิตรที่เหมาะสมและมีชื่อเสียงในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับพันธมิตรด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือเช่นเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทมุ่งหวังว่าการร่วมทุนในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน และเป็นรากฐานสำคัญสู่การมองหาโอกาสสร้างความร่วมมือในธุรกิจด้านอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจพลังงานทดแทน รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถสร้างการเติบโตในอนาคตในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างประเทศไทย 

 

สำหรับโครงการวัน พญาไท  เป็นโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) สูง 31 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่ 1-3-0 ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองติดกับโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่พาร์ค ออริจิ้น พญาไท (Park Origin Phayathai) พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘’ONE STEP JOURNEY’’ เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตภายในโครงการ เพียง 1 ก้าว จากส่วนคอนโดที่พักอาศัย อีกทั้งเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่จะมีแบรนด์โรงแรมระดับโลก 2 แบรนด์ภายในอาคารเดียวกัน แบรนด์แรกคือ Hotel Indigo ซึ่งเป็นโรงแรมในคอนเซ็ปต์บูทีคโฮเทล ที่มีห้องพัก 210 ห้อง และอีกหนึ่งซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีอย่าง Holiday Inn Express ซึ่งมีห้องพัก 202 ห้อง โดยทั้งสองแบรนด์ภายใต้เครือ IHG Hotels & Resorts โครงการนี้จึงสามารถมอบประสบการณ์โรงแรมที่แตกต่างให้กับทั้งนักเดินทางที่มาเพื่อการท่องเที่ยวและนักเดินทางที่เดินทางมาเพื่อติดต่อธุรกิจในย่านใจกลางเมือง 

 

นอกจากนี้ ภายในอาคารยังประกอบด้วย พื้นที่เชิงพาณิชย์สำหรับร้านค้าและอาคารสำนักงาน 2,200 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมพื้นที่ใช้สอยกว่า 26,880 ตารางเมตร เพียง 200 เมตรจากรถไฟฟ้า สาย ได้แก่ BTS สายสีเขียวและแอร์พอร์ต เรลลิงก์ สถานีพญาไท สามารถเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินนานาชาติดอนเมือง วางแผนเริ่มก่อสร้างไตรมาส 3/2564 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2566 ซึ่งคาดว่าสถานการณ์ COVID-19 น่าจะคลี่คลายลงแล้ว 

 

ทั้งนี้ โครงการวัน พญาไท ได้ออกแบบภายใต้การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบโครงการ โดยมีการออกแบบส่วนพื้นที่สีเขียวด้านหน้าโครงการอย่างเหมาะสม และมีการเพิ่ม green façade ของโครงการในแนวตั้ง ซึ่งทำให้ลดความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร รวมถึงมีการออกแบบพื้นที่ช่องเปิดของอาคารให้มีขนาดเพียงพอให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งช่วยลดความร้อนที่เกินความจำเป็นและยังช่วยประหยัดการใช้พลังงานภายในอาคาร มีการคำนึงถึงการลดมลพิษของพื้นที่จอดรถของโครงการ โดยการออกแบบที่จอดรถอัตโนมัติในส่วนพื้นที่เหนือพื้นดิน และโครงการมีการใช้วัสดุก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และเป็นวัสดุที่มีค่าสะท้อนแสงน้อย เพื่อเป็นมิตรกับชุมชนรอบโครงการ 

 

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 86 โครงการ (ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 2/2564) เช่น แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ดิ ออริจิ้น (The Origin) ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), เคนซิงตัน (Kensington) และ บริทาเนีย (BRITANIA) รวมมูลค่าโครงการกว่า 134,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income Business) ภายใต้บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด  เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ อาคารสำนักงาน 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร 

ดัชมิลล์ ตอกย้ำผู้นำตลาดโยเกิร์ต เปิดตัวดัชชี่ พลัส+ โพรไบโอติก LPC-37 สายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจากเยอรมนี

 


ดัชมิลล์ เปิดตัวโยเกิร์ตถ้วย ดัชชี่ พลัส+ ใช้โพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ LPC-37 จากเยอรมนี ที่ช่วยปรับสมดุลของสภาวะอารมณ์ ระดับความสุขและระดับความกังวล ลดความเครียดสะสมจากภาวะการ work from home ตอบโจทย์ความต้องการอาหารคุณภาพเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดโยเกิร์ โดยยกระดับคุณประโยชน์ของโยเกิร์ตนอกเหนือจากเรื่องการขับถ่าย ให้ครอบคลุมสุขภาพลำไส้ ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพจิตใจ ตั้งเป้ายอดขายโยเกิร์ตดัชชี่ พลัส+ ที่ 100 ล้านบาท ในครึ่งหลังของปี 2564 นี้  

นางสาวระวิวรรณ มหาคชาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกลุ่มบริษัทดัชมิลล์ กล่าวว่า ปัจจุบัน “การที่ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง การ work from home หรือเรียนออนไลน์ ทั้งยังไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายนอกบ้านได้ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนอกจากจะเกิดผลเสียต่อสมองและอารมณ์แล้ว ยังส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำและเจ็บป่วยได้ง่าย โดยจากการศึกษาพบว่า ประมาณ 70% ของระบบภูมิคุ้มกันอยู่ที่ลำไส้  ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยและลำไส้จึงมีโอกาสที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น อาทิเช่น ไข้หวัด นอกจากนี้ยังพบว่า สมองและลำไส้ทำงานเชื่อมโยงกัน ยกตัวอย่าง เช่นเวลาเครียด ท้องไส้ก็จะปั่นป่วน หรือเวลาท้องผูกท้องเสีย อารมณ์ก็จะไม่ดี และ กว่า 95%ของเซโรโทนินซึ่งเป็นสารที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก ผลิตขึ้นที่ลำไส้ ดังนั้นหากเราเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน ระดับของสารเซโรโทนินอาจจะลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของเราทั้งระดับความสุขและระดับความกังวล  

เราจึงควรมาดูแลสุขภาพลำไส้ให้มากยิ่งขึ้น โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลากหลายให้ครบหมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีโพรไบโอติกเป็นส่วนประกอบ เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว หรือชีส เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยการทำงานของลำไส้ให้ดียิ่งขึ้น  โดยจุลินทรีย์ชนิดดีอย่างโพรไบโอติกเป็นมิตรต่อระบบทางเดินอาหาร  ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลากหลายสายพันธุ์ และหนึ่งในนั้นคือ สายพันธุ์ LPC-37  

ดัชมิลล์จึงได้ร่วมมือกับ IFF และสถาบันวิจัย Daacro GmbH & Co. Hb ประเทศเยอรมนี ในการศึกษา วิจัยและพัฒนาจนค้นพบโพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด สายพันธุ์ LPC-37 ที่พิสูจน์แล้วว่ามีส่วนช่วยในการลดความเครียดสะสม ทำให้ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น มาใส่เป็นส่วนประกอบในโยเกิร์ต ดัชชี่พลัสสูตรใหม่ พร้อมเสริมด้วยวิตามิน B12 ที่มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง และจากการศึกษาระบุว่าจุลินทรีย์โพรไบโอติกจะสามารถอยู่ในลำไส้ได้เพียงสองอาทิตย์ ดังนั้นจึงควรหมั่นเติมโพรไบโอติกเข้าสู่ร่างกายทุกวันเพื่อสร้างสมดุลการทำงานของระบบทางเดินอาหารและลำไส้อยู่เสมอ 

“ดัชมิลล์มีส่วนแบ่งตลาดโยเกิร์ตถ้วยมากกว่า 60% ภายใต้แบรนด์ดัชชี่ โดยมีผลิตภัณฑ์ถึง 4   แบรนด์ ที่มีส่วนผสมของโพรไบโอติกหลากหลายสายพันธุ์ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้เป็นการก้าวไปอีกขั้นของความเป็นที่หนึ่งในตลาดโยเกิร์ตและผู้เชี่ยวชาญด้านโพรไบโอติก ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศรวมถึงตลาดโยเกิร์ต ดัชมิลล์ในฐานะผู้นำตลาด จึงนำองค์ความรู้ด้านโยเกิร์ตและโพรไบโอติกสายพันธุ์ต่าง ๆ ผนวกกับนวัตกรรมที่มีอยู่มาพัฒนาโยเกิร์ตสูตรใหม่ เพื่อตอบโจทย์สุขภาพให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคปัจจุบันมากขึ้น อีกทั้งยังต้องการกระตุ้นให้ตลาดโยเกิร์ตกลับมาเติบโตตามเดิมหรือเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าโยเกิร์ตถ้วยดัชชี่ พลัส+ จะทำยอดขายได้ประมาณ 100 ล้านบาท ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นี้” คุณระวิวรรณ กล่าวเสริม 

โยเกิร์ตถ้วย “ดัชชี่ พลัส+” LPC-37 มีสองรสชาติใหม่ คือ รสส้มยูซุผสมเกล็ดส้ม และรสทับทิม ชาเอิร์ลเกรย์ผสมวุ้นมะพร้าว ขนาดบรรจุ 135 กรัม ราคา 15 บาท มีจำหน่ายแล้วทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ดัชชี่ พลัส ยังได้จัดทำและเผยแพร่ภาพอินโฟกราฟิก พร้อมออนไลน์วีดีโอเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการทำงานและประโยชน์ของโพรไบโอติก LPC-37 แบบง่ายๆ ให้รับรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์  

นอกจากนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์และคุณสมบัติของโพรไบโอติก LPC-37 ได้ที่ www.dutchmill.co.th/ourproducts/dutchieplus  

เคลียร์ใจครั้งใหญ่ “มาร์กี้” ยอมรับว่า เคยอยากเลิก ทำ “ป๊อก” หน้าช็อก

 


รายการ “ป๊อกกี้ on the run Season4 EP.31 ช่วงสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ ทำให้ “แดดดี้ป๊อก” กับ “หม่ามี้มาร์กี้” หากิจกรรมทำอยู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดครัวราศรี กับเมนูเครปฝรั่งเศส หลังจากโชว์ฝีมือเสร็จ “แดดดี้ป๊อก” กำลังเพลิดเพลินกับรสชาติ “มาร์กี้” เลยชวนเปิดใจ กับคำถามตรงโดนใจว่า “เคยคิดจะเลิกกันบ้างไหม” ซึ่ง “แดดดี้ป๊อก” คิดอยู่สักพักก็ตอบมาหนักแน่นว่าไม่เคยคิด แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ตีกันหนักที่สุด เสียใจมาก ซึ่งเป็นเรื่องของหมอฟัน!! แต่พอ “แดดดี้ป๊อก” ย้อนกลับมาถาม “มาร์กี้” บ้าง ในคำถามเดียวกัน ได้คำตอบว่า “เคยอยากเลิกนะ” ทำเอา “ป๊อก” ช็อค ตกใจนั่งตัวชา ซึมไปเลยทีเดียว    

เหตุการณ์หมอฟัน ที่ทำให้ “แดดดี้ป๊อก” กับ “หม่ามี้มาร์กี้” ทะเลาะกันจนเสียใจมากที่สุดของทั้งคู่ และความรู้สึกช่วงชีวิตที่ “มาร์กี้” เปิดใจยอมรับว่าคิดจะเลิกกัน!!  ติดตามชมบรรยากาศทั้งหมดเหล่านี้ได้ใน รายการ “ป๊อกกี้ on the run Season4 EP.31 ทางยูทูบMindset TV และติดตามชมย้อนหลังได้ทาง  https://youtu.be/IcaDXtj1sb0  และติดตามรายการตอนต่อไปได้ทุกวันเสาร์ เวลา 09:00 น. #ป๊อกกี้ontherunseason4


แอน จักรพงษ์ คว้า “ไมค์–ภัทรเดช” นั่งพรีเซนเตอร์คนใหม่ Dragon X เปิดตัวเพียงข้ามคืนยอดขายถล่มทลาย!

 


เรื่องคว้าดาราคนดังแถวหน้าของประเทศมารับหน้าที่พรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ภายใต้ JKN นั้น มาดาม แอน คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ขึ้นชื่อว่ายืนคว้ามาแทบจะหมดทั้งวงการแล้ว ครั้งนี้เปิดตัวอีกหนึ่งพระเอกแถวหน้าของไทย ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี เป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรสกัดผสมวิตามินรวม สินค้าใหม่ที่มีชื่อว่า “Dragon X (ดราก้อน เอ็กซ์) พร้อมได้รับรายงานข่าวมาว่าแค่เปิดตัวไมค์กับการร่วมงานครั้งสำคัญกับทาง JKN ยอดขายก็ถล่มทลาย เพียงชั่วข้ามคืน เรียกได้ว่าได้กระแสตอบรับไมค์ฟีเวอร์แรงดีไม่มีตก

 

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เผยว่า ขอบคุณไมค์ที่มาร่วมด้วยช่วยกัน ตัวมค์เองเหมาะสมกับการเป็นพรีเซนเตอร์ของ ดราก้อน เอ็กซ์ มากๆ ทั้งไลฟ์สไตล์ ที่เป็นคนชอบออกกำลังกาย ทำกิจกรรม Adventure เดินป่า ชอบเล่นกีฬาที่มันเอ็กซ์ตรีม รวมไปถึงการทำงานเองที่ต้องใช้พลังกายพลังใจ เอเนอร์จี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งไมค์ก็ได้ดื่มเองด้วยในชีวิตจริง ครั้งนี้ทำงานด้วยกันก็สนุกมากค่ะ เขามืออาชีพอยู่แล้ว หายห่วง

 

ด้านไมค์เอง ก็ได้เสริมต่อว่า ขอบคุณโอกาสดีๆ จากพี่แอน และ JKN ครับ ก่อนที่ผมจะรับงานพรีเซนเตอร์นั้น ผมเป็นคนที่ชัดเจนว่าจะต้องได้ทดลองผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก่อน ว่ามันส่งผลต่อตัวผมเองอย่างไรบ้าง ดีหรือไม่ ดราก้อน เอ็กซ์ ตอบโจทย์จริงๆครับ ไม่ได้อวย เพราะอยากขายของเลย เอาจริงๆนะ ผมตื่นเช้าไปกองถ่าย เข้าฉากจนดึกดื่น ก็ได้ ดราก้อน เอ็กซ์ นี่แหละ ช่วย รีเฟรช ให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่าพร้อมลุยเต็มที่กับการทำงาน

 

ไมค์เล่าต่อถึงบรรยากาศเบื้องหลัง การถ่ายทำหนังโฆษณาชุดใหม่ของ ผู้ชายพันธุ์แกร่งอย่างไมค์ เพื่อตอกย้ำแนวคิด “สู้กับทุกอุปสรรคของชีวิต ดื่ม Dragon X” ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ ประกอบด้วย ฉากหลักด้วยกันคือ หนึ่งฉากย้อนยุค ผมรับบทเป็น “หมอยา” ออกแนวหมอยาจีน การแต่งตัวก็ย้อนยุคแบบราชสำนักของจีนเลยครับ ชอบทุกการถ่ายทำ ตั้งแต่ฉากแรกเลยที่เราเป็นคนปรุงยาในสมัยก่อน มันแสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันว่ากว่าจะเป็น ดราก้อน เอ็กซ์ ได้เนี่ย เราคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างไร และสองคือฉากที่ตัดมาในชีวิตปัจจุบัน ได้เล่นเป็นวิศวกรที่ทำงานจนเหนื่อยและหลับไป โดยในฝันผมบู๊อย่างสุดเด็ดเผ็ดมันเลย อยากให้ทุกคน รอติดตามชมผลงานของผมกันนะครับ ฉากบู๊นี้ผมเล่นกับใคร บู๊ขนาดไหน ห้ามพลาดครับ

 

สำหรับเครื่องดื่ม Dragon X (ดราก้อน เอ็กซ์) นั้น มีส่วนผสมหลักที่สำคัญได้แก่ ถั่งเช่า โสม กระชายดำ พร้อมวิตามินรวม 13 ชนิด มาด้วยคุณประโยชน์เต็มขวด ในราคาเพียงขวดละ 15 บาทเท่านั้น หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ เช่น Lotus , Jiffy, Foodland ทุกสาขาทั่วประเทศ

ยูพีเอส ดึงไพรซ์วอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์ส (PwC) ช่วยภาคธุรกิจไทยรับมือข้อกำหนด ภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ สำหรับการนำเข้าสินค้าสู่สหภาพยุโรป

 


  • ลูกค้ายูพีเอสจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญในการลงทะเบียน การคืนสินค้า รวมถึงได้รับข้อมูลรายเดือนเกี่ยวกับการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม และข้อมูลล่าสุดอื่น ๆ เกี่ยวกับส่วนลดพิเศษ
  • ข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มของสหภาพยุโรปสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป
  • ผู้ส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซนอกสหภาพยุโรปจำเป็นต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Import One-Stop-Shop (IOSS) เพื่อลดปัญหาด้านค่าใช้จ่ายหรือความล่าช้าที่ไม่คาดคิด

 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 2 สิงหาคม 2564 - สหภาพยุโรปได้ออกข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อใช้กับการขายสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 โดยข้อกำหนดใหม่จะยกเลิกการเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้านำเข้าไปยังสหภาพยุโรปที่มีมูลค่าไม่เกิน 22 ยูโร นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอมาตรการพิเศษ สำหรับสินค้ามูลค่าต่ำที่นำเข้าจากประเทศหรือเขตการปกครองในโลกที่สามมาสู่สหภาพยุโรปอีกด้วย

 

Import One Stop Shop (IOSS) คือระบบออนไลน์ที่ช่วยลดความยุ่งยากในการแจกแจงและจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการขายสินค้าอีคอมเมิร์ซที่มูลค่าไม่เกิน 150 ยูโรที่นำเข้ามาในสหภาพยุโรป โดยระบบ IOSS จะมีการแจ้งเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อขณะทำการสั่งซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายหรือความล่าช้าที่ไม่คาดคิด อันเกิดจากพิธีการศุลกากร (Customs Clearance) ระหว่างการจัดส่งสินค้า

 

ภายใต้ระบบ IOSS ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะต้องแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของ IOSS แก่บริษัทผู้ขนส่ง เพื่อยื่นต่อหน่วยงานศุลกากร ทำให้มั่นใจว่าสินค้าจะไม่ถูกประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำซ้อนเมื่อมาถึงสหภาพยุโรป โดยธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกสหภาพยุโรปหรืออยู่ในประเทศที่ไม่มีข้อตกลงความร่วมมือด้านภาษีมูลค่าเพิ่มร่วมกัน จำเป็นต้องมอบหมายคนกลาง (Intermediary) เพื่อเข้าร่วมระบบ IOSS  ดังกล่าว

 

ยูพีเอสได้มีการร่วมมือกับที่ปรึกษาด้านภาษีชั้นนำอย่าง ไพรซ์วอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์ส (PwC)  เพื่อให้บริการเป็นคนกลาง (Intermediary Service) และเพื่อให้คำแนะนำและความช่วยเหลือในการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance Service) แก่ลูกค้าของยูพีเอสด้วยอัตราส่วนลดพิเศษ โดยส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้ ลูกค้าจะได้รับความช่วยเหลือด้านการลงทะเบียนใช้ระบบ IOSS และการยื่นรายงานการคืนภาษีของระบบ IOSS รวมถึงข้อมูลอัปเดตรายเดือนเกี่ยวกับการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มและข้อมูลล่าสุดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

 

นายสจ๊วต ลันด์ รองประธานบริหารฝ่าย International Package Customs Brokerage ที่ยูพีเอส กล่าวว่า “ภารกิจสำคัญสำหรับเราคือการคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือลูกค้าของเรากว่า 220 ประเทศ และเขตการปกครองทั่วโลก ตลอดจนช่วยส่งเสริมพวกเขาให้แข่งขันได้ในระดับสากลและในขณะเดียวกันก็มอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า เราส่งเสริมให้ธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกสหภาพยุโรปใช้บริการนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถนำเสนอประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ทั้งโปร่งใสและราบรื่นให้กับลูกค้าในสหภาพยุโรปได้ต่อไป”

 

ลูกค้าอีคอมเมิร์ซของยูพีเอสที่ตั้งอยู่นอกสหภาพยุโรปสามารถลงทะเบียนรับบริการความช่วยเหลือด้านบริการคนกลาง (Intermediary Service) และความช่วยเหลือในการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance Service) ของระบบ IOSS จากพีดับบลิวซี ได้ที่เว็บไซต์ PwC.be

 

หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงด้านข้อกำหนดภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรปและผลกระทบต่อธุรกิจและผู้บริโภค สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ UPS.com

 

*บริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจของพีดับบลิวซี (PwC Business Advisory Services BV) ประสิทธิภาพการบริการของพีดับบลิวซีจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการตอบรับ และการอนุมัติต่างๆ ที่จำเป็นของลูกค้าตลอดขั้นตอน คำว่า "ลูกค้า" ในที่นี้หมายถึงลูกค้าของยูพีเอส ที่เลือกรับบริการจากพีดับบลิวซี และผ่านขั้นตอนการตอบรับของพีดับบลิวซี

 

ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มผ่านบริการ Food Delivery Service ภายใต้มาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัยสูงสุด

 


ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีนโยบายผ่อนคลายมาตรการสำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า สามารถเปิดให้บริการอาหารและเครื่องดื่มผ่านบริการ  Food Delivery Service  ซี่งผู้ประกอบการร้านอาหาร ทั้งไอคอนสยาม และวันสยาม  มีความพร้อมให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามภายใต้มาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัยสูงสุด  

 

ทั้งนี้ สำหรับร้านอาหารทั้งไอคอนสยาม และวันสยาม ที่ผนึกกำลังศูนย์การค้าได้แก่ สยาม
พารากอน สยามเซ็นเตอร์  พร้อมเปิดให้บริการผ่าน Food Delivery Service ทุกแอปพลิเคชั่น ทั้ง Line Man , Grab Food, True Food และ Robinhood ในวันที่ สิงหาคม เป็นต้นไป  มีทั้งสิ้นกว่า 100 ร้าน โดยร้านอาหารในไอคอนสยาม รวมทั้งร้านอาหารในห้างสรรสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ และสุขสยาม  ที่เปิดบริการ ได้แก่ Café Chilli (คาเฟ่ ชิลลี่)Fire Tiger Bar & Restaurant (โรงเตี๊ยมเสือพ่นไฟ)
Ros’ niyom  (รสนิยม)Greyhound Café (เกรย์ ฮาวนด์ คาเฟ่),Nice Two Meat U (ไนซ์ ทู มีท ยู), แหลมเจริญซีฟู้ด, หรือจะเป็นขนมและเครื่องดื่ม อาทิ %Arabica (%อะราบิก้า), After You (อาฟเตอร์ ยู)Kamu Tea (คามูที)Katsukura (คัตสึคุระ), Tsukiji Takewaka (ซึกิจิ ทาเควะกะ), Unaji Toku (อูนางิ โทคุ) นอกจากนี้ยังมีอีกมากมายว่า 60 ร้านให้เลือกสรรเมนูโปรด  

ด้านร้านอาหารวันสยามที่พร้อมเปิดให้บริการขายเดลิเวอรี่ สยามพารากอน  ได้แก่ Amici by Pomodoro (อมิชี่ บาย โพโมโดโร), Four Seasons (โฟร์ ซีซั่นส์), Nara Thai Cuisine (นารา ไทย ควิซีน), Oishi Grand (โออิชิ แกรนด์), Taling Pling (ตะลิงปลิง), Wang Jia Sha (วัง เจีย ชา) ส่วน สยามเซ็นเตอร์  ได้แก่ Mo Mo Paradise (โม โม พาราไดซ์),Yuzu Suki (ยูซุ สุกี้),Yayoi (ยาโยอิ), Flash Coffee (แฟลช คอฟฟี่) และยังมีร้านอีกมากมาย  

 

ทางไอคอนสยาม และวันสยาม  รวมทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารภายในศูนย์ฯ  ยังคงเน้นย้ำมาตรการสุขอนามัยอย่างเข้มข้นสูงสุดตามแนวทางปฏิบัติที่ศบค.กำหนด  ซึ่งได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด อาทิ 

 

1. ผู้ประกอบการร้านอาหาร และพนักงานทุกคน ต้องปฏิบัติตามมาตรการ DMHT มีการเว้นระยะห่างระหว่างกัน  สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์เป็นประจำหรือล้างมือบ่อยๆ และตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน  ทั้งนี้ ไอคอนสยาม และวันสยาม ยังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและพนักงานที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19  และมีสุขภาพสมบูรณ์พร้อมปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด   

  

2. มาตรการจัดจุดสำหรับรอรับอาหารของพนักงานส่งสินค้า โดยเน้นมาตรการรักษาความสะอาด ปลอดภัย ในการรับส่งสินค้าเดลิเวอรี่ และบริษัทขนส่งต่างๆ อย่างเข้มงวด ซึ่งทางศูนย์ ได้กำหนดทางเข้า-ออก จุดบริการ และจุดรอสินค้าอย่างปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นยังได้เพิ่มมาตรการความสะอาด ด้วยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณจุดจอดรถของไรเดอร์ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งต่อวัน  

  

3. เน้นย้ำมาตรการสวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด ให้พนักงานส่งอาหารทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนรับสินค้าทุกครั้ง รักษาการเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างเคร่งครัด   

  

สำหรับลูกค้าสามารถสั่งบริการเดลิเวอรี่เมนูอร่อยจากร้านชื่อดังทั้งในไอคอนสยามและวันสยาม ได้จากทุกบริการ Food Delivery ทุกแอปพลิเคชั่น  ทั้ง Line Man, Grab Food, True Food  และ Robinhood   พิเศษยิ่งขึ้น ไอคอนสยามและวันสยาม  มีแคมเปญส่วนลดพิเศษร่วมกับ Robinhood ภายใต้ชื่อ Taste of Siam x Robinhood”  ที่จะช่วยให้ลูกค้าได้อาหารที่ถูกใจพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ยังเป็นการรวมพลังสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร หล่อเลี้ยงสร้างอาชีพให้ผู้คนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร รวมถึงเหล่าไรเดอร์นับหมื่น ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาอันท้าทายนี้ไปได้ด้วยกัน 

 

ทั้งนี้ ไอคอนสยาม และศูนย์การค้ากลุ่มวันสยามซึ่งประกอบด้วย สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ ยังคงปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัยอย่างเข้มข้นสูงสุด เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทร. 02-610-8000 หรือ Facebook : OneSiam และไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM   

 

“เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” จัดแคมเปญ “8.8.8” คัด 8 ยูนิตพร้อมอยู่ พบกับดีลพิเศษราคาลับ เฉพาะวันที่ 8 เดือน 8 เท่านั้น

 


เข้าสู่เดือนสิงหาคม หลายๆคนคงเตรียมรอวันดีเดย์ วันที่ เดือน 8 เพราะเป็นเทศกาลแห่งการจัดโปรสุดคุ้ม เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จัดหนัก ต้องรีบคว้า กับแคมเปญ “8.8.8 เทส่วนลดหมดหน้าตัก” คัดยูนิตสวย ราคาสุดคุ้ม จาก โครงการ มาเอสโตร 03 รัชดา – พระราม 9  และ มาเอสโตร 19 รัชดา19 – วิภา คอนโดมิเนียม Low Rise พร้อมอยู่ ใกล้รถไฟฟ้า เลี้ยงสัตว์ได้ จำนวนจำกัดเพียง 8 ยูนิต/โครงการ มาก่อนได้ก่อนกับราคาที่ดีที่สุ เพียง 2.xx ลบ.เตรียมพบกับดีลลับราคาพิเศษพร้อมกันในวันที่ เดือน 8 วันเดียวเท่านั้น สามารถลงทะเบียนเพื่อนัดชมโครงการล่วงหน้าได้ที่ www.major.co.th/th/promotion/maestro888 หรือชมโครงการออนไลน์แบบ Major Private Virtual Tour โดยมีเจ้าหน้าที่พาชมโครงการแบบเรียลไทม์ ผ่าน VDO Call ติดต่อสอบถามผ่าน LINE Official Account @majordevelopment หรือโทร 02-116-1111 งานนี้ใครพลาดแล้วจะเสียใจ 

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด 

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...