วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564

“ฉัตร์ชัยเดชา” ไปไม่ถึงฝัน โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020

 


สิงหาคม 2564 – สด” ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ปิดฉากสังเวียนทีมชาติอย่างเป็นทางการแล้ว หลังชกพ่าย ลาซาโร่ อัลวาเรซ จากคิวบา ตกรอบ 8 คนสุดท้าย ชวดเหรียญโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 

 

การแข่งขันมวยสากลกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 เมื่อวันที่ 1 .ที่สนามแข่งขันโกกุคุกิคัง อารีน่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รุ่นเฟเธอร์เวต 57 กก.าย รอบ 8 คนสุดท้าย ซึ่งผู้ชนะในรอบนี้จะการันตีเหรียญทองแดง “สด” ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ดวลหมัดกับ ลาซาโร่ อัลวาเรซ จากคิวบา โดยชื่อชั้นดีกรีนักชกไทยค่อนข้างเป็นรอง แต่เกมการชกค่อนข้างคู่คี่สูสี ก่อนที่การชกครบ 3 ยก เป็นนักชกคิวบาที่เอาชนะไป 3-2 เสียง ส่งผลให้ ฉัตร์ชัยเดชา ตกรอบ 

 

 “สด” กล่าวว่า ไม่เสียใจเลยกับโอลิมปิกเกมส์หนนี้รวมถึงการชกที่ตนทำอย่างเต็มที่แล้ว เราทั้งคู่มีประสบการณ์พอ ๆ กันทำให้รู้ชั้นเชิงกันดี แต่ความเป็นคิวบาก็คือคิวบาเขายังมีสไตล์ที่รวดเร็วชกยาก มาถึงตรงนี้ตนมีความภาคภูมิใจมากกับหน้าที่ของตัวเองที่ทำให้คนไทยมาเชียร์และมีความสุขในรอบหลายปีที่ผ่านมา ที่ขาดไม่ได้คือขอบคุณครอบครัวลูกและภรรยาที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอดในยามที่มีทุกข์และสุข เล่นเดียวกับคนไทยทุกคนที่ตามเชียร์ให้กำลังใจทุกครั้งเวลาที่ขึ้นชก โอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของตนเพราะอายุมากแล้ว แต่เสียดายที่ไปไม่ถึงฝัน และขอประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการ

 

สำหรับผลการชกอีกรุ่นของไทยในวันเดียวกัน ในรอบ 8 คนสุดท้ายรุ่น 51 กก.หญิงเฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์  แพ้ บูเซนาซ ชาคิโรกลู จากตุรกี 0-5 สียง ทำให้ทีมกำปั้นไทยเหลือลุ้นอีกเพียงคนเดียวจาก “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี ในรุ่น 60 กก.หญิง ที่จะพบ ซิมรานจิต คาอูร์ จากอินเดีย วันที่ 3 สิงหาคม เวลา 10.50 .ถ้า “แต้ว” ชนะในไฟท์นี้ นักชกไทยจะคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จในรอบ 9 ปี แต่ถ้าแพ้ จะทำให้ทีมกำปั้นไทยชวดเหรียญในโอลิมปิกเกมส์ สมัยติดต่อกัน

“ชาฟเฟลเล่” คว้าทองกอล์ฟชาย โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 “แจ๊ส” จบที่ 27 ร่วม “กัญจน์” รั้ง 45 ร่วม

 


สิงหาคม 2564 – ซานเดอร์ ชาฟเฟลเล่ โปรมือ 5 ของโลกชาวอเมริกัน พัตต์เซฟพาร์จากระยะ 2 ฟุตที่หลุมสุดท้ายทำสกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 266 เฉือนชนะ รอรี่ย์ ซับบาตินี่ จากสโลวาเกีย สโตรคเดียว คว้าเหรียญทองกอล์ฟประเภทบุคคลชายกีฬา โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่สองโปรหนุ่มจากไทย อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ คว้าอันดับ 27 ร่วม และ กัญจน์ เจริญกุล คว้าอันดับ 45 ร่วม

           

การแข่งขันครั้งนี้ชิงชัยกันทั้งสิ้น 2 เหรียญทอง ณ สนามกอล์ฟ คาซูมิกาเซกิ คันทรี คลับ แบบพาร์ 71 ประเภทบุคคลชาย แข่งขันระยะ 7,447 หลา ระหว่างวันที่ 29 ก.ค. - 1 ส.ค. ขณะที่ประเภทหญิงแข่งขันระยะ 6,648 หลา ระหว่างวันที่ 4 - 7 ส.ค.  โดยสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ โดยนายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมส่ง 4 ตัวแทนทีมชาติ ประเภทชายประกอบด้วย "โปรแจ๊ส" อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ และ โปรกัญจน์ เจริญกุล ขณะที่ประเภทหญิง ประกอบด้วย "โปรเหมียว" ปภังกร ธวัชธนกิจ และ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล

           

จบการแข่งขันรอบสุดท้ายต้องลุ้นกันจนถึงพัตต์สุดท้าย เมื่อ ซานเดอร์ ชาฟเฟลเล่ สวิงวัย 27 ปี ชาวอเมริกัน พัตต์เซฟพาร์จากระยะ 2 ฟุต จบสกอร์รอบนี้เข้ามาอีก 4 อันเดอร์พาร์ 67 จากผลงาน 5 เบอร์ดี้ 1 โบกี้ ทำสกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 266 คว้าเหรียญทองให้กับทัพสวิงอเมริกันสำเร็จ ขณะที่ รอรี่ย์ ซับบาตินี่ โปรชาวสโลวาเกีย โชว์ฟอร์มร้อนแรงหวดสถิติโอลิมปิกเข้ามา 10 อันเดอร์พาร์ 61 (ทุบสถิติเก่าของ แม๊ตต์ คูชาร์ ที่ ริโอเกมส์ 2016) จากผลงาน 1 อีเกิ้ล 10 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ ทำสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 267 รับเหรียญเงินไปครอง

           

“โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ สวิงชาวไทย ทำเพิ่มเข้ามาในวันนี้อีก 3 อันเดอร์พาร์ 68 โดย 9 หลุมแรก อติวิชญ์ สตาร์ทด้วยการทำ 2 เบอร์ดี้ติดที่หลุม 5 และ 6 ก่อนมาเสียโบกี้ที่หลุม 9 จบช่วงแรกสกอร์ อันเดอร์ มารอบหลังทำอีก 2 เบอร์ดี้ติดที่หลุม 13 และ 14 ก่อนเสียโบกี้ที่หลุม 16 ก่อนจะเก็บอีกเบอร์ดี้ที่หลุม 17 ทำสกอร์วันนี้ไป 5 เบอร์ดี้ 2 โบกี้ สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 275 จบอันดับ 27 ร่วม

 

อติวิชญ์ อดีตมือหนุ่งเอเชียน ทัวร์ 2019 จากหัวหิน เผยว่า "ผมมีความสุขมากที่ได้มาแข่งที่นี่ การได้อยู่ในหมู่บ้านนักกีฬาถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งรู้สึกดีๆกับการได้เล่นในฐานะตัวแทนของประเทศ ความรู้สึกหลังจบการเล่นรอบแรกมันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่ทำได้ถึง 7 อันเดอร์พาร์ และทำช็อตสวยๆหลายช็อต แค่ไม่ค่อยพอใจกับผลงานของตัวเองใน 3 วันสุดท้าย จะพยายามเก็บแต่ความทรงจำที่ดีๆ กับการแข่งขันแบบนี้ แม้ว่ามันออกจะต่างจากทัวร์นาเมนท์ทั่วไป ที่ต้องกังวลกับเรื่องผลการแข่งขันมากกว่าปกติ แต่ผมก็พยายามไม่หัวเสียง่ายๆ และพยายามสนุกกับการเล่น หลังจากทราบว่าไม่มีลุ้นที่จะคว้าเหรียญแล้ว"

           

ขณะที่ กัญจน์ เจริญกุล โปรไทยอีกรายรอบนี้ทำสกอร์เพิ่มเข้ามาอีก 4 อันเดอร์พาร์ 67 โดยรอบนี้ กัญจน์ ทำเบอร์ดี้ตั้งแต่หลุมแรก ก่อนเก็บพาร์จนจบ 9 หลุมแรก มา 9 หลุมหลังเริ่มบุกเต็มที่ มาทำเบอร์ดี้ที่หลุม 11 และมาเสียโบกี้ที่หลุม 12 และเก็บเพิ่มอีก 3 เบอร์ดี้จากหลุม 1315 และ 17 จบวันนี้ด้วยผลงาน 5 เบอร์ดี้ 1 โบกี้ ทำสกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 280 รั้งอันดับ 45 ร่วม

           

กัญจน์ โปรหนุ่มจากพังงา เผยหลังจบเกมว่า "โดยรวมถือว่าน่าพอใจ เพราะเหมือนว่าเจออะไรบางอย่างในช่วง 9 หลุมหลัง ทำให้เกมดีขึ้น แต่ก็ถือว่ามาช้าเกินไป ดีใจมากที่ได้รับโอกาสเล่นให้กับทีมชาติไทยในโอลิมปิกครั้งนี้ หากได้รับโอกาสครั้งหน้าก็อยากจะทำผลงานให้ดีกว่านี้ สำหรับผลงานในครั้งนี้อาจจะไม่ดีเหมือนที่หวัง แต่ก็ไม่แย่จนรับไม่ได้ ด้านสภาพร่างกายในตอนนี้ก็ยอมรับว่าฟิตไม่เต็มร้อย ทำให้ใส่แรงได้ไม่เต็มที่ ยอมรับว่าตื่นเต้นกับการได้ลงแข่งในเวทีที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ เพราะเป็นครั้งแรกของตัวเองด้วย อีกทั้งเล่นเพื่อประเทศชาติ รู้สึกกดดันพอสมควร จะพยายามนำเอาประสบการณ์จากการเล่นในครั้งนี้ไปปรับปรุงเพื่อทำผลงานให้ดีขึ้น"

           

ด้านการลุ้นเหรียญทองแดง มีนักกอล์ฟสกอร์มาเสมอกันที่ 15 อันเดอร์พาร์ 269 ถึง 7 คน ประกอบไปด้วย ซีที.แพน จากไต้หวันคอลลิ่น โมริคาว่า จากสหรัฐมิโต เปเรร่า จากชิลีเซบาสเตียน มูนยอซ จากโคลอมเบียรอรี่ย์ แม็คอิลรอย จากไอร์แลนด์ฮิเดกิ มัตซึยาม่า จากญี่ปุ่น และ พอล แคซี่ย์ จากอังกฤษ ต้องดวล โฮล-บาย-โฮล เพลย์ออฟ ซึ่งใช้หลุม 1810 และ 11 ซึ่งต้องดวลกันถึงรอบที่ 4 ก่อนจะเป็น ซี.ที.แพน จากไต้หวัน ที่คว้าเหรียญทองแดงไปได้อย่างสนุก

           

สำหรับการแข่งขันกอล์ฟในกีฬาโอลิมปิก ยังเหลือการแข่งขันในประเภทบุคคลหญิง ซึ่งจะดวลกันระหว่างวันที่ 4 - 7 ส.ค. นี้ ณ สนามเดียวกันนี้ ซึ่งทีมสวิงไทยประกอบด้วย "โปรเหมียว" ปภังกร ธวัชธนกิจ สวิงมือ 13 ของโลก และ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล มืออันดับ 21 ของโลก ที่จะลงสนามปะทะกับยอดโปรสาวชั้นนำระดับโลก

สรุปผลการแข่งขันกอล์ฟบุคคลชาย โอลิมปิก เกมส์ โตเกียว 2020

1. ซานเดอร์ ชาฟเฟลเล่ (สหรัฐ) (-18) 68-63-68-67 266 (เหรียญทอง)

2.รอรี่ย์ ซับบาตินี่ (สโลวาเกีย) (-17) 69-67-70-61 267 (เหรียญเงิน)

3.ซี.ที.แพน (ไต้หวัน) (-15) 74-66-66-63 269 (เพลย์ออฟ) (เหรียญทองแดง)

4.คอลลิ่น โมริคาว่า (สหรัฐ) (-15) 69-70-67-63 269

4.มิโต้ เปเรร่า (ชิลี) (-15) 69-65-68-67 269

4.เซบาสเตียน มูนยอซ (โคลอมเบีย) (-15) 67-69-66-67 269

4.รอรี่ย์ แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) (-15) 69-66-67-67 269

4.ฮิเดกิ มัตซึยาม่า (ญี่ปุ่น) (-15) 69-64-67-69 269

4.พอล แคซี่ย์ (อังกฤษ) (-15) 67-68-66-68 269

 

นักกีฬาไทย

27.อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ (ไทย) (-9) 64-71-72-68 275

45.กัญจน์ เจริญกุล (ไทย) (-4) 71-71-71-67 280


ฉลาม-เงือกไทย ผลงานน่าพอใจในโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020

 


สิงหาคม 2564 – จอย” เจนจิรา ศรีสอาด และ “วน์” นวพรรษ วงษ์เจริญ ปิดสระโอลิมปิกเกมส์โตเกียว 2020 ทำสถิติน่าพอใจ แม้ไม่ถึงรอบชิงเหรียญ

           

พล..เจริญ นพสุวรรณ ประธานฝ่ายกีฬาว่ายน้ำสมาคมกีฬาว่ายน้ำเเห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า นักว่ายน้ำไทยที่ได้สิทธิไวลด์การ์ดลงเเข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์โตเกียว 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น 2 คน ได้แก่ “จอย” เจนจิรา ศรีสอาด และ “ไวน์” นวพรรษ วงษ์เจริญ ตั้งใจทำผลงานอย่างเต็มที่แล้ว แม้จะไปผ่านเข้ารอบชิงเหรียญ 

           

สำหรับ เจนจิราในท่าฟรีสไตล์ 50 เมตร ซึ่งไม่สามารถทำลายสถิติประเทศไทย 25.32 วินาที ของตัวเอง แต่ก็เป็นเวลาที่ดีที่สุดในอาเซียน เหนือนักว่ายน้ำสิงคโปร์ ที่เป็นเจ้าของสถิติเหรียญทองซีเกมส์ครั้งล่าสุดในปี 2019 และเป็นอันดับ 4 ของเอเชีย นับว่าเจนจิรา เป็นความหวังเหรียญทองในกีฬาซีเกมส์และเอเชี่ยนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ของไทย ซึ่งสมาคมฯจะดูและ 2 นักว่ายน้ำทีมชาติอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยทั้งคู่จะเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 3 ..และเข้ารับการกักตัว ในโครงการภูเก็ตเเซนด์บ็อกซ์ ที่.ภูเก็ต

           

เจนจิรา กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศการแข่งขันว่ายน้ำในโอลิมปิกเกมส์สมัยแรก แม้จะไม่เปิดให้มีผู้ชมก็ตาม ซึ่งก่อนแข่งมั่นใจว่าจะทำผลงานออกมาได้ดี  ท่าที่ตนเองถนัด คือ ฟรีสไตล์ 50 เมตร ก็พอใจที่จบอันดับที่ 42 จากนักกีฬา 51 คน ที่ลงแข่งขัน ต้องยอมรับว่าเมื่อเจอกับนักกีฬาระดับโลก รู้ว่าตัวเองยังดูห่างชั้นอยู่มาก แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการพัฒนาตัวเอง เพื่อไปสู่ในโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ต่อไป 

           

ในขณะที่ นวพรรษ กล่าวว่า ท่าผีเสื้อ 100 เมตร นับว่าเป็นการว่ายที่เร็วที่สุดของตนแต่ช้าไปเพียงครึ่งวินาทีเท่านั้นก็จะทำลายสถิติประเทศไทย ส่วนท่าถนัดอย่างผีเสื้อ 200 เมตร ยังคิดว่าทำได้ไม่ดี เพราะลงเเข่งเป็นรายการเเรก แต่การได้ลำดับที่ 34 จากนักกีฬาทั้งหมด 39  คิดว่าดีที่สุดเเล้ว

“จุฑามาศ” พ่ายคู่ปรับตุรกี ตกรอบ 8 คนสุดท้าย โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020

 


สิงหาคม 2564 – “เฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ พ่ายนักชกตุรกีคู่ปรับเก่าตกรอบ คนสุดท้าย มวยสากลหญิงกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ดยนักมวยสากลหญิงของไทยยังเหลือลุ้นอีก 1 รุ่นคือ “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี ที่ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ในวันที่ 3 สิงหาคม 

           

การแข่งขันมวยสากลกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 เมื่อวันที่ 1 .ที่สนามแข่งขันโกกุคุกิคัง อารีน่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นการชกรอบ 8 คนสุดท้าย ในรุ่น 51 กก.หญิง “เฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์  พบกับ บูเซนาซ ชาคิโรกลู จากตุรกี 

           

เริ่มต้นยกแรกทั้งคู่ยังดูเชิงกันอยู่ ก่อนที่สาวตุรกีชิงดักต่อยได้อย่างแม่นยำ เป็นฝ่ายทำคะแนนนำ ทำให้สาวไทยต้องเดินเข้าหาแต่คลำหาเป้าไม่เจอกลับถูก ชาคิโรกลู ดักต่อยกลับมาหลายหมัด จนครบ ยก บูเซนาซ ชาคิโรกลู จากตุรกี เป็นฝ่ายชนะคะแนนขาดลอย 5-0 เสียง ได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป ส่วน จุฑามาศ ตกรอบ 8 คนสุดท้าย

           

จุฑามาศ กล่าวว่า เสียใจที่ไม่สามารถเข้ารอบตัดเชือกได้ แต่ก็ทำเต็มที่แล้ว เรื่องของกีฬามีแพ้ มีชนะการเข้าถึงรอบ 8 คนถือว่าเกินจากเป้าหมายแล้วสำหรับโอลิปปิกเกมส์ครั้งแรก ตนจะนำประสบการณ์จากครั้งนี้กลับไปพัฒนาฝีมือให้กล้าแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อโอกาสกลับไปแก้มือที่โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ขอขอบคุณสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยฯ รวมถึงผู้ฝึกสอน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่คอยเป็นกำลังใจให้โอกาสและสนับสนุนตนมาตลอด  

           

สำหรับนักมวยสากลหญิงของไทยยังไม่เคยได้เหรียญกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โดยยังเหลือลุ้นอีก 1 รุ่นคือ “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี ที่ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย จะพบกั แคโรไลน์ ดูบัวส์ (สหราชอาณาจักรวันที่ 3 สิงหาคม 

“คีริน” วิ่ง 10,000 เมตร เข้าเส้นชัยอันดับ 23 โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020

 


30 กรกฎาคม 2564 – คีริน ตันติเวทย์ ปอดเหล็กไทยเบียดความแกร่งของจอมอึดระดับโลกไม่ไหวเข้าเส้นชัยอันดับ 23 ในการวิ่ง 10,000 เมตร โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ด้วยเวลา 29.01.92 นาที ขณะที่ บาเรก้า เซเลม่อน จากเอธิโอเปียเร่งสปีดแซงนำเข้าวินคว้าเหรียญทองได้สำเร็จด้วยเวลา 27.43.22 นาที โดยมี โจซัว เซปเตไก แชมป์โลกจากยูกันดา คว้าเหรียญเงินด้วยเวลาที่ห่างกันไม่กี่วินาที 

 

การแข่งขันกรีฑาโอลิมปิกเกมส์ ตเกียว2020 ที่โอลิมปิกสเตเดียม กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ชิงชัยเหรียญทองแรกวิ่ง 10,000 เมตรชาย ซึ่งรายการนี้มีนักวิ่งปอดเหล็กของไทย "คีริน ตันติเวทย์เจ้าของ 2 เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 30 วัย 24 ปี ที่อยู่อันดับ157 ของโลกร่วมลงแข่งขันท่ามกลางนักวิ่งระดับท็อปเท็นของโลกที่ลงแข่งถึง  7 คน ไม่ว่าจะเป็น โจซัว เซปเตไก แชมป์โลกและเจ้าของสถิติโลกที่ 26.11.00 จากยูกันดา ร่วมด้วย ยมิฟ เคเจลชา(เอธิโอเปีย), อาเม็ โมแฮมเม็ด (แคนาดาเชื้อสายโซมาเลีย), ร็อดเจอร์ เคมมอย (เคนย่า), โรเน็กซ์ คิปรูโต้ (เคนย่า), ยาค็อป คิปลิโม่ (ยูกันดา), บาเรก้า เซเลม่อน(เอธิโอเปีย

 

คีริน เผยว่า “รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มาวิ่งโอลิมปิกครั้งแรก แต่อากาศร้อนมาก ตอนฝึกซ้อมที่ยูทาห์ ไม่ร้อนเท่านี้ ที่นั่นประมาณ 85 ฟาเรนไฮต์ ที่นี่มีความชื้นด้วย ตนไม่ค่อยพอใจสถิติไม่ดีเลย มันยากมาก ผมต้องฝึกอีกซ้อมอีก ปีหน้าอยากทำดีกว่านี้ หลังจากที่วิ่งไปแล้ว 2-3 กิโลเมตร ก็รู้สึกว่ามันยากมาก หายใจไม่ดี ตอนนี้เรียนจบแล้ว วิ่งเป็นอาชีพแล้วครับตอนนี้"

 

นอกจากนี้ยังมี 2 นักวิ่งเจ้าภาพ อาริกะ ไอซาว่า  กับ ทัตซึฮิโก อิโตะ ลงชิงชัยด้วย โดยวิ่งกันทั้งหมด 25 รอบ  

คีริน ลงแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ด้วยสถิติเวลาที่ 27.17.14 นาที ซึ่งทำไว้กุมภาพันธ์ปีนี้ ส่วนผลการแข่งขันปรากฏว่า คีริน วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนที่ 23 ด้วยสถิติเวลา 29.01.92 นาที ส่วนเหรียญทองเป็นของ บาเรก้า เซเลม่อน นักวิ่งปอดเหล็กจากเอธิโอเปียวัย 21 ปี ที่เกาะกลุ่มผู้นำมาตั้งแต่แรกและมาเร่งสปีดเบียดแซงขึ้นมานำในช่วงการวิ่งรอบสุดท้ายและเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 27.43.22 นาทีเหรียญเงินเป็นของ โจซัว เซปเตไก แชมป์โลกชาวยูกันดา เวลา 27.43.63 นาที  และเหรียญทองแดง ยาค็อปคิปลิโม่ จากยูกันดา เวลา 27.43.88 นาที

“โปรแจ๊ส” รั้งอันดับ 28 ร่วม “ชาฟเฟลเล่” นำต่อรอบ 3 กอล์ฟโอลิมปิก 2020

 


31 กรกฎาคม 2564 – “โปรแจ๊ส อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ โปรหนุ่มชาวไทย ทำ 1 โอเวอร์พาร์ 72 ในรอบ 3 รั้งอันดับ 28 ร่วม ศึกกอล์ฟประเภทบุคคลชาย กีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ด้าน ซานเดอร์ ชาฟเฟลเล่ สวิงชาวอเมริกัน ฟอร์มดีต่อเนื่อง นำต่อที่สกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 199 ขณะที่ กัญจน์ เจริญกุล อยู่อันดับ 49 ร่วม   


การแข่งขันครั้งนี้ชิงชัยกันทั้งสิ้น 2 เหรียญทอง ในประเภทบุคคล ชายและหญิง โดยประเภทชายแข่งขันระยะ 7,447 หลา ระหว่างวันที่ 29 ก.ค. - 1 ส.ค. ขณะที่ประเภทหญิงแข่งขัน 6,648 หลา ระหว่างวันที่ 4 - 7 ส.ค. ณ สนามกอล์ฟคาซูมิกาเซกิ คันทรี คลับ แบบพาร์ 71 โดยสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ โดยนายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมได้ส่ง 4 ตัวแทนทีมชาติ ประเภทชายประกอบไปด้วย “โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ และ โปรกัญจน์ เจริญกุล ขณะที่ประเภทหญิง ประกอบด้วย “โปรเหมียว” ปภังกร ธวัชธนกิจ และ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล

 

จบการแข่งขันรอบที่ 3 เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ก.ค. 2564 "โปรแจ๊ส" อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ สวิงหนุ่มจากไทย ทำสกอร์รอบนี้ไป 1 โอเวอร์พาร์ 72 โดยสตาร์ทด้วยการเสียโบกี้่ที่หลุม 1 ก่อนประคองเซฟพาร์จนถึงหลุม 11 พาร์ 4 ทำเบอร์ดี้แรกของวัน และทำอีกเบอร์ดี้ที่หลุม 15 ก่อนมาเสีย 2 โบกี้ในหลุม 16 กับ 18 ทำให้สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 207 รั้งอันดับ 28 ร่วม

 

โปรหนุ่มวัย 25 ปีจากหัวหิน เผยหลังจบรอบสามว่า "ผมคิดว่าในวันแรกมันมีอะไรประจวบเหมาะหลายๆ อย่าง แต่เหมือน 2 วันที่ผ่านมาทุกอย่างมันหยุดชะงักไปหมด เมื่อวานนี้ยอมรับว่าเกมแย่ แต่วันนี้มันแย่เข้าไปอีก ผมไม่สามารถจะผลักดันตัวเองในการทำแต้มได้เลย และยอมรับว่าเล่นแย่มาก จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง"

           

อย่างไรก็ดี สวิงมือหนึ่ง เอเชียน ทัวร์ ปี 2019 กล่าวว่า "บางครั้งคุณอาจจะเล่นได้ดี บางครั้งก็แย่ มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอในเกมกอล์ฟ มันก็เป็นอีกวันที่เราเล่นมันไม่ได้ดี ก็หวังว่าผมจะนอนหลับในค่ำคืนนี้ และตื่นนอนเพื่อกลายเป็นคนใหม่ในวันพรุ่งนี้ เพราะพรุ่งนี้ผมไม่สามารถจะเล่นแบบนี้ได้อีกแล้ว"

           

ขณะที่ ซานเดอร์ ชาฟเฟลเล่ โปรมือ 5 ของโลก ยังรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ต่อ หลังทำเพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์ 68 จากผลงาน 5 เบอร์ดี้ 2 โบกี้ ทำสกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 199 โดยมี ฮิเดกิ มัตซึยาม่า สวิงขวัญใจเจ้าถิ่น ไล่จี้สโตรคเดียว หลังรอบนี้ทำไป 4 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 200 รั้งอันดับ โดยมี พอล เคซีย์ โปรจากอังกฤษ และ การ์ลอส ออร์ติซ นักกอล์ฟจากเม็กซิโก ตามมาที่อันดับ ร่วม ที่สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 201

           

ด้าน กัญจน์ เจริญกุล สวิงไทยอีกรายจบวันนี้ด้วยผลงาน อีเวนพาร์ 71 หลังรอบนี้ทำได้ 2 เบอร์ดี้ 2 โบกี้ ทำสกอร์รวม อีเวนพาร์ 213 รั้งอันดับ 49 ร่วม โดยการแข่งขันรอบสุดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค. 2564 จะเริ่มกลุ่มแรกในเวลา 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือเวลา 05.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

2 หนุ่ม วง EASE (อีส) ส่งเพลงอกหักอีกแล้ว ปากบอกไหว ทั้งที่ในใจยังรู้สึก กับซิงเกิลใหม่ “เพื่อนที่ยังรักเธอ”

 


หนุ่ม วง EASE (อีส) ที่มีสมาชิก ภัท-กฤษภาส ทองอ่อน (ร้องนำ) และ ตอง-นิตนันท์ ถิรสิริสิน (กีตาร์) วงดนตรีที่มาในแนว Retro Pop จากสังกัดค่าย LOVEiS ENTERTAINMENT ผลงานเพลงที่ทำให้ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคือเพลง “ขอโทษที่ไม่ลืม” ที่มียอดวิวกว่า 13 ล้านยอดวิว และมีผลงานเพลงอย่าง “จดจำ” และ “เธอไม่คิดอะไร” ซึ่งเพลงทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงที่อกหักผิดหวังทั้งนั้น และเพื่อเป็นการตอกย้ำแฟนเพลงที่คิดถึงความอกหักอีกครั้งของ หนุ่ม วง EASE จึงส่งซิงเกิลล่าสุดกับเพลง “เพื่อนที่ยังรักเธอ”

 

เพื่อนที่ยังรักเธอ (How to be just friend) เป็นเพลงที่พูดถึงเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์จากการเป็นคนรักกลายเป็นเพื่อนที่ยังรัก แน่นอนว่าอีกคนที่เตรียมใจมาก่อนแล้วว่าจากนี้จะขอเป็นแค่เพื่อนกัน ย่อมทำได้โดยไม่ได้เจ็บปวดเท่าไร แต่อีกฝ่ายที่ยังไม่ได้เตรียมใจรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ปากก็บอกว่าไหว แต่ในใจยังรู้สึก รู้สึกว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับแฟนเก่า  เพลงนี้ได้ กันตพิชญ์ ยาวิราช มือเบสวง MEAN มาเป็นโปรดิวเซอร์ และ ตาล (ฉัตราภรณ์ ภักดี) มาแต่งเพลงนี้ให้ พร้อมกับแนวเพลง สไตล์ Pop ปวดร้าว ลืมแฟนเก่าไม่ได้ ซึ่งจุดเด่นของ วง EASE คือฟังง่ายและเต็มไปด้วยความจริงใจเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี

 

 ติดตามเพลง เพื่อนที่ยังรักเธอ (How to be just friend) – EASE (อีส) ได้ทาง Youtube/LOVEiS+, Facebook.com/LOVEiS, Facebook.com/ EASE, Instagram : @Loveis_Ent , Instagram : @ease_band

ลิงค์ MV:https://www.youtube.com/watch?v=RLh3DRVMu00   

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...