วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ต.สยาม เปิดเกมรุก ชูกลยุทธ์ 4E's ครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมดันแคมเปญ " Open Roads Await " ส่งยาง TOYO TIRES สู้ศึกตลาดยางพรีเมี่ยม

 


นายอภิชัย  ตั้งวงศ์ศิริ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด ผู้นำเข้า และ จัดจำหน่ายยาง โตโยไทร์ นิตโตะไทร์ และ นันกังไทร์ ประจำประเทศไทย พร้อมศูนย์บริการยางรถยนต์ GRIP  ได้เปิดเผยถึงแผนการตลาดสำหรับครึ่งปีหลัง 2564 ของทางบริษัทฯ ว่า จากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตลาดโดยรวมของยางรถยนต์นำเข้านั้นได้พบกับความท้าทายมากมายตลอดมา ทั้งในเรื่องของการนำเข้าสินค้าต่าง ๆ ทั้งในด้านของการขนส่งระหว่างประเทศ รวมถึงการบริโภคหรือการเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากมาตรการ Work from home ในช่วงของสถานการณ์โควิด ซึ่งทางบริษัทฯ ก็ได้ทำการวางแผนทั้งในเรื่องของการบริหารสินค้าคงคลัง และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ได้ตรงกับความต้องการสินค้าของตลาดภายในประเทศไทย  รวมถึงการขยายศูนย์บริการยางรถยนต์ครบวงจร GRIP ซึ่งในปัจจุบันได้ขยายเพิ่มไปจนถึง 74 สาขา

 

ในปีนี้สำหรับแบรนด์ TOYO TIRES ยางพรีเมี่ยมคุณภาพสูง ทางบริษัทฯ ก็ได้ออกแคมเปญ "Open Roads Await" เพื่อเป็นการชูถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาง TOYO TIRES ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในทุกการขับขี่ เป็นการตอกย้ำถึง แบรนด์คาแรคเตอร์ของตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดีเพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ของผู้บริโภค ซึ่งเมื่อพูดถึงยาง TOYO TIRES ทุกคนก็จะนึกถึง ยางพรีเมี่ยม ที่ให้ความรู้สึก นุ่ม เงียบ สบาย และประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและการขับขี่แบบยางสปอร์ตคุณภาพสูง ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว  โดยในปีนี้ทางบริษัทฯ ก็ได้มีผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์รุ่นใหม่ทยอยออกจำหน่ายในท้องตลาด เช่น ยาง TOYO TIRES OPEN COUNTRY R/T ยาง SUV ไฮบริดที่ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้รถ SUV ทั่วประเทศและล่าสุดได้รับรางวัล Part of the year 2021 จากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่อีกมากมายที่กำลังทยองลงสู่ตลาด ทั้งสำหรับรถยนต์ และ รถ SUV โดยมีภาพยนตร์โฆษณาใหม่ล่าสุด "Ignite your BLUE" ทำหน้าที่สื่อสารถึงประสบการณ์การขับขี่ที่จะช่วยปลุกพลังสีฟ้า ที่เป็นสีตัวแทนของความสนุกในตัวคุณ  และ ของยาง Toyo Tires 

 

สำหรับแผนการตลาดในครึ่งปีหลังนี้ทางบริษัทฯ ได้มีการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคในช่วงดังกล่าวนี้ให้มากยิ่งขึ้นโดยได้นำกลยุทธ์ 4E's มาใช้ในการสร้างให้แบรนด์สินค้าต่าง ๆ ที่ทางบริษัทฯ ดูแลอยู่นั้นตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างดี ในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น 

 

E-Experience ที่ทางบริษัทฯ ได้เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดของตัวสินค้าให้กับลูกค้าทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยผ่านการวิจัย และ พัฒนาผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ของทางบริษัททั้งในเรื่องของเทคโนโลยีในการผลิต รวมถึงส่วนผสมวัตถุดิบชั้นเยี่ยม เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการขับขี่พร้อมตอบโจทย์ทุกการขับขี่ของผู้ใช้งาน

 

E-Exchange นอกจากกำหนดราคาของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับคุณภาพของสินค้าที่ลูกค้าจะได้รับแล้วนั้น ทางบริษัทฯ ก็ยังคงเน้นการผลิตสินค้าที่คุ้มค่า มีคุณภาพสูงเกินความคาดหวัง จากราคาที่ผู้บริโภคได้จ่ายไป ทั้งในเรื่องของคุณภาพของสินค้า และ บริการหลังการขาย ที่ทางบริษัทฯ กล้าที่จะรับประกันคุณภาพของสินค้าจากการผลิต ตลอดอายุการใช้งาน!! เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคเมื่อเลือกซื้อสินค้าทุกแบรนด์ของทางบริษัท

 

E-Everywhere การเพิ่มช่องทางการขายแบบ Multi-Channel เพื่อให้ผู้บริโภคที่สนใจในตัวผลิตภัณฑ์สามารถหาข้อมูลของสินค้าได้ทุกช่องทาง รวมถึงทั้งการเพิ่มช่องทางการขายทั้งในส่วนออนไลน์ผ่าน Platform ต่าง ๆ ของทั้งทางบริษัทฯ และตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ รวมถึงทั้งในส่วนออฟไลน์ ผ่านตัวแทนจำหน่ายของบริษัทฯ ทั่วประเทศทั้งทางตรง และ ทางอ้อม

 

E-Evangelism สร้างกระบอกเสียงการบอกต่อ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์และตัวผลิตภัณฑ์ให้มากยิ่งขึ้น ทางบริษัทฯ ได้เน้นในด้านการพัฒนาการบริการหลังการขายให้สะดวกทั้งในเรื่องของระบบการรับประกันของสินค้าแบบออนไลน์ รวมถึงทั้งการให้ความรู้แก่พนักงานขาย และ ตัวแทนจำหน่ายของทางบริษัทฯ ในการแนะนำสินค้าให้ตรงกับความต้องการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจทั้งในตัวของสินค้าและบริการ เพื่อจูงใจให้กลายเป็นลูกค้าขาประจำและบอกต่อไปยังผู้บริโภคอื่น ๆ ต่อไป

 

จากทั้งหมดนี้ ทางบริษัทฯ เชื่อว่าในปัจจุบันซึ่งเป็นโลกของข้อมูลข่าวสาร จากกลยุทธ์ 4E's ที่ทางบริษัทฯ ได้วางไว้นี้จะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ทุก ๆ แบรนด์ที่ทางบริษัท จัดจำหน่ายนั้น สามารถเข้าไปอยู่ภายในใจของผู้บริโภคที่ต้องการยางรถยนตร์คุณภาพสูง พร้อมบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม เป็นอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน  คุณอภิชัย กล่าวปิดท้าย 

 

สามารถชมภาพยนตร์โฆษณาล่าสุดของ Toyo Tires "Ignite your BLUE"  ได้ที่นี่  

https://www.youtube.com/watch?v=rxAdZwrOVqs 

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

“ออริจิ้น” แจกใหญ่ มอบรางวัลรถยนต์และของรางวัลอีกมากมาย แก่ผู้โชคดี จากแคมเปญใหญ่ “ออริจิ้น Ready To Move” รวมมูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท

 


บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) โดย อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด มอบรางวัลรถยนต์ให้แก่ลูกค้าผู้โชคดี จากแคมเปญร้อนแรงแห่งปี “ออริจิ้น Ready To Move โดยผู้ที่ได้รับรางวัลที่ รถยนต์ Toyota Corolla Cross Hybrid Premium มูลค่า 1,089,000 บาท ได้แก่ สุพรรษา แสงลี (ขวาสุด) และรางวัลที่ 2  รถยนต์ Toyota New Yaris Entry มูลค่า 549,000 บาท ได้แก่ มนัชฌา  รักษมาตา (ซ้ายสุด) นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลให้ลูกค้าผู้โชคดีรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ารางวัลกว่า 1.8 ล้านบาท  โดยมีคณะผู้บริหารมาร่วมจับรางวัล ณ สำนักงาน บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้ 

 

สำหรับแคมเปญ “ออริจิ้น Ready To Move จัดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ด้วยการมอบโชคให้กับลูกค้าที่จองทำสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์ โครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพร้อมอยู่ ทุกแบรนด์ในเครือออริจิ้น อาทิ แบรนด์ เคนซิงตันนอตติ้ง ฮิลล์ไนท์บริดจ์พาร์ค ออริจิ้น ดิ ออริจิ้นบริทาเนีย ฯลฯ ที่เข้าร่วมแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา   

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ขน 3 คอนโดภายใต้แบรนด์ “เมทริส” ดีไซน์ใหม่พร้อมอยู่แบบ Fully Furnished พร้อมบริการตกแต่งภายในจาก MDPC x Chic Design Studio

 


“เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” ขน คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ แบรนด์ “เมทริส” เพิ่มทางเลือกใหม่เอาใจลูกค้ากับห้อง Fully-Furnished ตกแต่งครบครันแบบ Exclusive จำนวนจำกัด ออกแบบฟังก์ชั่นและจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัย พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที พร้อมเสริมบริการด้านออกแบบตกแต่งภายในครบวงจร จากทีมดีไซเนอร์จาก MDPC เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ให้ชีวิตสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม 


นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซูรี และคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly Residences) กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจสู่การเป็น Lifescape Developer เพื่อสร้างภูมิทัศน์การใช้ชีวิตที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้บริโภค เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จึงร่วมมือกับ บริษัท เอ็มดีพีซี จำกัด MDPC Expertise Meets Excellence และ Chic Design Studio ภายใต้บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) สร้างความพิเศษและเพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตอย่างลงตัวให้แก่ห้องชุดของโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์เมทริส (Metris) ทั้ง ทำเล ได้แก่ เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย, เมทริส ลาดพร้าว และเมทริส พระราม 9 – รามคำแหง 

ความร่วมมือแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.การตกแต่งห้องชุดสุดพิเศษให้เป็นแบบพร้อมอยู่ (Fully-Furnished) ตกแต่งให้ตัวห้องพักมีความครบครันโดดเด่น มีสไตล์ ด้วยเฟอร์นิเจอร์คุณภาพจาก Chic Design Studio ที่คำนึงถึงฟังก์ชั่นและการใช้านเป็นหลัก เน้นการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้สอดคล้องกับพื้นที่ใช้สอยและให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยทั้ง โครงการจะมีห้องแบบ Fully-Furnished ในจำนวนจำกัดเพื่อสร้างความ Exclusive ให้แก่ผู้บริโภค 

2.การบริการตกแต่งภายในจากทีมดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมงานของ MDPC จะมีบริการให้คำปรึกษาและออกแบบตกแต่งภายใน การันตีคุณภาพงานบริการด้านการตกแต่งอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและติดตั้งหน้างาน ไปจนถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์คุณภาพระดับพรีเมียมให้ตรงตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้น สะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยและสร้างความสุขในพื้นที่ทุกตารางเมตร 

  • โครงการเมทริส พัฒนาการ - เอกมัย พิเศษ! ฟรีค่าโอนฯ* เครื่องใช้ไฟฟ้าค่าทางด่วน ปี* ค่าลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง* และ Petscape Welcome Package* ราคาเริ่มต้น ห้องนอน เพียง 2.99 ล้านบาท
  • โครงการเมทริส ลาดพร้าว พิเศษ ฟรีค่าโอนฯ* ค่าลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง* และ Petscape Welcome Package* ราคา ห้องนอน เริ่ม 5.39 ล้านบาท* 
  • โครงการเมทริส พระราม 9 – รามคำแหง ฟรีค่าโอนฯเครื่องใช้ไฟฟ้าค่าลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงและ Petscape Welcome Package* ห้องนอน เริ่ม 3.2 ล้านบาทและ ห้องนอน เริ่ม 4.6 ล้านบาท 

 

แคมเปญตกแต่งห้องชุดพร้อมอยู่ พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษจากเมทริส ทำเลพร้อมอยู่ ตั้งแต่วันนี้ - 31 สิงหาคม 2564 เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.major.co.th หรือ โทร 02-116-1111 


สำหรับ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซูรี มีธุรกิจหลักในเครืออยู่ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย 2.กลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เช่น ออฟฟิศและโรงแรม 3.กลุ่มธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ มีวิสัยทัศน์ในการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโครงการระดับลักซูรีที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค 


ผนึกกำลังกระตุ้นจับจ่าย! ห้างเซ็นทรัล ห้างโรบินสัน และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ขานรับโครงการรัฐ “ยิ่งใช้ ยิ่งได้” พร้อมอัดสิทธิพิเศษให้ลูกค้าคุ้มที่สุด

 


ก.ค. 2564 : ห้างเซ็นทรัล และ ห้างโรบินสัน ร่วมด้วยศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ทุกสาขาทั่วประเทศ ผนึกกำลังหนุนเสริมเศรษฐกิจไทยให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง ขานรับมาตรการรัฐฯ เข้าร่วมโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้” อัดโปรโมชั่นเต็มที่ เพื่อลูกค้าช้อปได้อย่างคุ้มค่า ทั้งแคมเปญ Central Robinson 7.7 เริ่มวันที่ 1 - 7 ก.ค. 2564 ลดสูงสุด 70% พร้อมจัดเต็มเอ็กซ์คลูซีฟดีลสุดคุ้ม และช้อปต่อเนื่อง! กับแคมเปญ Central Robinson Shop Shop #HUGTHAIS ไทยช่วยไทย รวมใจช้อป” ระหว่างวันที่ ก.ค.- 19 ส.ค. 2564 อาทิ ลดสูงสุด 50%รับคูปองแทนเงินสดและเครดิตเงินคืนจากห้างฯและบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 9,000 บาท และลูกค้ายังสามารถรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เมื่อมาช้อปปิ้งที่ห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน ชำระผ่านแอปเป๋าตัง ครบ 5,000 บาทขึ้นไปต่อวัน รับคูปองแทนเงินสดหรือคูปองส่วนลดรวมสูงสุด 500 บาท (จำนวนจำกัด เมื่อช้อปตามเงื่อนไข) และรับ E- Voucher จากภาครัฐ 500 บาท รวม 1,000 บาท พร้อมกันนี้ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ยังได้จับมือกับพาร์ทเนอร์ทั้งรายใหญ่ รายเล็ก รวมถึงร้านค้า SME เข้าร่วมโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ และคนละครึ่ง เฟส 3 กว่า 200 ร้านค้า คาดว่าจะช่วยปลุกบรรยากาศการช้อปฯ ให้คึกคัก มอบประโยชน์สูงสุดให้ลูกค้าลดค่าครองชีพ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจ สร้างยอดขายให้ตลาดค้าปลีก และระบบเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น


นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด  และ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องร่วมมือร่วมใจเพื่อก้าวข้ามวิกฤตครั้งใหญ่ของทุกคน ห้างเซ็นทรัล และห้างโรบินสัน พร้อมเดินหน้าร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ตอบรับโครงการ ‘ยิ่งใช้ ยิ่งได้’ ด้วยโปรโมชั่น และกิจกรรมการตลาดอย่างเต็มที่ โดยทางห้างฯ เตรียมจัดแคมเปญใหญ่ในทุกๆ เดือน เริ่มต้นที่แคมเปญ Central Robinson 7.7 ตั้งแต่วันที่ ก.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เริ่มโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ลูกค้าจึงได้รับความคุ้มค่าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มโครงการฯ โดยเมื่อลูกค้ามาช้อปนอกจากจะได้สิทธิ์จากภาครัฐแล้ว ยังได้รับโปรโมชั่นพิเศษจากห้างฯ เพิ่มเติมอีกมากมาย และรับความพิเศษต่อเนื่องกับแคมเปญ ‘Central Robinson Shop Shop #HUGTHAIS ไทยช่วยไทย รวมใจช้อป’ ที่ยกทัพสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ ทุกชั้น ทุกแผนก ร่วมจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นสีสันให้ตลาดค้าปลีกกลับมาคึกคัก พร้อมทั้งยังเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าที่ช้อปผ่านโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ช้อปคุ้มที่สุด โดยก่อนหน้านี้ ห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน ก็ได้ตอบรับในทุกๆ โครงการของรัฐบาล เพื่อช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทย ซึ่งมองว่าโครงการเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งในแง่การกระตุ้นการจับจ่ายของลูกค้า และเป็นการเยียวยาผู้ประกอบการได้ทางหนึ่ง

 

สำหรับโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าช้อปฟิน โดยสมาชิก เดอะวัน ช้อปปิ้งที่ห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน ชำระผ่านแอปเป๋าตัง ครบ 5,000 บาทขึ้นไปต่อวัน รับคูปองแทนเงินสดหรือคูปองส่วนลดรวมสูงสุด 500 บาท (จำนวนจำกัด เมื่อช้อปตามเงื่อนไข) และรับ E- Voucher จากภาครัฐ 500 บาท รวม 1,000 บาท และลูกค้ายังสามารถเลือกรับโปรโมชั่นเพิ่มเติมจากทางห้างฯ ในแคมเปญ Central Robinson Shop Shop #HUGTHAIS ไทยช่วยไทย รวมใจช้อป มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 50%, ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% จากเดอะวันและบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ, รับคูปองแทนเงินสดหรือคูปองส่วนลดและเครดิตเงินคืนจากห้างฯและบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 9,000 บาทรับเพิ่ม E-Voucher จากภาครัฐ รวมสูงสุด 7,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด)

 

นางสาวรวิศรา เผยต่อว่า “ตลอดจนจบโครงการยิ่งใช้ ยิ่งได้ ทั้งห้างเซ็นทรัล และโรบินสันทุกสาขา รวม 73 สาขาทั่วไทย เตรียมจัดแคมเปญที่น่าสนใจหมุนเวียนในแต่ละเดือน เพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมประชาสัมพันธ์โครงการเต็มที่ในทุกสื่อทั้งในห้างฯ และบนโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้แก่ลูกค้าในวงกว้าง และทางห้างฯ ยังคงรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีช่องทางการ ช้อปที่ตอบโจทย์ความสะดวกให้ลูกค้า ทั้งช้อปผ่าน Central App แอปเดียวที่ลูกค้ารับสิทธิพิเศษได้ทั้งบนแอปฯ และที่ห้างฯเว็บไซต์ www.central.co.th, www.robinson.co.th และบริการออมนิชาแนล ทั้ง Central Robinson Chat & Shop ช้อปผ่านแชตผ่านไลน์ออฟฟิเชียลPersonal Shopper On Demand โทร.1425 ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับทุกคน รวมถึงเฟซบุ๊กไลฟ์ และอินบ็อกซ์ ของห้างฯ ที่ เฟซบุ๊กเพจ Central / Robinson Department Store

 

ด้านนายจักรภพ ปิยะรัตน์ Head of property management ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาขยายตัว ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ทั้ง  24 สาขาทั่วประเทศ ร่วมสนับสนุนโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ และคนละครึ่ง เฟส 3 โดยมีร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านสินค้าทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบการ SME ภายในศูนย์การค้าฯ เข้าร่วมโครงการมากมาย ตั้งแต่วันที่  ก.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มโครงการ พร้อมทั้งจัดโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษให้ลูกค้าช้อปคุ้มค่า ในช่วงวันที่ 5 - 31 ก.ค. 2564 กับแคมเปญ ‘Robinson Lifestyle Mall Shop Shop #HUGTHAIS ไทยช่วยไทย รวมใจช้อป’ มอบส่วนลดสูงถึง 90% พร้อมรับคะแนนเดอะวัน 80 คะแนน เพียงช้อปภายในศูนย์การค้าฯ ครบ 800 บาท พิเศษ! ทุกวันศุกร์ตลอดแคมเปญรับคะแนนเดอะวันคูณสอง สูงสุด 160 คะแนน และสามารถแลกคะแนนเดอะวัน 500 คะแนน รับส่วนลด 100 บาท (เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ) และสิทธิพิเศษอื่นๆมากมาย นอกจากนี้ เพื่อให้ลูกค้ามีข้อเสนอที่หลากหลายทางศูนย์การค้าฯ ยังร่วมกับพาร์ทเนอร์จากทุกธุรกิจ จัดแคมเปญ “ยิ่งช้อป ยิ่งคุ้ม” ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยลูกค้าสแกนจ่ายผ่านแอปเป๋าตัง ในทุกๆการช้อปครบ 2,000 บาท ลูกค้าจะได้รับ Gift Voucher 100 บาท จากพันธมิตรร้านค้าชั้นนำ เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการช้อปปิ้งภายในศูนย์ฯ (สอบถามเพิ่มเติมและแลกรับของรางวัลที่จุดบริการลูกค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์) รวมถึงยังรับ E-Voucher จากภาครัฐรวมสูงสุด 7,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด) ซึ่งสำหรับร้านที่เข้าร่วมโครงการเราจะมีสัญลักษณ์แจ้งลูกค้า ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 200 ร้านค้า ที่ตอบรับเข้าร่วมโครงการ อาทิ ท็อปส์มาร์เก็ตซูเปอร์สปอร์ตเพาเวอร์บายออฟฟิศเมทบีทูเอสวัตสันแฟมิลี่มาร์ทเอ็มเค เรสโตรองต์เคเอฟซียาโยอิแหลมเจริญ ซีฟู้ดซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ฮองอะจิ ราเมนมิสเตอร์ โดนัทอานตี้ แอนส์, เจมาร์ทออปโป แบรนด์ ช็อปแว่นท็อปเจริญเค-ที ออพติคโอเรียนทอล พริ้นเซส, ออโต้วันเอทูแซด ฯลฯ ซึ่งคาดว่าทั้งสองโครงการจะช่วยสร้างบรรยากาศการจับจ่ายที่คึกคัก และยังช่วยเพิ่มโอกาสในทางการค้าให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ภาพรวมลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์ฯ เพิ่มขึ้นราว 20%”  

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ เปิดตัวผู้บริหารใหม่เสริมทัพสร้างความแข็งแกร่งด้านที่ปรึกษาทางการเงิน ขับเคลื่อนสู่การเป็น Investment Wealth Advisory Bank

 


กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ เปิดตัวแม่ทัพคนใหม่ วิน พรหมแพทย์’ เสริมทัพสร้างความแข็งแกร่งในการส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่เหนือกว่าให้กับกลุ่มลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ พร้อมร่วมขับเคลื่อนกลยุทธ์ One Retail Transformation ตามแผนธุรกิจระยะกลางของกรุงศรี ด้วยการผนึกกำลังภายในกรุงศรี กรุ๊ป และพันธมิตรระดับโลก ส่งมอบองค์ความรู้ด้านการลงทุนในรูปแบบ “ONE Krungsri Investment View” อัดแน่นด้วยมุมมองและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ตั้งเป้าสู่การเป็น “Investment Wealth Advisory Bank” ธนาคารที่ลูกค้านึกถึงเมื่อต้องการคำแนะนำการลงทุน

 

นายวิน พรหมแพทย์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจมากที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรี สถาบันการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ และเป็นหนึ่งในห้าสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) ผมเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ในสายการเงินและการลงทุนกว่า 19 ปีของผม จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมงานกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ในการยกระดับบริการให้คำแนะนำการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้มีความหลากหลายขึ้น และพร้อมรองรับธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้ากลุ่มไฮเน็ตเวิร์ธ

 

ปัจจุบัน กรุงศรีมีฐานลูกค้าในกลุ่มไฮเน็ตเวิร์ธอยู่ราวกว่า 120,000 ราย โดยเน้นบริการให้คำปรึกษาด้านการเงินการลงทุน ผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด  ควบคู่ไปกับการนำเสนอสิทธิประโยชน์มากมายให้กับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ ศูนย์บริการ ห้องรับรอง และพื้นที่รับรองพิเศษ เป็นต้น

 

กรุงศรีเชื่อมั่นว่าลูกค้ากลุ่มกลุ่มไฮเน็ตเวิร์ธเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ธนาคารจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาและยกระดับบริการสำหรับลูกค้ากลุ่มไฮเน็ตเวิร์ธในทุกๆ มิติ ภายใต้แนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) อาศัยกระบวนการการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้า (Customer Insights) ได้อย่างลึกซึ้ง และมุ่งเน้นการทำงานในรูปแบบ Segment Driven ให้มากขึ้น โดยการจัดกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้กรุงศรีมีโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุด โดย กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ได้วางเป้าหมายสู่การเป็น Investment Wealth Advisory Bank ธนาคารที่ลูกค้านึกถึงเมื่อต้องการคำแนะนำการลงทุน และคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ได้มากกว่า 15% ต่อปี และเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ขึ้นกว่า 10% ต่อปี

 

ด้วยศักยภาพความเชี่ยวชาญ รวมทั้งความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนจากหลากหลายส่วนของกรุงศรี ทั้งจากทีมวิจัยกรุงศรี ซึ่งประกอบไปด้วยนักเศรษฐศาสตร์ระดับแถวหน้าของไทยที่เชี่ยวชาญในเรื่องเศรษฐกิจมหภาค ภาพรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ทีมงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ที่มีข้อมูลและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องการเคลื่อนไหวของค่าเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และตลาดพันธบัตร รวมทั้งยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และการจัดพอร์ตการลงทุนของ Krungsri Investment Intelligence Office (IIO) ร่วมด้วยทีมงานจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี (KSAM) และทีมจากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) ยิ่งไปกว่านั้น กรุงศรียังมีพันธมิตรที่มีมุมมองและความเชี่ยวชาญระดับโลกอย่างแบล็คร็อค (BlackRock) บริษัทจัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกที่มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งหมดจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและผสานความร่วมมือระหว่างกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการร่วมวิเคราะห์สถานการณ์และสร้างองค์ความรู้ ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ONE Krungsri Investment View มุมมองและคำแนะนำด้านการลงทุนทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลกที่มีคุณภาพอย่างรอบด้านที่สุด เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ โดยเฉพาะ ซึ่งนับเป็นจุดแข็งและข้อได้เปรียบของกรุงศรีในการทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการลงทุนให้กับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ โดยมุมมองและคำแนะนำด้านการลงทุนนี้จะนำเสนอออกมาในหลากหลายรูปแบบผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม อาทิ บทความ สัมมนา หรือข้อมูลทางช่องทางออนไลน์ให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรและใช้งานได้อย่างเหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนกรุงศรีสู่การเป็น ‘Investment Wealth Advisory Bank’ ธนาคารที่ลูกค้านึกถึงเมื่อต้องการคำแนะนำการลงทุน” นายวิน กล่าวเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ หนึ่งในกิจกรรมสำคัญสำหรับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ งานสัมมนา KRUNGSRI EXCLUSIVE 2021 Mid-Year Outlook Series ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี แต่สำหรับในปีนี้จะพิเศษและเข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนการนำเสนอองค์ความรู้ในรูปแบบ ONE Krungsri Investment View ได้เป็นอย่างดี ผ่านความร่วมมือของหลากหลายหน่วยงานในกรุงศรี กรุ๊ป และพันธมิตรระดับโลกอย่างแบล็คร็อค ซึ่งจะประกอบไปด้วยเวทีสัมมนาใน 4 หัวข้อ จาก 10 กูรูผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะมาร่วมให้ข้อมูลอย่างเต็มอิ่มในหัวข้อต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจ อาทิ ภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนโลก การจัดพอร์ตครึ่งปีหลังต้อนรับการเปิดประเทศ วัคซีนความหวังในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และการลงทุนอย่างยั่งยืน เป็นต้น โดยลูกค้าสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.krungsri.com หรือ LINE @krungsriexclusive

ไทยเวียตเจ็ทเปิดตัว “ดีลักซ์ พาส” บินบุฟเฟต์ทั่วไทย ได้บริการครบทุกอย่าง พร้อมแนะนำ “คอร์เปอร์เรต พาส” สำหรับลูกค้าองค์กร

 


(กรุงเทพฯ, กรกฎาคม 2564) – สายการบินไทยเวียตเจ็ทมอบประสบการณ์และตัวเลือกการเดินทางที่พิเศษยิ่งขึ้นแก่ผู้โดยสาร เปิดตัวบัตรกำนัล “ดีลักซ์ พาส (Deluxe Pass)” สำหรับใช้เดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วยบริการแบบดีลักซ์บนทุกเส้นทางบินในเครือข่ายเส้นทางบินของไทยเวียตเจ็ท ภายในระยะเวลา เดือน และ เดือน

 

บัตรกำนัล “ดีลักซ์ พาส” มีให้เลือกสองแบบด้วยกัน ได้แก่ บัตรกำนัลแบบ เดือน ราคาใบละ 10,000 บาท และ บัตรกำนัลแบบ เดือน ราคาใบละ 17,000 (ราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ – 31 กรกฎาคม 2564 บัตรกำนัลแบบ เดือน และ แบบ เดือน สามารถใช้จองบัตรโดยสารและเดินทางตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม – 30 กันยายน 2564 และ กรกฎาคม – 20 ธันวาคม 2564 ตามลำดับ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้บัตรกำนัลได้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด) พิเศษสำหรับสมาชิกสกายฟันที่ทำการเข้าสู่ระบบก่อนการชำระเงิน รับทันทีส่วนลดพิเศษ 5% สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.vietjetair.com

 

บริการแบบดีลักซ์ เป็นบริการพิเศษแบบ all-in-1 ครอบคลุมน้ำหนักสัมภาระเช็คอิน 20 กิโลกรัม น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง กิโลกรัม สิทธิในการเลือกที่นั่งได้ฟรี ช่องทางพิเศษสำหรับเช็คอิน และสิทธิในการเปลี่ยนเที่ยวบินได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ด้วยบริการแบบดีลักซ์ ผู้โดยสารสามารถเดินทางสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล ให้ทุกเที่ยวบินเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและน่าประทับใจ

 

นอกจากนี้ สายการบินยังได้แนะนำบัตรกำนัล “คอร์เปอร์เรต พาส (Corporate Pass) สำหรับลูกค้าองค์กร บัตรกำนัลคอร์เปอร์เรต พาส สามารถใช้จองบัตรโดยสารชั้นดีลักซ์ และ ชั้นสกายบอส (SkyBOSS) ในทุกเที่ยวบินบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ทได้ภายในระยะเวลา ปี โดยสามารถเดินทางได้ทั้งวันธรรมดา วันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทั้งยังสามารถเดินทางได้ทั้งแบบเที่ยวเดียวและแบบไป - กลับ บัตรโดยสารชั้นสกายบอสเป็นบริการพิเศษของไทยเวียตเจ็ทที่ครอบคลุมน้ำหนักสัมภาระเช็คอิน 30 กิโลกรัม น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง 10 กิโลกรัม ที่นั่งพิเศษแถว 1 – 2 ช่องทางพิเศษสำหรับเช็คอิน บริการมื้ออาหารบนเที่ยวบิน และสิทธิในการเปลี่ยนเที่ยวบินได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม บัตรกำนัลคอร์เปอร์เรต พาส มีให้เลือกสองแบบด้วยกัน ได้แก่ บัตรกำนัลซิลเวอร์ พาส (Silver Pass) และ บัตรกำนัลโกลด์ พาส (Gold Pass) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ – 31 กรกฎาคม 2564 เดินทางได้ตั้งแต่ กรกฎาคม 2564 – 30 มิถุนายน 2565 ที่ www.vietjetair.com

  

สายการบินไทยเวียตเจ็ทมุ่งมั่นในการให้บริการด้วยความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสาร โดยได้ดำเนินมาตรการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออากาศยานอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในสำนักงาน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานทุกคน  เพื่อให้ความมั่นใจต่อสุขภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร

มูลนิธิเอสซีจี ส่งมอบเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง แก่สถาบันประสาทวิทยา มูลค่า 2 ล้านบาท

 


   มูลนิธิเอสซีจี นำโดยนายเชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี พร้อมด้วยนางสาวสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี ร่วมส่งมอบเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูงให้สถาบันประสาทวิทยา มูลค่า 2 ล้านบาท โดยมี นพ. ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา พญ.ทัศนีย์ ตันติฤทธิศักดิ์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา นพ.สุชาติ หาญไชยพิบูลย์กุล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ สถาบันประสาทวิทยา พญ.พึงใจ เขียนดวงจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ สถาบันประสาทวิทยา นพ.เขตต์ศรีประทักษ์ นพ.ชำนาญการพิเศษ สถาบันประสาทวิทยา และ นพ.อภิณัฐ รอดวรรณะ นพ.ชำนาญการ สถาบันประสาทวิทยา เป็นผู้แทนรับมอบ 

เครื่องดังกล่าว สามารถช่วยตรวจผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทที่มีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบ หัวใจโต โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น ซึ่งเป็นการตรวจด้วยการใช้การสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูง และรายงานผลเป็นภาพให้เห็นบนจอ ซึ่งจะแสดงรูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และลิ้นหัวใจอย่างชัดเจน

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...