วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564

สกธ. เปิดตัวแอนิเมชันซีรีส์ “ชุมชนประชาธรรม” สื่อสร้างสรรค์เพื่อเสริมองค์ความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมสู่เยาวชน

 


 สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ เปิดตัว แอนิเมชันซีรีส์ “ชุมชนประชาธรรม” ในโครงการจัดทำสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสื่อสารแนวคิดหลักนิติธรรม คุณธรรม และจริยธรรม ในศาสตร์พระราชาสู่เด็ก และเยาวชนไทย “ของขวัญจาก “ศาสตร์พระราชา” คุณค่า “ยุติธรรม” สู่เด็กและเยาวชน ไทย” ชูแนวคิดประมวลองค์ความรู้หลักนิติธรรมและคุณธรรมแห่งศาสตร์พระราชา ที่เกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาจัดทำสื่อสร้างสรรค์ในรูปแบบที่เข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย สามารถสร้าง ความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งเผยแพร่ ไปยังเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยสื่อสาร ผ่านซีรีส์ ชุด “ชุมชนประชาธรรม” ทั้งหมด ตอน ในช่องทางต่างๆ เช่น โครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์ การพัฒนาพฤตินิสัยเด็กและเยาวชน ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับสร้างการรับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ศูนย์ยุติธรรมชุมชน สำนักงานยุติธรรมจังหวัด และสื่อสารบนสื่อออนไลน์ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม

          พันตำรวจโท ดร.พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้จัดทำโครงการผลิตสื่อสร้างสรรค์โดยได้รับการสนับสนุนทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพฤติกรรมที่ดีของเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว  ชุมชน สังคม ด้วยการน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” ในด้านหลักความยุติธรรรม อันเป็นองค์ความรู้ที่ทรงคุณค่า และมีความสำคัญอย่างยิ่งในการน้อมนำ เพื่อการพัฒนา การส่งเสริมหลักนิติธรรม (Rule of Law) หลักคุณธรรมและนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งการเคารพกฎหมาย (Culture of Lawfulness)

สำหรับการจัดทำสี่อเผยแพร่ครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้แนวคิดของการจัดทำสื่อสร้างสรรค์เพื่อมอบให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นต้นกล้าของสังคม ได้เข้าใจ และรับรู้ถึงหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม และหลักความยุติธรรม ที่เป็นรากฐานอันสำคัญของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ในการสร้างให้สังคม ชุมชนไทย อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขภายใต้กฎ กติกา โดยสื่อสร้างสรรค์นี้จัดทำในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชันซีรี่ส์ ผ่านแนวคิดของ”ชุมชนประชาธรรม” ซึ่งต้องการสร้างให้เป็นชุมชนต้นแบบ ในการใช้หลักความยุติธรรมในการอยู่ร่วมกัน  ในบทภาพยนตร์แอนิเมชัน มีตัวละครที่สะท้อนภาพเหตุการณ์ของสังคมที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นสื่อที่เหมาะสมสำหรับเผยแพร่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเนื้อหาได้มุ่งหมายให้เกิดการปลูกฝัง คุณธรรมและจริยธรรมตามหลักนิติธรรม เพื่อนำไปสู่สังคมแห่งความสงบสุขอย่างยั่งยืน และสื่อสร้างสรรค์นี้ ยังแทรกเนื้อหาของกฎหมายที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ตลอดจนเชื่อมโยงในภารกิจของกระทรวงยุติธรรมในด้านการสร้างการรับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การรู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเองความเสมอภาคและความเท่าเทียมในสังคม  การรู้เท่าทันภัยของอาชญากรรมและโทษของยาเสพติดการให้โอกาสผู้ที่เคยพลาดพลั้งเป็นผู้กระทำผิดของสังคม  รวมถึงการแก้ไขความขัดแย้งด้วยกระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อสร้างสังคมสงบสุขและสมานฉันท์ การเผยแพร่จะผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ ด้วยสื่อ DVD Box set และสื่อสังคมออนไลน์ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาครวมถึงศูนย์ยุติธรรมชุมชน โรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์ และเครือข่ายยุติธรรมชุมชน โดยสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมมีความมุ่งหมายว่า สื่อสร้างสรรค์ให้กับประชาชน ที่ผลิตออกสู่สังคมนี้นอกจากจะเป็นส่วนสำคัญให้เด็ก และเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่สำคัญ ในการอยู่ร่วมกันในสังคม และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมแห่งการเคารพกฎหมายแล้ว Culture of Lawfulness  ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ากระทรวงยุติธรรมจะเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมความยุติธรรม ห้กับประชาชน โดยการบริการงานยุติธรรมให้เข้าถึงโดยง่าย สะดวก และทั่วถึง

โครงการนี้สำเร็จได้ด้วยการได้รับความอนุเคราะห์จากท่านหม่อมหลวงปนัดดา ดิสกุล ที่ให้เกียรติรับเป็นที่ปรึกษาโครงการ รวมถึงผู้สนับสนุนทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  อันได้แก่ ผู้จัดการกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานติดตามและประเมินผลฯ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และผู้ที่เกี่ยวข้องในการผลักดันโครงการให้ประสบความสำเร็จด้วยดี ทำให้กระทรวงยุติธรรมมีสื่อที่สามารถนำไปต่อยอดยังกลุ่มเป้าหมายในภารกิจของกระทรวงยุติธรรมทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ต่อไป

 

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวว่า สำหรับโครงการ จัดทำสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสื่อสารแนวคิดหลักนิติธรรม คุณธรรม และ จริยธรรม ในศาสตร์พระราชาสู่เด็กและเยาวชนไทย “ของขวัญจาก “ศาสตร์พระราชา” คุณค่า “ยุติธรรม” สู่เด็กและเยาวชนไทย” เป็นการสื่อสาร “แนวคิด” หรือ “องค์ความรู้” ศาสตร์พระราชาอันทรงคุณค่าและมีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการสื่อสารในรูปแบบแอนิเมชัน ซีรีส์ที่จะส่งเสริมการดำเนินงานตามนโยบายหลักของกระทรวงยุติธรรม คือ การสร้างการรับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป เข้าใจได้ง่าย ได้เรียนรู้องค์ความรู้ผ่านเรื่องใกล้ตัวที่ เกิดขึ้นในชีวิตจริง และให้ใช้ประโยชน์จากแนวคิดที่ได้รับรู้ให้ เปรียบเสมือนได้รับ “ของขวัญที่ยิ่งใหญ่” เพราะแม้ว่าจะมีกฎหมายที่ดีขนาดไหน หากคนในชุมชนไม่รักษากฎกติกา อย่างมั่นคงแล้ว กฎหมายที่ว่าดีเหล่านั้น ก็ไม่สามารถรักษาความสงบสุข โดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสังคมที่สงบสุขได้ โดยกฎหมายกับประชาชนเป็นของคู่กัน และกฎหมายก็มีความสำคัญกับทุกคน ฉะนั้นจึงควรปลูกฝังให้เด็ก และเยาวชนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทของหน้าที่พลเมือง ในการรักษากฎของสังคม ซึ่งนั่นก็คือ “กฎหมาย” ที่จะเป็นการสร้างรากฐานแห่งวัฒนธรรมเคารพกฎกติกา หรือ culture of lawfulness เพื่อการอยู่ร่วมกันได้โดยปราศจากความขัดแย้ง ก่อให้เกิด ความสงบสุข เรียบร้อย และปลอดภัย ทั้งกับคนในชุมชน สังคม และ ประเทศชาติ ตามหลักนิติธรรม

“สำหรับโครงการนี้ ก็จะส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชนไทย รวมถึงคนไทย ทุกคน ได้เห็นถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมาย โดยปลูกฝัง ผ่านซีรีส์ ชุด “ชุมชนประชาธรรม” ทั้งหมด ตอน - ซึ่ง “ชุมชนประชาธรรม” ก็เปรียบเสมือนแบบจำลองของสังคมไทย ที่มี คนหลากหลายประเภท หลากหลายรูปแบบ อาศัยอยู่ร่วมกัน ภายใต้ กฎหมาย กฎกติกาของชุมชน แต่เมื่อใดที่มีคนละเมิดกฎหมาย ก็จะทำให้ เกิดปัญหา เกิดความวุ่นวาย โดยแต่ละตอนของซีรีส์ ได้ปลูกฝังให้ผู้ชมได้รู้ ถึงความสำคัญของกฎหมาย เพราะกฎหมายมีไว้เพื่อเป็นบรรทัดฐานใน การรักษาสังคมให้อยู่กันได้อย่างสงบสุข ไม่ใช่เป็นเพียงบทลงโทษหรือ ระเบียบบังคับกับคนในสังคมเท่านั้น - ถ้าได้ชมในซีรีส์บางตอนยังทำให้รู้ว่า สิ่งที่ทุกคนทำกันอยู่นั้น อาจเป็น การละเมิดตัวกฎหมายได้ เช่น “การไลฟ์สดที่พาดพิงเป็นโทษต่อผู้อื่น แม้ไม่ได้ตั้งใจ ก็เป็นการหมิ่นประมาทได้” ดังนั้น เด็กและเยาวชน หรือ แม้กระทั่งคนทั่วไปควรจะศึกษาไว้ - และยังมีอีกหลายๆ ตอนที่น่าสนใจ สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งในท้ายตอนเรายังให้เกร็ดความรู้ว่าในแต่ละตอน เราใช้หลักกฎหมาย หลักนิติธรรม จริยธรรม ด้านใด” ม.ล.ปนัดดา กล่าว

 

สำหรับการเผยแพร่แอนิเมชันซีรีส์ “ชุมชนประชาธรรม” ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ คือ การเผยแพร่ในโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เช่น โครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์ การพัฒนาพฤตินิสัยเด็กและ เยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โครงการหรือกิจกรรม เกี่ยวกับการสร้างการรับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ศูนย์ยุติธรรม ชุมชน สำนักงานยุติธรรมจังหวัด รวมถึงช่องทางสื่อสังคม (Social Media) ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป สามารถรับชม แอนิเมชันซีรีส์ ชุมชนประชาธรรม” ฉบับเต็มทั้ง ตอน และกิจกรรมต่างๆ หรือข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ ได้ที่ Facebook page สำนักงานกิจการยุติธรรม หรือ รับชมผ่านทาง Youtube ได้ที่ช่อง Justice Channel

เปิดโปรคุ้ม สุขชุ่มฉ่ำตลอดหน้าฝน กับ HomePro “RAINY SALE” ครบครัน คุ้มค่า ปลอดภัย อุ่นใจไร้กังวล ตั้งแต่วันนี้ - 31 ส.ค. 64 นี้

 



โฮมโปร ชวนฉลองสุขชุ่มฉ่ำรับไอฝน เปิดโปรคุ้มจัดเต็มไม่มีเปียกทั้งฤดู ไปกับ “RAINY SALE” เสิร์ฟสินค้าห่วงใย อยู่บ้านปลอดภัย ช้อปอุ่นใจไร้กังวล ผ่านสารพัดไอเดียของตกแต่งบ้านรับหน้าฝน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องซักผ้าตู้เย็น,ไมโครเวฟเตาปิ้งย่าง, หม้อทอดไร้น้ำมันอุปกรณ์ปรับปรุงบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมสมทบความคุ้มค่าอีกขั้น กับสิทธิพิเศษชุดใหญ่ แจกครบครันไม่มีอั้น สำหรับสมาชิกบัตรโฮมการ์ด ใช้คะแนนช้อปเท่ายอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 12.5%!! และลดต่อเนื่อง พิเศษสุดสำหรับ สมาชิกบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับส่วนลดเพิ่มอีก 13% เมื่อใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ พร้อมเอาใจสายช้อประยะยาว สำหรับสมาชิกบัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ เท่านั้น รับสิทธิ์ผ่อนชำระทั้งร้าน 0% นานสูงสุดถึง 12 เดือนเต็ม!!

พบกันตลอดฝนนี้ ตั้งแต่วันนี้ 31 สิงหาคม 2564 ที่โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช้อปปลอดภัยไร้รอยต่อ ผ่านโฮมโปรช้อปออนไลน์ ที่ www.homepro.co.th , Facebook: HomePro Thailand , LINE Official : HomePro และ Application: HomePro

Managed Power Services สร้างโอกาสเติบโตสูงด้านเอดจ์คอมพิวติ้ง ให้กับผู้ให้บริการโซลูชันไอที

 


โดย ลาร์รี ฮานน์ ผู้อำนวยการฝ่ายช่องทางบริการด้านดิจิทัล ของเอพีซี โดย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค(Schneider Electric)

 

ตลาดบริการด้านการบริหารจัดการ หรือ managed services กำลังเติบโต โดยคาดการณ์อัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 12 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านเอดจ์คอมพิวติ้งจะแตะที่ 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2024 เช่นกัน นอกจากทั้งสองตลาดนี้เกี่ยวข้องกันแล้ว ยังช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการ (MSPs) และ ตัวแทนจำหน่ายแบบ VARs (value added resellers) (VARsที่ต้องการนำเสนอบริการ managed services รวมอยู่ในธุรกิจ ตลอดจนลูกค้าที่กำลังมองหาความช่วยเหลือในการนำระบบโครงสร้างไอทีแบบกระจายศูนย์มาปรับใช้งานได้ตามต้องการ รวมไปถึงการบริหารจัดการระบบเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสาเหตุที่ต้องการใช้บริการดังกล่าว คือลูกค้าส่วนมากมักไม่ต้องการใช้ บุคลากรของตนไปกับการบริหารจัดการพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับไซต์ไอทีที่อยู่ห่างไกล พร้อมกับกำลังมองผู้ให้บริการโซลูชันไอทีที่นำเสนอบริการดังกล่าวได้

 

ด้วยเหตุนี้ธุรกิจ MSPs และ VARs จึงเป็นที่น่าจับตาเพราะเป็นการเปิดสู่โอกาสด้านการบริหารจัดการพลังงาน ตัวอย่างเช่นลูกค้าที่ต้องการมอบหมายให้พนักงานไอทีทำงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น แทนที่จะต้องมาบริหารจัดการเรื่องดังกล่าว หรือ บริษัทที่กำลังขยับขยายงานด้านไอทีเพื่อรองรับการปฏิรูปสู่ดิจิทัล เหล่านี้อาจต้องพิจารณาการบริหารจัดการพลังงานในส่วนของระบบงานและอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากระยะไกล เช่น UPS 1 เฟส ตู้แร็ค และอุปกรณ์ทำความเย็นเป็นต้น


โอกาสในการให้บริการด้านการบริหารจัดการพลังงาน

การจัดการพลังงานเป็นการเพิ่มมูลค่ามหาศาล เพราะเป็นการสนับสนุนเป้าหมายสูงสุดของการให้บริการด้านการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มอัพไทม์สูงสุดให้กับระบบ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมด้านไอทีแบบกระจายศูนย์ที่มีไซต์งานเอดจ์คอมพิวติ้งหลากหลายไซต์ ซึ่งโดยปกติมักจะไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่ประจำไซต์ ซึ่งในมุมมองของลูกค้า ผู้ให้บริการโซลูชันควรมีการเสริมการป้องกันด้วยระบบสำรองไฟฟ้าที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าระบบงานจะไม่ล้มเหลวเมื่อจำเป็นต้องใช้งาน สำหรับมุมมองของผู้ให้บริการ เรื่องนี้นับเป็นแนวทางในการเพิ่มรายได้ประจำในระยะยาว

จุดนี้ทำให้บริการดังกล่าวมีการเติบโตสูง เนื่องจากโดยทั่วไปลูกค้ามักไม่ค่อยถามถึงบริการด้านการจัดการพลังงาน แต่เมื่อได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าอาจยังไม่รู้ว่านี่เป็นทางเลือกหนึ่ง หรืออาจยังไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ตาม แต่ก็ชอบแนวคิดในการจ้างเอาต์ซอร์สมาช่วยบริหารจัดการพลังงาน เพื่อช่วยให้พนักงานมีเวลามากขึ้น ซึ่งโดยปกติ ลูกค้ามักจะมุ่งเน้นไปที่แอปพลิเคชันและความสามารถใหม่ๆ โดยไม่ได้เน้นที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการทำงาน ดังนั้นจึงอยู่ที่ผู้ให้บริการที่จะนำเสนอบริการ managed power ด้วยเหตุและผลเกี่ยวกับความสำคัญของเรื่องนี้


โอกาสในการสร้างรายได้ประจำ

การจัดการพลังงานจากระยะไกลมอบศักยภาพในการเพิ่มรายได้อย่างแท้จริง โดยในความเป็นจริง บริการด้านการบริหารจัดการพลังงาน สามารถคิดเป็นต้นทุนสินทรัพย์ต่อปีได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ที่นี้ ลองแจกแจงออกมาเป็นตัวเลขดู ถ้าคุณบริหารจัดการสินทรัพย์ 100 รายการสำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMB) หรือ 200 รายการสำหรับลูกค้าองค์กรในระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ ด้วยมูลค่า 1,200 บาท ต่อสินทรัพย์หนึ่งรายการ ก็จะเพิ่มรายได้ต่อเดือนได้ 12,000 บาท หรือ 24,000 บาทตามลำดับ และหากคุณบริหารจัดการสินทรัพย์ทั้งหมด 375 รายการ ก็จะคิดเป็นยอดรายได้รวมต่อเดือนอยู่ที่ 450,000 บาท

เมื่อต้องนำเสนอลูกค้าเกี่ยวกับการบริหารจัดการพลังงาน ผู้ให้บริการยังสามารถเปิดประเด็นไปสู่การขายบริการด้านไอทีอื่นๆ ได้อีก เช่น การประเมิน การวางระบบ และการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ หากคุณสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าลูกค้าไม่มีการบริหารจัดการพลังงานอย่างเหมาะสมหรือขาดความสามารถในการมองเห็น คุณก็สามารถชี้ให้เห็นได้อีกว่าอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ก็จะไม่สามารถมองเห็นหรือบริหารจัดการได้ดีเช่นกัน ถ้าลูกค้าไม่ได้ใช้บริการ MSP หรือไม่ได้รับบริการที่มีคุณภาพเนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบการใช้พลังงานได้ เท่ากับคุณมีโอกาสที่จะเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่มได้

เส้นทางสู่การให้บริการ managed power

บริการด้านการบริหารจัดการพลังงาน แสดงให้เห็นถึงโอกาสสำหรับ MSPs และ VARs ที่มองหาโมเดลการสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค และแพลตฟอร์ม EcoStruxureTM IT  ให้แนวทางที่หลากหลายในการมอบการบริการด้านการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่ไปกับการให้การสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบด้วยโปรแกรมด้านการฝึกอบรมและโปรแกรมที่ให้สิทธิประโยชน์มากมาย ซึ่งชไนเดอร์ฯ ได้มีการออกแบบข้อเสนอหลากหลายสำหรับการเปิดตัวสู่ตลาด เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถตอบรับได้อย่างมั่นใจ ในเวลาที่ลูกค้าขอให้ช่วยบริหารจัดการอุปกรณ์จ่ายพลังงาน และในบทบาทของคู่ค้า คุณสามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพธุรกิจของคุณในปัจจุบันมากที่สุด รวมถึงเลือกการลงทุนในระดับที่คุณต้องการได้

คุณมีทางเลือกว่าจะให้ชไนเดอร์ฯ ช่วยดูแลทุกอย่างในนามของคุณ หรือคุณจะดูแลทั้งหมดเองก็ตาม หรือดูแลเองบางส่วนและให้ชไนเดอร์ฯ ดูแลบางส่วนก็ได้เช่นกัน  คุณสามารถเริ่มจากโมเดลหนึ่งก่อน แล้วค่อยขยับสู่โมเดลอื่นได้โดยง่ายเพื่อให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป

ข้อมูลเชิงลึกในลักษณะเชิงรุกแบบเรียลไทม์ของ EcoStruxure IT ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยง รวมถึงการออกแบบให้เป็นระบบเปิด ช่วยให้สามารถมองเห็นและเข้าถึงได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการสามารถแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ UPS ก่อนที่เครื่องจะทำงานล้มเหลว หรือเตือนลูกค้าเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเฟิร์มแวร์ที่ล้าสมัย  ทั้งนี้ สามารถเข้าไปดูทางเลือกต่างๆ ได้จากรายละเอียดด้านล่าง เพื่อเลือกข้อเสนอที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ และลองทำแบบทดสอบเพื่อประเมินแนวทางที่ดีที่สุด เมื่อคุณพบทางเลือกที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณแล้ว คุณยังสามารถลงทะเบียนโปรแกรม Edge Software & Digital Services Program เพื่อเริ่มต้นให้บริการได้

เข้าถึง eguide ใหม่เกี่ยวกับบริการด้านการบริหารจัดการพลังงาน

บริการ Managed power คือโอกาสที่ดียิ่งสำหรับผู้ให้บริการ MSPs และผู้ที่ต้องการนำเสนอบริการดังกล่าว และในการตอบสนองความต้องการสำคัญสำหรับลูกค้า ผู้ให้บริการโซลูชันจะได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากลูกค้า สร้างความผูกพันอันเหนียวแน่นในบทบาทที่ปรึกษาด้านไอทีที่เชื่อถือได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสในการนำเสนอบริการ managed power และวิธีผนวกบริการดังกล่าวไว้ในธุรกิจของคุณ โดยลองเข้าไปดูคำแนะนำผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์ หรือ equide ใหม่ของเราได้ที่ “สุดยอดคัมภีร์การขยายธุรกิจของคุณด้วย Managed Power Services ซึ่งคู่มือที่มีประโยชน์นี้ จะช่วยแนะนำผู้ให้บริการโซลูชันไอทีก้าวสู่กระบวนการที่ง่าย ทีละขั้นตอน เกี่ยวกับวิธีประเมินและผนวกบริการด้านการบริหารจัดการพลังงานเข้ากับธุรกิจ

เฮเฟเล่ ผนึก “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” สร้างคุณภาพชีวิต Next Normal ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเยอรมนี แนวคิด “Complete Building Solutions” ณ คอนโดมิเนียม “Metris” โครงการ “เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย”

 


เฮเฟเล่ ผนึกพันธมิตรผู้นำเรื่องบ้านและอาคาร เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” ร่วมสร้างสรรค์คุณภาพการใช้ชีวิตแบบ Next Normal ในคอนโดมิเนียมแบรนด์ “Metris” โครงการ เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย ผสมความคลาสสิคและทันสมัยเข้าด้วยกัน ในการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ด้วยอุปกรณ์คุณภาพมาตรฐานเยอรมนีจากเฮเฟเล่ จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ล็อคอิเล็กทรอนิกส์ ตามแนวคิด “Complete Building Solutions” อุปกรณ์ครบ จบทุกเรื่องงานอาคาร

นายโฟลเคอร์ เฮลสเติร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า การทำงานภายใต้แนวคิด “Complete Building Solutions” คือตัวจุดประกายให้บริษัทเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อบ้านและอาคารออกมาได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้อย่างครอบคลุม ที่สำคัญแนวคิดนี้ยังมีส่วนในการยกระดับฟังก์ชันและดีไซน์ของนวัตกรรมแต่ละชิ้น ให้ตอบโจทย์คุณภาพการใช้ชีวิตทั้งในรูปแบบ New Normal ไปจนถึง Next Normal ต่อๆ ไป อย่างไม่ตกยุค จนทำให้สินค้าเพื่อบ้านและอาคารของเฮเฟเล่ เป็นที่เชื่อมั่นของคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เช่นเดียวกับการผนึกกำลัง เติมเต็มการอยู่อาศัยด้วยสินค้าคุณภาพมาตรฐานเยอรมนี ในคอนโดมิเนียมแบรนด์ “Metris” จากเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์

            การผนึกกำลังของ ผู้นำเรื่องบ้านและอาคาร เฮเฟเล่และเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นการสร้างคุณภาพการใช้ชีวิตแบบ Next Normal ขึ้นที่คอนโดมิเนียมแบบ High Rise ภายใต้แบรนด์ “Metris” ในโครงการ เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย ภายใต้คอนเซปต์ “Mid-Century Modern” หรือการผสมผสานเอาความคลาสสิคและความทันสมัยรวมเข้าด้วยกัน ด้วยอุปกรณ์เรื่องบ้านและอาคารคุณภาพมาตรฐานเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ล็อคอิเล็กทรอนิกส์ เน้นการตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นที่หลากหลายของสินค้าเฮเฟเล่ จึงสามารถจัดสรรขนาดที่ลงตัวให้เข้าได้ในทุกพื้นที่

            นายโฟลเคอร์ กล่าวต่อไปว่า สินค้าที่เฮเฟเล่เลือกใช้ในโครงการเมทริส จะเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ของคอนโดมิเนียม ทั้งในห้องครัวและห้องน้ำ เสริมคุณภาพให้ความสะดวกสบาย มากไปกว่านั้น เฮเฟเล่ยังเน้นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยระบบล็อคอิเล็กทรอนิกส์อย่าง อุปกรณ์ “EL8000” ดูแลความปลอดภัยสูงสุดด้วยฟังก์ชันสัญญาณเตือนกรณีมีการงัดแงะ รับประกันการเปิด-ปิดถึง 10 ครั้งต่อวันใน ปี ตรวจสอบแบตเตอรี่ได้ง่ายจากหน้าจอแสดงผล ระดับ พร้อมระบบแจ้งเตือนด้วยเสียงและหลอดไฟเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยผู้อยู่อาศัยสามารถปลดล็อคได้ วิธี ด้วยรหัสผ่าน คีย์การ์ด และกุญแจฉุกเฉิน

            สำหรับพื้นที่หัวใจหลักอย่าง ห้องครัว เฮเฟเล่ได้รังสรรค์ชุดครัวที่มีขนาดเหมาะสม สำหรับการใช้งานเป็นประจำและสม่ำเสมอ เริ่มที่ อ่างล้างจานรุ่น ISRA” ใช้วัสดุในสไตล์เดียวกับเคาน์เตอร์ท๊อปครัว อย่าง สแตนเลส สตีล ที่ทนทานและทนต่อรอยขีดข่วน เผยให้เห็นผิวที่มันวาว สวยงามสะดุดตา เข้ากับการตกแต่งครัวได้หลากสไตล์ ทั้งโมเดิร์น คลาสสิก อินดัสเตรียล หรือแม้แต่คันทรี่ ส่วนอุปกรณ์หลักในการปรุงอาหาร จะใช้เป็น เตาไฟฟ้า Ceramic glass 2 หัว หน้าเตาเป็นกระจกเซรามิค ทนความร้อนได้กว่า 600 องศาเซลเซียส ทนทานต่อแรงกระแทก ใช้งานได้ง่าย ควบคุมด้วยระบบสัมผัส และสามารถปรับความร้อนได้หลายระดับ ทั้งยังเช็ดทำความสะอาดได้ทั่วถึงและง่ายดาย ทำงานร่วมกับ เครื่องดูดควัน Telescopic Hood” แบบสลิมไลน์ ที่สามารถซับกลิ่นและกรองอากาศให้บริสุทธิ์ได้ด้วยคาร์บอนฟิลเตอร์ และยังมีความโดดเด่นจากรูปทรงที่เรียบง่าย บาง กะทัดรัด จึงเหมาะกับการใช้งานในคอนโดมิเนียมอย่างมาก

            ด้านอีกหนึ่งพื้นที่หลักอย่าง ห้องน้ำ เฮเฟเล่ได้จัดการด้านสุขอนามัย ร่วมกับฟังก์ชันใช้งานอย่างลงตัว เริ่มที่สุขภัณฑ์ทั้งสองแบบ อย่าง โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียว รุ่น DANUBE” มีดีไซน์ดึงดูด ไร้รอยต่อและไร้ขอบ ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ชำระล้างด้วยระบบฟลัซ Cyclone Jet เพิ่มประสิทธิภาพการชำระล้างปราศจากการกระเซ็นและเสียงรบกวน ระบบฝารองนั่งเปิด-ปิดนุ่มนวล เพื่อลดการกระแทกและเพิ่มอายุการใช้งาน โถสุขภัณฑ์แบบสองชิ้น รุ่น CIRINO” ดีไซน์กะทัดรัดแต่แข็งแรง ชำระล้างด้วยระบบ Siphon dual flush system ใช้หลักกาลักน้ำให้เกิดแรงดูดในระบบท่อ ทำให้ชำระล้างสิ่งปฏิกูลจำนวนมาก ในระยะเวลารวดเร็วและเงียบกว่า

นอกจากนี้ในห้องน้ำของโครงการฯ ยังได้ใช้อุปกรณ์คุณภาพ อย่าง ชุดฝักบัวพร้อมราวเลื่อน เฮเฟเล่ ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันปรับรูปแบบสายน้ำได้หลากหลาย เช่น Air massage สายน้ำไหลเป็นจังหวะ ช่วยนวดและกระตุ้นให้ร่างกายมีชีวิตชีวา Air Spray สายน้ำไหลแบบโปรยปรายเสมือนน้ำฝนตามธรรมชาติ และ Air Spray + Air massage การผสมผสานสายน้ำทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน เพื่อความผ่อนคลายที่มากยิ่งขึ้น และเสริมด้วยระบบเติมอากาศ ใช้สายน้ำผสมกับฟองอากาศ สร้างฟองเล็กๆ ให้สัมผัสที่นุ่มสบายและประหยัดน้ำ ทำงานร่วมกันกับ ก๊อกเดี่ยวอ่างล้างหน้า พร้อมวาล์วเซรามิค STOP VALE จากวัสดุทองเหลืองราวแขวนผ้าเดี่ยวที่ใส่กระดาษชำระชุดสายฉีดชำระตะแกรงกันกลิ่นวาล์วปิด-เปิดน้ำ 2 ทางกระจกทรงกลม และอีกมากมาย เพื่อเพิ่มสุนทรียภาพของการอาบน้ำทุกเวลา

พบกับอุปกรณ์สร้างสรรค์ ครบ จบทุกเรื่องงานอาคาร สร้างคุณภาพการใช้ชีวิตแบบ Next Normal ที่โครงการ เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย โดย เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือเลือกสัมผัสกับนวัตกรรมอันโดดเด่นด้วยตัวเอง ได้ที่ เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือช้อปกับเฮเฟเล่ออนไลน์ ที่ www.hafelehome.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-768-7171

โรงพยาบาลพระรามเก้า ผนึก KBTG จัดทำระบบ COVID-19 Hospitel Management Solution ช่วยโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยโควิด

 


จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวันนี้ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายด้าน  ทำให้โรงพยาบาลต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้ทรัพยากร       ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่น ๆ ด้วยการคัดกรองผู้ป่วยตาม ความรุนแรง โดยหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง จำเป็นต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลและติดตามอาการ          อย่างใกล้ชิด  หากอาการไม่รุนแรง สามารถให้การรักษาได้ใน Hospitel แต่การรักษาใน Hospitel ก็ยังต้องรักษามาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

 

โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้ร่วมมือ กับ กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดตัวระบบ COVID-19 Hospitel Management Solution แห่งแรกที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 ที่ตรวจพบเชื้อแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ได้ลงทะเบียน   เข้ารับการรักษา ช่วยอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่จะประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยตามเกณฑ์การคัดกรองมาตรฐานและดำเนินการรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที  

 

นายแพทย์วิทยา  วันเพ็ญ  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรงพยาบาล     พระรามเก้า ได้เปิดบริการ Hospitel หรือหอพักผู้ป่วยเฉพาะกิจ สำหรับเป็นสถานที่รองรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ  หรือมีอาการไม่รุนแรง ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส าแดง ผื่นขึ้น ถ่ายเหลว และยังไม่สามารถหาสถานที่รักษาพยาบาลได้  จึงได้มีการหารือร่วมกันกับทาง KBTG ซึ่งเป็น Tech Company ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ร่วมพัฒนาระบบบริการเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย   ที่ต้องเข้ารับการรักษาที่ Hospitel เป็นที่มาของการเปิดตัวระบบ COVID-19 Hospitel Management Solution ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจค Digital Hospital ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันท่วงที ผ่านพ้นช่วงสถานการณ์ยากลำบากจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปได้ด้วยดี

 

ด้าน นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า KBTG ได้ริเริ่มทำระบบ COVID-19 Hospitel Management Solution ระบบบริหารจัดการผู้ป่วยโควิด-19 สำหรับสถานพยาบาล ให้กับทางโรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่นำระบบนี้มาใช้ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยโควิดที่ได้รับการตรวจแล้วพบติดเชื้อโควิด-19 (กลุ่มสีเขียว) แต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย

 

โดยผู้ป่วยหรือญาติสามารถลงทะเบียนผ่านแอพลิเคชันไลน์ (LINE) @praram9hospital เพื่อเข้ารับการรักษา ตรวจสอบสิทธิ์การรักษาพยาบาล และประเมินความเสี่ยงจากโรงพยาบาล จากนั้นโรงพยาบาล        จะติดต่อกลับภายใน 60 นาที เพื่อตรวจรับผู้ป่วยพร้อมจัดรถรับมารักษา ประเมินความเสี่ยงตามเกณฑ์การ      คัดกรองมาตรฐาน และดำเนินการรักษาที่ Hospitel หรือหอพักผู้ป่วยที่ทางโรงพยาบาลจัดสถานที่ไว้ ซึ่งผู้ป่วยต้องรายงานอาการและแจ้งเตือนกิจกรรมที่ผู้ป่วยจะต้องทำในทุกวัน เช่น วัดอุณหภูมิร่างกาย ความดัน และ     ค่าออกซิเจน ผ่าน e-KYC และแชตบอท ซึ่งโรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นแห่งแรกที่ร่วมพัฒนานวัตกรรม        (Co-Innovation) นี้ 

 

นายเรืองโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบ COVID-19 Hospitel Management นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาแล้ว ยังช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลสามารถประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยตามเกณฑ์การคัดกรองมาตรฐานและดำเนินการรักษาที่ Hospitel หรือหอพักผู้ป่วยเฉพาะกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อในวงกว้าง และลดงานเอกสาร เนื่องจากข้อมูลทุกอย่างถูกกรอกส่งผ่านทางไลน์มายังฐานข้อมูลของโรงพยาบาล ซึ่ KBTG มีความยินดีที่จะส่งต่อให้กับโรงพยาบาลทุกแห่งที่สนใจเพื่อนำไปใช้ร่วมกับ LINE OA ของตน โดยสามารถติดต่อทีมผู้พัฒนาได้ที่ co-innovation@kbtg.tech 

 

ผู้ที่สนใจติดต่อใช้บริการ Hospitel โดยโรงพยาบาลพระรามเก้า สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1270 / Website: https://www.praram9.com/hospitel  / Email: info@praram.com Facebook: https://www.facebook.com/praram9Hospital/ Line: https://lin.ee/vR9xrQs หรือ แอพลิเคชันไลน์ (LINE) @praram9hospital

 

สยามเซ็นเตอร์ ร่วมรณรงค์ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อช่วยชาติ ร่วมกับร้านอาหารในศูนย์ฯ มอบสิทธิพิเศษดีๆสำหรับคนฉีดวัคซีน ถึง ธ.ค. 2564

 


วมไว้ให้แล้ว สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ร่วมกับร้านอาหารและเครื่องดื่ม ประกอบด้วย ส้มตำนัว ,Food Republic , On the Table , Greyhound Café  และฟุกุ มัทชะ รณรงค์ให้คนไทยฉีดวัคซีนกันมากขึ้น มอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับทุกคนที่แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน ได้อิ่มอร่อยกับเมนูแสนอร่อยในราคาสบายกระเป๋า ที่ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์

            On the Table ร่วมกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่กู้วิกฤติ ฉีดวัคซีนช่วยชาติ เพียงรับประทานอาหารในร้านหรือซื้อสินค้าเมนูใดก็ได้อย่างน้อย 1 เมนูที่ร้าน รับฟรี “สลัดไส้กรอกอาราบิกิ 1 ที่ มูลค่า 140 บาท  ส่วน ฟุกุ มัทชะ ส่งเสริมสุขภาพที่แข็งแรงของทุกคน หลังฉีดวัคซีนแล้ว เพียงซื้อโฮเซกิไข่มุก ขนาด 16ออนซ์ ราคา 95 บาท รับ “โฮเซกิไข่มุก” ขนาด 16 ออนซ์ ฟรีทันทีอีกหนึ่งแก้ว (เฉพาะซื้อที่หน้าร้านเท่านั้น) ถึง 30 มิ.ย.2564                                                       

            Greyhound Café   ไม่พลาดร่วมสนับสนุนผู้ฉีดวัคซีน เพียงทานอาหารตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับสิทธิ ซื้อ 1 แถม 1 เมนู Greyhound Iced Lemon Tea เครื่องดื่มชามะนาวเย็นชื่นใจคลายร้อน   ด้าน Food republic ร่วมสนับสนุนฉีดวัคซีนหยุดเชื้อช่วยชาติ เสนอโปรโมชั่นดีๆ รับสิทธิซื้อข้าวมันไก่ต้มสิงคโปร์ หรือข้าวมันไก่ย่างสิงคโปร์ ลด 20% จากราคาปกติ 68 บาทเหลือเพียง 55 บาท , ซื้อเครื่องดื่มสมุนไพรลดครึ่งราคา จากปกติ 35 บาท เหลือเพียง 17 บาทเท่านั้น  ระหว่างนึ้ถึง 31 ก.ค.ปิดท้ายกับ ส้มตำนัว เพียงอิ่มอร่อยกับเมนูแซ่บๆภายในร้าน รับฟรีทันที ชามะนาว 1 แก้ว มูลค่า 75 บาท ถึง 31 ธ.ค. 2564

            มาร่วมส่งพลังร่วมใจกันฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ แล้วมาอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมรับสิทธิพิเศษสำหรับคนฉีดวัคซีนแล้ว ได้ระหว่างนี้ถึง 31 ธ.ค. 2564 ที่ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

ซัมซุง จับมือ บ้านกลางเมือง นำเสนอสมาร์ทโฮมสุดล้ำในแคมเปญ “บ้านมีชีวิต” ยกระดับทุกมิติของไลฟ์สไตล์เมืองยุคใหม่ด้วย Internet of things จากซัมซุง

 


กรุงเทพฯ (มิถุนายน 2564) – ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก เดินหน้ายกระดับประสบการณ์เพื่อการใช้ชีวิตตามวิสัยทัศน์ Connected Living ร่วมมือกับ บ้านกลางเมือง จาก เอพี (ไทยแลนด์) ผู้นำแนวคิดพื้นที่ชีวิต 3 ชั้นใจกลางเมืองประกาศความร่วมมือสร้างปรากฎการณ์แห่งการอยู่อาศัย โดยการยกระดับบ้านกลางเมืองทุกโครงการให้เป็นสมาร์ทโฮมด้วยนวัตกรรมชั้นแนวหน้าในเครื่องใช้ไฟฟ้าจากซัมซุง ภายใต้แนวคิด “บ้านมีชีวิต” ใน คอนเซ็ปต์หลัก COMFORT - CREATIVE – CONVENIENCE

ตั้งแต่การมาถึงของอินเทอร์เน็ตในปี 2534 เทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อยกระดับและช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น นวัตกรรมด้านสมาร์ทโฮมเป็นหนึ่งในหลายเทคโนโลยีที่เข้ามาปฏิวัติไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถอำนวยความสะดวกเรื่องการตัดสินใจและการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ รวมถึงสร้างที่อยู่อาศัยที่ดีต่อสุขภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น ในปัจจุบันสมาร์ทโฮมสามารถทำให้ผู้อาศัยไม่ต้องกังวลเรื่องการเปิดปิดเครื่องใช้ต่างๆ เพราะสามารถเรียกดูสถานะและสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าจากที่ใดก็ได้ อุปกรณ์บางตัวสามารถเปิดปิดเองโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่บ้านได้อีกด้วย นอกจากนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะยังเรียนรู้และจดจำพฤติกรรมของผู้ใช้เพื่อคอยอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของแต่ละคน กล่าวได้ว่าสมาร์ทโฮมก็คือ Internet of Things (IoT) ในรูปแบบที่จับต้องได้


มีการคาดการณ์ว่าตลาดสมาร์ทโฮมทั่วโลกจะมีขนาด 622,590 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2569 โดยมีอัตราเติบโตถึง 29.3 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าผลสำรวจในปี 2561 ตลาดสมาร์ทโฮมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีขนาดเพียง 13,280 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่แนวโน้มทางการตลาดชี้ให้เห็นว่าตลาดสมาร์ทโฮมในภูมิภาคนี้จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตที่ช้าลงในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว[1]  ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาคือการร่วมมือกันของบริษัทขนาดใหญ่ในภูมิภาค และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย[2]

นางสาวเจนนิเฟอร์ ซอง ประธานธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า บ้านในนิยามเดิมถูกออกแบบมาในกรอบความคิดที่ไม่เอื้อต่อการเชื่อมต่อ ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถควบคุมประสบการณ์ภายในบ้านได้อย่างจำกัด  แต่นวัตกรรมสมาร์ทโฮมทำให้เจ้าของบ้านสามารถควบคุมบ้านได้แม้จากระยะไกล ที่ซัมซุง เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยี AI ในเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตด้วยไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบายขึ้น เทคโนโลยีในเครื่องใช้ไฟฟ้าจากซัมซุงสามารถช่วยเตรียมการสำหรับกิจวัตรประจำวันและช่วยหาข้อมูลประกอบการตัดสิน ให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญกว่าได้ การที่เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละตัวของซัมซุงสามารถเชื่อมต่อกัน ทำให้บ้านทั้งหลังคือหนึ่งประสบการณ์การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของบ้าน

การร่วมมือกับ บริษัท เอพี ในแคมเปญ “บ้านมีชีวิต” ครั้งนี้คือก้าวสำคัญของซัมซุงในประเทศไทย ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในการใช้ชีวิตด้วยสมาร์ทโฮมอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นมากกว่าการมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดี แต่เป็นประสบการณ์การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกันบนระบบอัจฉริยะ ที่จะสร้างสมาร์ทไลฟ์สไตล์ที่ฉลาดกว่าเดิม และนี่คือการย้ำความเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของซัมซุง ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเดียวเท่านั้นที่สามารถเชื่อมต่อระบบในไลน์อัพเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นายเมธา รักธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮม บมจ.เอพี  (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “บ้านกลางเมือง และ เอพี ไทยแลนด์ไม่เคยหยุดพัฒนาพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยให้ทุกมิติแห่งการใช้ชีวิต แคมเปญ “บ้านมีชีวิต” ที่ร่วมมือกับซัมซุง ได้ผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่ทาวน์โฮม 3 ชั้น เข้ากับนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งอนาคต เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในบ้านกลางเมืองและสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกเรื่องราวชีวิต โดยคอนเซ็ปต์ของแคมเปญ “บ้านมีชีวิต” ประกอบด้วย 3 แนวคิด CONVENIENCE เน้นความสะดวกสบายด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่สามารถจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้านได้อย่างไร้ที่ติ CREATIVE คือการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของผู้อยู่อาศัยผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่มีดีมากกว่าประสิทธิภาพแต่รวมถึงดีไซน์ที่ลงตัว และ COMFORT ที่ทำคุณอุ่นใจมากกว่าที่เคยด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง และการดูแลความสะอาดให้ทุกส่วนของบ้านปราศจากเชื้อโรค


ขอเชิญผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตแห่งอนาคตที่คุณเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่บ้านกลางเมืองทุกโครงการ 15 ทำเลใจกลางกรุงเทพ ในวันที่ 5 ถึง มิถุนายน 2564 พร้อมรับดีลดีที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ ดอกเบี้ยต่ำที่สุด 1% นาน 3 ปี ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อสมาร์ทไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/smart-home/

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...