วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ไอคอนสยาม คัดสรรบิวตี้ไอเทม กู้ผิวเสีย ปกป้องผิวสวย ให้คุณได้เฉิดฉายพร้อมช้อปได้ง่ายนิดเดียว

 


ทุกวันนี้จะออกจากบ้านทั้งทีต้องป้องกันตัวรอบด้าน เพราะอาจต้องเจอทั้งแดดเจอทั้งฝน อีกทั้งฝุ่น และควัน รอบตัว ผิวหน้าต้องสตรองเบอร์ไหนถึงจะสู้กับอากาศแปรปรวนและมลภาวะขนาดนี้ได้ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห่วงใยและเข้าใจปัญหาผิวที่สาวๆ ที่ต้องเผชิญ จึงได้คัดสรรไอเทมเด็ดมาให้เลือกช้อป เพื่อกู้ผิวเสียและปกป้องผิวสวย ให้คุณพร้อมเฉิดฉายตลอด

 

ปกป้องผิวจากแสงแดด

ไอเทมสำคัญที่ต้องใช้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือออกนอกบ้านก็ตาม นั่นก็คือ ครีมกันแดด เพราะนอกจากปกป้องผิวเราจากแสงแดดแล้ว แสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ก็ส่งผลเสียต่อผิวเราได้เช่นกัน ไอคอนสยามขอแนะนำ UV EXPERT YOUTH SHIELD AQUA GEL SPF 50 PA++++จาก LANCÔME ให้การป้องป้องผิวหน้าแบบมัลติฟังก์ชั่น ช่วยให้ผิวของคุณสามารถต่อสู้กับรังสี UV แสงสีฟ้า และมลภาวะที่ต้องเจอในแต่ละวันได้ยาวนาน 12 ช.ม. รวมถึงปกป้องผิวของคุณจากจุดด่างดำได้อีกด้วย สูตรควบคุมความมันและคืนความสดชื่นตลอดทั้งวัน

Shiseido แนะนำไอเท็มกันแดดชนิดแท่งสูตรใหม่ล่าสุด พกพาสะดวกพร้อมให้คุณสนุกกับแสงแดดได้ทุกที่ทุกเวลากับ  NEW Shiseido Clear Suncare Stick SPF50+ PA++++ ด้วยเทคโนโลยีปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะทรงประสิทธิภาพ SynchroShield™ เทคโนโลยีที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง Heatforce technology เพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องผิวมากขึ้นเมื่อเจอกับความร้อนจัดหรือแสงแดด และ Wetforce technology เมื่อผิวสัมผัสน้ำหรือเหงื่อจะเพิ่มการปกป้องผิวได้ดี 2 ประสิทธิภาพที่มีอยู่ในกันแดดสูตรใหม่ล่าสุดนี้  พกพาสะดวกพร้อมให้คุณสนุกกับแสงแดดได้ทุกที่ทุกเวลา

แต่ถ้าสาวๆ ชอบแบบสเปรย์ ขอแนะนำ  SUNCUT ESSENCE IN UV PROTECT SPRAY SPF50+ PA++++ 60 g Moritomo สเปรย์ป้องกันแสงแดด (Water Proof) ด้วย SPF50+ PA++++ ที่ช่วยป้องผิวคุณ จากรังสียูวี อย่างมีประสิทธิภาพ แห้งทันทีหลังการใช้ สามารถใช้ได้ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหน้า, ร่างกาย, ผม และสามารถฉีดพ่นได้ขณะที่มีเครื่องสำอางบนผิวหน้า ด้วยส่วนผสมของพืชธรรมชาติกว่า 10 ชนิด ที่เป็นตัวช่วย ป้องกันแสง,ป้องกันริ้วรอยและจุดด่างดำ,เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว

 

มาสก์หน้าบำรุงผิว

เมื่อปกป้องผิวจากแสงแดดแล้ว ต้องไม่ลืมบำรุงผิวด้วยเช่นกัน LOFT แนะนำ Keana Rice Mask มาสก์ข้าวติดอันดับ 1 สินค้าขายดีสุดฮิตของ LOFT ที่ได้รางวัลที่ 1 Best Sheet Mask จากเว็บไซต์ชื่อดัง @cosme จากประเทศญี่ปุ่น สกัดจากข้าวออแกนิกญี่ปุ่นแท้ 100% ข้าวที่ญี่ปุ่นนั้นปลูกด้วยดินที่ดี ไม่มีสารพิษ หมดกังวลเรื่องสารพิษตกค้างในผิว ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื่น แน่นกระชับ รูขุมขนเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด แก้ไขปัญหาผิวขรุขระ ผิวเปลือกส้มให้เนียนเรียบดั่งใจ สามารถใช้ได้ทุกวันเพื่อให้ผิวสวย แลดูขาวใส เป็นธรรมชาติ ยิ่งประเทศไทยอากาศร้อนแบบนี้ ผิวคล้ำเสียง่าย สาวๆ ต้องดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษ

 

ไฮยารูรอนตัวช่วยให้ผิวชุ่มชื่น

ไอเท็มเด็ดอีกตัวที่ไม่ควรพลาดจาก Loft กับไฮยารูรอนเข้มข้น ซึ่งได้รับรางวัล Best Cosme 2007 ช่วยให้ผิวแลดูชุ่มชื่นเต็มเปี่ยม ไฮยาลูรอนเข้มข้นสูงตัวนี้ไม่ได้เป็นโลชั่น หรือครีมบำรุงผิว แต่ใช้งานโดยผสมเพียง 1 หยดกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่คุณใช้อยู่เป็นประจำ การเติมไฮยาลูรอนตัวนี้ไปกับครีมบำรุงเป็นเหมือนการส่งผู้ช่วยเข้าไปซ่อม เสริมกระตุ้นให้สารไฮยาลูรอนในผิวตามธรรมชาติของเรา กลับมาทำงานเต็มที่อีกครั้ง โดยจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งอัพเกรดเสริมประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ และล๊อคน้ำกักเก็บความชุ่มชื่นให้อยู่กับผิวคุณได้มากขึ้น

 

ครีมบำรุงเข้มข้นเพิ่มความกระจ่างใส

ด้านแบรนด์ดังจากเกาหลีที่โด่งดังในเรื่องงานผิวอย่าง JUNGSAEMMOOL (จองแซมมุล) แนะนำ JUNGSAEMMOOL Essential Mool Cream Light   ครีมบำรุงเข้มข้นมอบผิวเนียนนุ่มสูตรบางเบา เนื้อครีมน้ำนมสีขาวบริสุทธิ์ มอบผิวดูสว่างใส ช่วยในการเบลอรูขุมขนและช่วยสะท้อนแสง ทำให้ผิวให้สว่างขึ้น กระจ่างใสยิ่งขึ้นยาวนาน ด้วยส่วนผสมจากดอกไม้สีขาว 8 ชนิด

 

เบสปรับสภาพผิวให้เมคอัพติดทนนาน

ปิดท้ายตัวช่วยให้ผิวสวยด้วย JUNGSAEMMOOL Skin Setting Tone-up Sun Base เบสปรับสภาพผิวโทนสีชมพูช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวและให้เมคอัพติดทนนานตลอดวัน ให้คุณพร้อมเฉิดฉายได้ตลอด

 

 

          ไอคอนสยามช่วยให้คุณอยู่ที่ไหนก็ช้อปได้กับ ICONSIAM Ultimate Chat & Shop เพียงเลือก ช้อป จ่าย ได้ของครบใน 3 ขั้นตอน  วิธีการง่ายๆ ผ่านทาง LINE Application เพียงเพิ่มเพื่อน LINE @ICONSIAM แล้วเลือกบริการ ICONSIAM Ultimate Chat & Shop ที่เมนู ก็สามารถเลือกดูสินค้าได้เหมือนมาช้อปเองที่ไอคอนสยาม เมื่อเจอสินค้าที่ถูกใจ แค่คลิกที่ปุ่มสนใจสินค้าหรือ “Buy this” เรามีผู้ช่วยช้อปที่จะแชทกับคุณ  พร้อมทั้งแนะนำและช่วยเลือกซื้อสินค้าให้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมจัดส่งสินค้าถึงที่ทั่วไทย และช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจ


วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

“โน่-ภูหลวง” ท้าทาย!! รับบทนำใน “Nitiman The Series” พร้อมลุยเต็มที่เพื่อพิสูจน์ฝีมือ

 


 

เรียกว่าเป็นอีกงานในวงการบันเทิงที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก สำหรับนักแสดงน้องใหม่ “โน่-ภูหลวง ทองประเสริฐ” หนุ่มลูกครึ่งลาว-เวียดนามกับการรับบทนำในซีรีส์แนวฟีลกู๊ด ”Nitiman The Series” ผลิตโดย PLANT.N ENTERTAINMENT ออนแอร์ทางช่องวัน31 ซึ่งงานนี้เจ้าตัวทั้งตื่นเต้นและดีใจขั้นสุดกับโอกาสครั้งสำคัญ พร้อมทุ่มเททำการบ้านเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงให้คนดูได้เห็น 

โดย “โน่” เล่าว่า “พอรู้ตัวว่าเราออดิชั่นผ่านได้มาเล่นซีรีส์เรื่องนี้ก็ตื่นเต้นดีใจมากครับ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่เชื่อมั่นในตัวผม และความรู้สึกต่อจากนั้นคือนิยายเรื่องนี้ดัง  มีแฟนๆ ติดตามกันเยอะ กลัวว่า     ทุกคนจะคาดหวังให้เราเป็นเหมือนตัวละครในฉบับนิยาย แต่พอมาลองคิดดูดีๆ มันก็เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้พิสูจน์ฝีมือ และที่สำคัญพอผมได้อ่านบทก็รู้สึกว่าเรื่องราวสนุก เราสามารถจินตนาการตามได้เลย      เป็นซีรีส์แนวฟีลกู๊ด ซึ่งผมรับบทเป็น “บีบอม” นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ปี เรียนเก่ง มีความสามารถทั้งเรื่องดนตรี และกีฬา โลกส่วนตัวสูง พูดน้อย แต่ถ้าชอบใครขึ้นมาสักคนจะเดินหน้าจีบทำคะแนนเต็มที่เป็นคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างใกล้เคียงตัวเองเหมือนกัน เพราะผมเป็นคน พูดน้อย รักสันโดษ ซึ่งความยากจะอยู่ตรงที่ผมเป็นลูกครึ่ง ต้องหัดพูดภาษาไทยให้ชัดเจน ซึ่งผมตั้งใจและทุ่มเทกับเรื่องนี้มาก มีการทำความเข้าใจกับบทและมีการไปเรียนเวิร์คช็อปกับผู้กำกับคือ “พี่เจน-กิตติ์ บทศรี” เค้าจะสอนให้เราเชื่อว่าเราเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ และสอนการตีความของตัวละครในแต่ละฉาก สุดท้ายอยากฝากแฟนๆ ให้ติดตามชมละครเรื่องนี้กันด้วย รับรองสนุกครบรสแน่นอนครับ” 

ติดตามชมบทบาทใหม่ของ “โน่-ภูหลวง ทองประเสริฐ” ได้ในซีรีส์ “Nitiman The Series”ทุกคืนวันศุกร์ เวลา 22.45 น. ทางช่องวัน31 เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 และช่องทางออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่น U-NEXT อัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ www.plantn-ent.com หรือ FB / IG / YouTube / Twitter : PlanT.N Entertainment 

“แสงชัย แอร์ควอลิตี้” เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศ ฆ่าเชื้อโควิด-19 Blueair “HealthProtect™” เเบรนด์เเรกที่ผ่านการทดสอบกำจัดโควิท 99.99%

 



นายบุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป พร้อมด้วย นางดรุณมณี อัศวนิเวศน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด บริษัท แสงชัย แอร์ควอลิตี้ จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศ Blueair “HealthProtect™” เครื่องฟอกอากาศที่สามารถกำจัดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ได้กว่า 99.99% จากผลการทดสอบของ MRIGlobal สหรัฐอเมริกา และสามารถป้องกันเชื้อโรค (Germ free) มลภาวะได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสลายฝุ่น PM ครบทุกอนุภาค ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากสวีเดน ทั้ง HEPASilent Ultra™, GermShield™ และ SpiralAir™ สร้างผลลัพธ์ใหม่ของประสิทธิภาพ บ้านปราศจากโควิด-19 เมื่อเร็วๆ นี้

แอลจีประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2564 สร้างสถิติรายได้และกำไรจากการดำเนินงานประจำไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 


กรุงโซล, 3 พฤษภาคม 2564 – แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อิงค์ (แอลจี) ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2564 ทำผลงานยอดขายรวม 16.90 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 5.07 แสนล้านบาท) และผลกำไรจากการดำเนินงานรวม 1.36 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 4.08 หมื่นล้านบาท) นับเป็นการสร้างสถิติผลประกอบการประจำไตรมาสสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ พร้อมทุบสถิติอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ร้อยละ 8.1 ซึ่งเป็นอัตราประจำไตรมาสแรกสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อนหน้า รายได้เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 27.7 ขณะที่ผลกำไรทะยานขึ้นร้อยละ 39.1 สะท้อนถึงความต้องการซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่หันมาใช้เวลาที่บ้านมากขึ้น

กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศ รายงานยอดขายประจำไตรมาสแรกที่ 6.03 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.81 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.8 จากปีก่อนหน้า และกำไรจากการดำเนินงานรวม 826.39 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2.48 หมื่นล้านบาท) เพิ่มจากไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาร้อยละ 22.1 โดยในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรป ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าได้สร้างอัตราการเติบโตปีต่อปีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญติดต่อกันมาถึงสองไตรมาส รวมถึงในประเทศเกาหลีใต้ที่ธุรกิจให้เช่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเติบโตอย่างแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ยังรักษาผลงานยอดขายที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียมในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรป และคาดว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศจะยังคงโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขยายการวางตลาดสู่ต่างประเทศ

กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ประกาศยอดขายในไตรมาสแรกที่ 3.60 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.08 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.9 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรจากการดำเนินงานเติบโตขึ้นร้อยละ 23.9 ที่ 362.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.09 หมื่นล้านบาท) จากผลงานยอดขายอันแข็งแกร่งในอเมริกาเหนือและยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียมที่นำโดยทีวี OLED และ NanoCell ยังคงได้รับความนิยมแม้ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกจะยังได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ซึ่งแอลจีได้ตั้งเป้าต่อยอดความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ตลอดปี 2564 โดยเดินหน้ายกระดับไลน์อัพผลิตภัณฑ์พรีเมียม พร้อมขยายช่องทางขายออนไลน์ และพัฒนาการจัดการทรัพยากรและวัสดุอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ เผยยอดขายในไตรมาสแรกของปี 2564 ที่ 897.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2.69 หมื่นล้านบาท) ผลการดำเนินงานขาดทุน 251.63 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 7.55 พันล้านบาท) คิดเป็นอัตราการขาดทุนที่สูงกว่าปีก่อนหน้า ร้อยละ 28 เนื่องจากไม่ได้มีการวางขายผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจากประกาศเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเกี่ยวกับการถอนตัวจากธุรกิจสมาร์ทโฟนของแอลจีในเดือนกรกฎาคมนี้ การรายงานผลกำไร ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจที่จะยังคงดำเนินงานต่อไปหรือหยุดการดำเนินงาน จะประกาศพร้อมกับผลประกอบการไตรมาสที่สองของปีนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ มียอดขายในไตรมาสที่หนึ่งรวม 1.70 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 5.10 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 43.5 ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 629,000 เหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 18.87 ล้านบาท) ลดลงจากปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดยานยนต์ในอเมริกาเหนือและยุโรป และยังเป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโครงการใหม่ในด้านระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าและระบบบันเทิงสื่อสาร รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร ทำผลงานที่ดีขึ้นในไตรมาสแรกที่ผ่านมา สร้างรายได้ 1.67 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 5.01 หมื่นล้านบาท) สูงขึ้นร้อยละ 9.1 จากปีก่อนหน้า และเพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้าร้อยละ 23.6 จากความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์อย่างจอมอนิเตอร์และพีซี ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการทำงานระยะไกลและการเรียนออนไลน์ ผลกำไรจากการดำเนินงานรวม 120.38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 3.61 พันล้านบาท) ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนชิ้นส่วนที่แพงขึ้น เช่น แผงจอ LCD และสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor)

ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของไตรมาสที่1 ปี 2564

รายได้ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบด้านบัญชีประจำไตรมาสของ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ IFRS (International Financial Reporting Standards) สำหรับช่วงสามเดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐจะเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของสามเดือนในไตรมาสเดียวกัน โดยอัตราแลกเปลี่ยน ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2564 อยู่ที่ 30 บาทต่อ เหรียญสหรัฐฯ (ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารแห่งประเทศไทย)

เอ็มเค ส่งเมนูเป็ดย่างสุดฮิต จัดโปรสุดแรง เพียง 7 วันเท่านั้น ซื้อเป็ดย่างจานใหญ่ แถมฟรี! เป็ดย่างจานเล็ก ส่งตรงถึงบ้าน ตั้งแต่ 4 -10 พ.ค.นี้

 


โปรสุดแรงสัปดาห์นี้ เริ่มต้นขึ้นแล้วสั่งเป็ดย่างแถมฟรีเป็ดย่าง ส่งความคุ้มถึงหน้าบ้าน เอ็มเค เรสโตรองต์ จัดโปรโมชั่นสุดฮ็อตที่คนรักเป็ดย่าง ต้องไม่พลาด! สั่งเป็ดย่างจานใหญ่ แถมฟรีเป็ดย่างจานเล็ก ในราคาเพียง 350 บาท ตั้งแต่ 4 -10 พ.ค.นี้ เพียง 7 วันเท่านั้น! อยู่บ้านปลอดภัย มั่นใจ ความอร่อยสะอาด มาตรฐาน MK

โปรดี ๆ แบบนี้มีจำนวนจำกัด! รีบสั่ง พร้อมส่ง ถึงหน้าบ้าน ผ่านช่องทาง www.MK1642.com, MK Delivery โทร. 1642 พร้อมฟรีค่าส่งทันที เพียงใส่โค้ด MKSAVE21 สามารถตรวจสอบสาขาที่ให้บริการเดลิเวอรี่ได้ที่ www.mkrestaurant.com/th/branch หรือสามารถสั่งได้ที่ บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ ผ่านแอปพลิเคชั่น Grab Food, LINE MAN และ Food Panda เฉพาะสาขาในพื้นที่ที่ให้บริการ

พร้อมมั่นใจในความสะอาดของอาหารทุกจาน และความปลอดภัยในทุกขั้นตอนการผลิต ตามมาตรฐานของ MK Central Kitchen หรือ ครัวกลางเอ็มเค ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับนานาชาติ ตั้งแต่ปี 2014 (พ.ศ. 2557) รวมถึงระบบการจัดส่งอาหาร และมาตรการภายในร้านอาหารทั้งหมดของเครือ ที่ผ่านการควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งขั้นตอนการผลิต จัดส่ง และบริการในร้านที่สะอาดปลอดภัย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของลูกค้า อันเป็นหัวใจสำคัญของเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป 

“คิม ฮโย จู” แซงคว้าแชมป์ “เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ” ที่สิงคโปร์ “ปภังกร” มาแรง จบ 15 อันเดอร์ รั้งอันดับ 3 ร่วม

 


สิงคโปร์, พฤษภาคม 2564 – "โปรเหมียว" ปภังกร ธวัชธนกิจ ปิดเกมเยี่ยมหวด 7 อันเดอร์พาร์ 65 พุ่งขึ้นมาจบอันดับ ร่วมศึก “เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ” ที่สนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ สิงคโปร์ เมื่อวันที่ พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ คิม ฮโย จู โปรสาวมืออันดับ ของโลก จากเกาหลีใต้ มาแรงหวดวันเดียว อันเดอร์พาร์ 64 แซงคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์รายการที่ ให้กับตัวเองไปด้วยสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271

 

ศึกแอลพีจีเอทัวร์เปิดเอเชียนสวิงรายการ “เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ” ชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 50 ล้านบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 29 เมษายน - พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ สนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ นิว ตันจง คอร์ส ระยะ 6,718 หลา พาร์ 72 ประเทศสิงคโปร์ โดยมีนักกอล์ฟฝีมือดีจากทั่วโลกรวม 69 คน ซึ่งเป็นผู้เล่นชาวไทย คน ลงประชันฝีมือแบบไม่มีการตัดตัว  

           

ปิดฉากการชิงชัยเมื่อวันอาทิตย์ปรากฎว่า "โปรเหมียว" ปภังกร ธวัชธนกิจ มืออันดับ 13 ของโลก วัย 21 ปี จบวันสุดท้ายได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการหวด อันเดอร์พาร์ 65 จากการทำ เบอร์ดี้ ไม่เสียแม้โบกี้เดียว สกอร์รวมสี่วัน 15 อันเดอร์พาร์ 273 พุ่งขึ้นมาจบที่อันดับ 3 ร่วม กับ ปาร์ค อินบี มือสองของโลกจากเกาหลีใต้ ดีกรีแชมป์สองสมัย ปี 2015 และ 2017 ที่เก็บเพิ่ม อันเดอร์พาร์ 70 และ หลิน ซีอวี้  ผู้นำรอบสามจากจีน ที่รอบนี้ทำได้เพียง อันเดอร์พาร์ 71 รับเงินรางวัลไปคนละ 86,487 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.6 ล้านบาท

           

ปภังกร ธวัชธนกิจ หรือ แพตตี้ ดีกรีแชมป์เมเจอร์รายการ เอเอ็นเอ อินสไปเรชัน เผยหลังเกมว่า “วันนี้ไดร์ฟได้ดีมาก แต่ก็มีพลาดบ้างเหมือนกัน เป้าหมายของฉันในแต่ละวันคือพยายามพัตต์ให้ดีขึ้น ฉันมั่นใจกับเกมตัวเองมาตลอดตั้งแต่รายการเอเอ็นเอ การมาเล่นที่สิงคโปร์สัปดาห์นี้เป็นเรื่องยอดเยี่ยมมาก ได้ทานอาหารอร่อยๆ และมีความสุขมากที่ได้กลับมาเล่นในเอเชียอีกครั้ง แม้จะเป็นสัปดาห์ที่ยากลำบากทั้งกับสภาพอากาศและอีกหลายสิ่ง ฉันมีความสุขและดีใจที่ทำสำเร็จในวันนี้ จบรายการนี้ฉันจะได้กลับไปแข่งที่บ้าน ฉันไม่ได้กลับเมืองไทยมาประมาณหนึ่งปีแล้ว ก็อาจมีความกดดันนิดหน่อยเพราะทุกคนต้องการให้ฉันเล่นให้ดี ซึ่งฉันพยายามให้ความสำคัญกับการลงแข่งขันทุกรายการ และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับไปเล่นในประเทศบ้านเกิด”

           

สำหรับชัยชนะตกเป็นของ คิม ฮโย จู ม้ามืดจากเกาหลีใต้ ซึ่งออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ตามหลังผู้นำถึง สโตรค ก่อนระเบิดฟอร์มแรงหวด อันเดอร์พาร์ 64 จากการทำ 8 เบอร์ดี้ ไม่มีโบกี้ ขึ้นมารอบนคลับเฮาส์ด้วยสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271 โดยเฉือนชนะ ฮันนาห์ กรีน โปรสาวมือ 14 ของโลกจากออสเตรเลียไปเพียงสโตรคเดียว พร้อมรับเงินรางวัลแชมป์ไป 240,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 7.2 ล้านบาท

 

คิม ฮโย จู ดีกรีแชมป์เมเจอร์รายการ เอเวียง แชมเปียนชิพ ปี 2014 วัย 25 ปี เผยว่า “วันนี้ฉันมีความสุขมากที่ไม่เสียโบกี้เลย พอเล่นจบฉันรู้สึกหิวมากจึงขึ้นไปสั่งอาหารทาน และเตรียมตัวให้พร้อมหากต้องไปเพลย์ออฟ วันนี้สกอร์สูสีกันมาก ฉันคิดว่าทุกคนมีโอกาสที่จะชนะ ซึ่งฉันคิดว่าฉันมีโอกาสน้อยมาก หรือไม่ก็มีโอกาสแค่เพลย์ออฟ ฉันคิดว่าฉันค่อนข้างโชคดีที่ชนะรายการนี้ สำหรับเป้าหมายของฉันในปีนี้คือการคว้าชัยชนะและดีใจที่ทำได้สำเร็จแล้ว ฉันไม่ได้คว้าแชมป์มานาน จึงรู้สึกเหมือนเป็นชัยชนะครั้งแรก มันเหมือนฝันเลย”

 

ทางด้านผลงานของนักกอล์ฟสาวไทยอีก คน “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล เก็บเพิ่ม อันเดอร์พาร์ 71 รวมสี่วัน อันเดอร์พาร์ 271 จบที่อันดับ 16 รับเงินรางวัล 22,391 เหรียญสหรัฐ, “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ รองแชมป์รายการนี้เมื่อ 2016 เก็บอีก อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 283 อยู่อันดับ 21 ร่วม รับเงินรางวัล 17,488 เหรียญสหรัฐ, “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล รองแชมป์ปี 2017 หวด อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวม อันเดอร์พาร์ 284รั้งอันดับ 24 ร่วม รับเงินรางวัล 15,323 เหรียญสหรัฐ, “โปรจัสมิน” ธิฎาภา สุวัณณะปุระ ตีเกิน โอเวอร์พาร์ 73 สกอร์รวม อันเดอร์พาร์ 286 อยู่อันดับ 35 ร่วม รับเงินรางวัล 9,452 เหรียญสหรัฐ

 

ขณะที่มือท็อปของโลกที่น่าสนใจทำผลงานดังนี้ ลิเดีย โค มืออันดับ ของโลกจากนิวซีแลนด์ เก็บได้อีก อันเดอร์พาร์ 71 สกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 277 จบอันดับ ร่วม, โค จิน ยอง โปรสาวมือหนึ่งของโลก ตีเข้ามา อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวม อันเดอร์พาร์ 284 อยู่ที่ 24 ร่วมเดเนียล คัง โปรชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี มือ ของโลก ทำอีเวนพาร์ 72 สกอร์รวม โอเวอร์พาร์ 293 เท่ากับ ปาร์ค ซัง ฮยอน มือ 19 โลก อดีตมือหนึ่งโลกชาวเกาหลีใต้ และแชมป์ปี 2019 ที่ตีเกิน 2 โอเวอร์พาร์ 74 รั้งอันดับ 57 ร่วม

 

รายละเอียดเพิ่มเติมการแข่งขันได้ที่เว็บไซต์ https://www.hsbcgolf.com/womens

4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค รวมใจสู้ภัยโควิด-19 เปิดจุดรับบริจาคกล่อง-ลังกระดาษเพื่อทำเตียงสนาม

 



กล่อง-ลังกระดาษมีค่าอย่าทิ้ง! ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค จัด “โครงการ MBK รวมใจสู้ภัยโควิด-19” เปลี่ยนกล่องกระดาษเป็นเตียงสนาม ชวนลูกค้าและประชาชน นำกล่อง-ลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว มาบริจาคที่จุดรับทั้ง ศูนย์ฯ เพื่อส่งต่อให้ SCGP นำไปรีไซเคิลผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษ ให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้ทันสถานการณ์

 

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยที่พิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลก็เริ่มประสบปัญหาเตียงไม่เพียงพอ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ได้แก่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค  พาราไดซ์ เพลส และเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าว และพร้อมผนึกกำลังร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยจัด “โครงการ MBK รวมใจสู้ภัย  โควิด-19” เปลี่ยนกล่องกระดาษเป็นเตียงสนาม ซึ่งทั้ง ศูนย์ฯ จะเปิดจุดรับบริจาคกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อส่งต่อให้บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เพื่อนำไปรีไซเคิลผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษ ให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ

สำหรับจุดรับบริจาคกล่อง ทั้ง ศูนย์ฯ  ได้แก่

1. ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น หน้าลิฟท์หมายเลข 17-19

2. ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 1 บริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

3. ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส บริเวณ ชั้น 2 ใกล้ทางเชื่อมเข้าอาคาร

4. ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชั้น 1 ลานไนน์สแควร์ 


ขอเชิญชวนประชาชน ลูกค้า และผู้ประกอบการร้านค้า นำลังหรือกล่องกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว อย่าทิ้ง กรีดแล้วพับให้แบน แล้วไปที่จุดรับบริจาคทั้ง ศูนย์ฯ ตั้งแต่วันนี้– 28 พ.ค. 2564 เวลา 10.00 น.-21.00 น.

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์ 1285 ในเวลา 08.30 น.  - 22.00 น.

ที ลีสซิ่ง จับมือ ศรีประจันต์วัฒนยนต์ จัดอบรม "ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ" โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี

  บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด  ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ อรถจักรยานยนต์  ในเครือ เอ็ม บี เค  เล็งเห็นความสำคัญของการขับขี่ รถบนท้องถนนอย่างปลอ...